เลือกตั้งและการเมือง
“วรศิษฎ์” ย้อนไทม์ไลน์ที่มาสอบท้องถิ่นไม่เกี่ยว มท.1 ปมที่จัดสอบ ลั่น จะซี 20 ถ้าสาวถึงใครก็ไม่รอด
2 ชั่วโมงที่แล้ว
19 views
“วรศิษฎ์” ย้อนไทม์ไลน์ที่มาสอบท้องถิ่น 68 ฟอก ไม่เกี่ยว “รมว.มหาดไทย” ปม เขี่ย ม.บูรพา ให้ มศว จัดสอบ พร้อมเปิดทางคืนความเป็นธรรมโอนย้ายคนสอบได้ ภายใน พ.ย.นี้ เรียกเงินคืน-สิทธิประโยชน์กลุ่มทุจริต จับตา อปท. จ้างเหมาพวกถูกเพิกถอนรายชื่อ รับ สถ.ไม่มีอำนาจ แต่จะส่งข้อมูลให้หน่วยงาน MOU ลั่น สาวถึงใคร ซี 20 ก็ไม่รอด
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) แถลงข่าวเรื่องผลการเพิกถอนการบรรจุผู้ที่มีการแก้ไขคะแนนการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น 2568
โดย นายวรศิษฎ์ เล่าย้อนถึงที่มาการสอบข้าราชการท้องถิ่นในปี 2568 ว่า ในช่วงต้นปี 2567 มีการจัดซื้อจัดจ้างโดยมหาวิทยาลัยบูรพาได้ถูกประกาศเป็นผู้ชนะ หลังจากนั้นมีกลุ่มภาคประชาชน จากจังหวัดศรีสะเกษเดินทางมาร้องเรียนเกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากล การรับผลประโยชน์ในพื้นที่ของจังหวัดศรีสะเกษ กระทรวงมหาดไทยเมื่อได้รับเรื่อง จึงได้ประชุมหาแนวทางการป้องกันร่วมกับภาคีเครือข่าย ทั้ง ปปช. ปปท. ปปป. ปปง. ดีเอสไอ และได้มีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง และทำเอ็มโอยูให้ภาคีเครือข่ายเข้ามาตรวจสอบทุกขั้นตอน
เมื่อคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเข้ามาตรวจสอบปรากฏพบมีการรายงานจากคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงมายังกระทรวงมหาดไทย 3 เรื่อง ประกอบด้วย 1. ขอให้ใช้ผลสอบภาค ก.ของ กพ. ในการสอบคัดเลือก 2. เพิ่มมาตรการป้องกันการทุจริต 3. กำหนดให้มีภาคีเครือข่ายเข้ามาตรวจสอบการดำเนินการสอบทุกกระบวนการ โดยรายงานเหล่านั้นถูกส่งไปที่ ก.สถ. และ ก.สถ.ได้ประชุมพร้อมกำหนดมาตรการ 2 เรื่อง คือ กำหนดมาตรการการป้องกันการทุจริต และกำหนดให้มีภาคีเข้ามาตรวจสอบกระบวนการสอบ ดังนั้นเมื่อกระบวนการเปลี่ยน ทำให้งบประมาณก็เปลี่ยนตาม เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงไม่สามารถใช้สัญญาตัวเดิมได้ ซึ่ง สถ. ได้หารือไปยังกรมบัญชีกลาง ว่า จะทำเรื่องจัดซื้อจัดจ้างใหม่ได้หรือไม่ ซึ่งกรมบัญชีกลางให้ข้อมูลว่า สามารถทำได้จึงนำมาซึ่งการยกเลิกสัญญา
“การยกเลิกสัญญาที่หลายคนพยายามนำเอาประเด็นทางการเมืองมาสร้างให้เกี่ยวข้องและโยงเข้าไปหา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าเป็นผู้ยกเลิกสัญญา ถ้าทุกคนได้ฟังในสิ่งที่ตนได้ไล่เลียงมาแต่ตอนแรก จะเห็นได้ว่าสิทธิ์และอำนาจในการยกเลิกสัญญา ไม่ใช่ของ มท.1 แต่เป็นการเสนอจากคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และเสนอ ก.สถ. พิจารณา ตรงกันข้ามแต่ถ้าวันนั้นเราเลือกที่จะเพิกเฉยต่อเรื่องร้องเรียนของชาวศรีสะเกษ ก็จะกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่งว่าเราละเว้น เพิกเฉย ทั้งนี้หลังยกเลิกสัญญาแล้วก็ไม่ได้มีการห้ามไม่ให้มหาวิทยาลัยบูรพาเข้ามาประกวดราคา” นายวรศิษฎ์ กล่าว...
นายวรศิษฎ์ ยังกล่าว การประกวดราคาครั้งใหม่ ได้มีการเปิดรับสมัครก่อน เพื่อดูจำนวน จึงค่อยการกำหนดราคากลาง เพื่อไม่ให้รัฐต้องเสียงบประมาณ ซึ่งมีมหาวิทยาลัยที่เสนอราคากลางเข้ามา ทั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร (มศว) โดยรอบที่สองใช้วิธีการ e-bidding หรือ การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้น ที่บอกว่ามีการล็อก เป็นการกล่าวหาที่ไม่ยุติธรรม อีกทั้งขณะนั้นมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ มีการอุทธรณ์เข้ามายังกรมบัญชีกลาง ซึ่ง ไม่ได้ยื่นมาที่ ก.สถ. หรือ กระทรวงมหาดไทยแต่คำอุทธรณ์ฟังไม่ขึ้น จึงยืนยันให้ มศว เป็นผู้ชนะการประกวดราคา
“การตั้งคำถามปลายเปิดเป็นการชี้นำกระบวนการ ว่าทำให้ผู้ใดผู้หนึ่งชนะการประมูล อันนี้ไม่เป็นธรรม ยินดีหากคนที่กล่าวหาจะมีพยานหลักฐาน หากไม่ไว้ใจตนก็ไม่เป็นไร สามารถส่งให้ ปปช.ได้ และมั่นใจ ปปช.ทำงานอย่างตรงไปตรงมา”
นายวรศิษฎ์ กล่าวอีกว่า หลายคนพยายามโยงว่า มีขบวนการล้มการประมูลจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อหาผู้จัดจ้างใหม่
ขอตั้งคำถามว่า คนเราหากคิดจะเป็นโจร ทำไมต้องเอาตำรวจมาอยู่ในบ้านตัวเอง ตนเคารพในการให้ข้อมูลของแต่ละคน แต่ช่วยบอกมาว่ามันคืออะไร นำข้อมูลที่มีไปแจ้งต่อ ปปช.ได้เลย เพื่อตรวจสอบและพิสูจน์ให้เห็นข้อเท็จจริง ซึ่งกระบวนการตรวจสอบเกิดขึ้นพร้อมกัน 3 หน่วยงาน คือ ปปช. รับผิดชอบในภาพรวม ส่วน เจ้าหน้าที่ตำรวจและสอบสวนกลางจะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มนายหน้าที่ไปหลอกให้จ่ายเงินแล้วจะได้รับการบรรจุ และตำรวจก็จับกุมกลุ่มเหล่านี้แบบรายวัน เพราะเครือข่ายแบบนี้ทำกันทั่วประเทศ อีกส่วนหนึ่งที่ทำควบคู่กัน คือ กระทรวงมหาดไทยในส่วนบริหาร มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและกรรมการสอบวินัยร้ายแรงแต่ละหน่วยงานมีกรอบอำนาจหน้าที่ที่แตกต่างกันไป และเราต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อหาข้อเท็จจริงให้กับสังคม
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ปัจจุบันการถอดถอนเสร็จสิ้นไปแล้วตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2569 ขั้นตอนหลังจากนี้ จะมีการดำเนินการทางกฎหมาย รวบรวมข้อมูลให้ 5 ภาคีเครือข่าย ส่วนผู้รับจ้างได้ร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวนเรียบร้อยแล้ว และเพื่อป้องกันปัญหาซ้ำซ้อน จึงส่งข้อมูลผู้ที่มีการแก้ไขคะแนนไปให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคัดเลือกสอบบรรจุราชการ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณา และจะมีการเรียกเงินคืนและสิทธิประโยชน์ สำหรับผู้ที่คะแนนไม่ถึงแล้วได้รับการบรรจุ ซึ่งกำลังปรึกษากับกฤษฎีกาถึงแนวทางการเรียกเงินคืนกับบุคคลเหล่านั้น ว่าจะมีแนวทางที่ชัดเจนอย่างไร
ส่วนการจ่ายเงินให้ มศว ตามสัญญาต้องจ่าย 4 งวด ขณะนี้มีการจ่ายล่วงหน้าไปแล้ว 3 งวด ยังเหลืองวดสุดท้าย 30 ล้าน บาท จึงได้สอบถามไปยังกรมบัญชีกลางเพื่อให้ชะลอการใช้เงินงวดสุดท้าย ซึ่งกรมบัญชีกลางให้ความเห็นว่ารอให้กระบวนการตรวจสอบเสร็จสิ้นก่อน สถ. จึงจะหารือกับกรมบัญชีกลางและสำนักงานอัยการสูงสุดเกี่ยวกับเงินที่มีการจ่ายไปแล้ว 3 งวด
นายวรศิษฎ์ กล่าวถึง การช่วยเหลือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้านกฎหมายหากถูกฟ้องร้อง แต่ละจังหวัดจะมีรองผู้ว่าฯแต่ละจังหวัดเป็นประธาน หากไม่เพียงพอกรม สถ. จะเข้าไปแบล็กอัพให้ สำหรับกาจะนำบุคคลที่ถูกเพิกถอนรายชื่อออกจากราชการ แล้วไปใช้วิธีการจ้างเหมา หรือวิธีอะไรก็แล้วแต่เพื่อให้กลับไปทำงานใหม่ เป็นประเด็นที่กรม สถ. ให้ความสำคัญอย่างมาก แต่ด้วยความที่เป็น
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมไม่มีอำนาจที่จะบอกว่าจะจ้างใครหรือไม่จ้างใครบุ๊ก แต่ข้อเท็จจริงบุคคลกลุ่มเหล่านี้ เป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังแม้ว่า ปปช. จะยังไม่สรุปว่า เป็นผู้ทุจริต ผู้ว่าดังนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ ต้องตรวจสอบว่ามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไหน ที่มีการจ้างบุคคลเหล่านี้กลับเข้าไปทำงาน ให้ทำหนังสือรายงานมายังกรม สถ. หากมีการจ้างบุคคลเหล่านี้ขอให้ชะลอ เพราะเป็นบุคคลที่อยู่ในข่ายการตรวจสอบ ปกครองแต่หากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการดำเนินการจ้าง กรมจะเข้าไปตรวจสอบเอง โดยขอความร่วมมือจากหน่วยงานตรวจสอบ เข้าไปช่วยดูเรื่องนี้
เมื่อถามว่าถึงความคืบหน้า การตรวจสอบการจ้างเหมาผู้ที่ถูกเพิกถอนรายชื่อ ซึ่งมีกระแสข่าวว่าพื้นที่ภาคเหนือ มีการจ้างเหมา 18,000 บาท มีการทำในลักษณะนี้จริงหรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังรอให้ทุกจังหวัดตรวจสอบตัวเลขและอัปเดตมาเป็นรายวัน คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าน่าจะทราบเรื่องแล้ว
นายวรศิษฎ์ ยังกล่าวว่า ในส่วนของการคืนความเป็นธรรมให้กับผู้ที่สอบได้ด้วยความสามารถของตัวเองนั้น กลุ่มนี้เป็นคนกลุ่มใหญ่ที่สุดที่เข้ามาสอบ แบ่งเป็น 2 ประเภท สอบได้โดยสุจริต และกลุ่มที่รอเรียกใช้บัญชีเข้ามาบรรจุ โดยผู้ที่สอบได้จะให้เลือกพื้นที่ในการบรรจุ และจะเร่งรัดโอนย้ายให้เร็วขึ้น ซึ่งน่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนตุลาคม จากนั้นจะเรียกกลุ่มผู้รอใช้บัญชีเข้ามาบรรจุให้เต็ม และจะเสร็จสิ้นภายในเดือนพฤศจิกายน
นายวรศิษฎ์ ยังชี้แจง กรณีที่มีการปล่อยข้อมูลว่าบุคคลที่มีการแก้คะแนน กรม สถ. จะมีการจัดสอบใหม่ ยืนยัน ไม่มี และขอผู้ที่ปล่อยข่าวตรวจสอบข้อมูลก่อน อย่าให้เราเสียเวลาทำเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ และจะทำให้ ผู้ใช้บัญชีที่รอการบรรจุเขารู้สึกเสียขวัญ
เมื่อถามถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการทางกฎหมายฯ บอกว่าการตรวจสอบเชื่อมโยงไปถึงการเมือง และเป็นอาชญากรรมสีน้ำเงิน นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปชี้แจง กับกรรมาธิการแล้ว และประเด็นคนที่ใกล้ชิดกับ มท.1 ที่กล่าวหาว่ามีการติดต่อกลับ อาจารย์คนนึงใน มศว นั้น ทราบว่า มีการคุยกันจริง 1 ครั้ง ซึ่งเกิดจากการร้องขอของเจ้าหน้าที่ที่มีการจัดสอบ เพราะได้ให้ มศว มาเสนอ แผนดำเนินการสอบ และ มีข้อเสนอให้ยุบศูนย์สอบจาก 10 ศูนย์ เหลือเพียงศูนย์เดียว จึงได้พูดคุยกันว่าไม่ได้เพราะต้องดำเนินการตามสัญญาที่มีการเซ็นเอาไว้ ซึ่งข้อเท็จจริงมีเพียงเท่านั้นและได้ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการเมื่อวานนี้ (2 ก.ย.) พร้อมย้ำว่าผู้ที่มีหลักฐาน ให้ส่งข้อมูลต่อปปช.
กล่าวทิ้งท้ายว่ารัฐบาลเข้ามาทำงานเรื่องนี้อย่างจริงจัง และให้ความสำคัญเป็นที่สุดไม่มีการจะสอบครั้งไหนที่จะเอาภาคีตรวจสอบทั้ง ปปช. ปปท. ปปป. เข้ามาจับตาดูการสอบต้องมีในครั้งนี้ สุดท้ายก็นำไปสู่ผลการตรวจพบว่ามีกระบวนการทุจริต
ส่วนจากกรณีที่รักษาการอธิบดี สถ. ได้ให้สัมภาษณ์และกล่าวคำว่า “ปิดจ๊อบ” และมีคนพยายามบิดเบือน ซึ่งที่จริงแล้วเป็นเฉพาะเรื่องของการเพิกถอนบัญชี และมีคนบอกว่าจับได้เฉพาะปลาซิวปลาสร้อย ดำเนินการเฉพาะคนตัวเล็กๆ แล้วแยกย้าย หากคนเข้าใจในกระบวนการจริงก็จะเข้าใจ เชื่อว่าเขาเข้าใจแต่แกล้งไม่เข้าใจมากกว่า ซึ่งขณะนี้ ปปช. และตำรวจยังเดินหน้าคดีอาญาต่อเพื่อสาวไปถึงผู้กระทำความผิดให้ได้ว่ามีใครอยู่ในเครือข่ายบ้าง ยืนยัน ไม่ว่าจะเป็นใครก็แล้วแต่ชัดเจนว่าเราต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด จะเป็น ซี 10 ซี 11 หรือ ซี 20 ก็จะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา
ด้านนายนิรัตน์ กล่าวว่า การดำเนินการทั้งหมดเพื่อคืนความยุติธรรมให้กับผู้ที่สอบได้ ส่วนกับการเอาผิดวินัยร้ายแรงกับอดีต 2 อธิบดี ขอให้ไปถามนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ซึ่งเป็นประธานตรวจสอบวินัยร้ายแรง ที่ตั้งโดยปลัดกระทรวงมหาดไทย และแม้ว่าจะย้ายจากอธิบดี ปภ. ไปเป็นอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง แต่ก็ยังเป็นประธานในการสอบอยู่แม้ตำแหน่งจะเปลี่ยน แต่ตัวประธานไม่เปลี่ยน
แท็กที่เกี่ยวข้อง สอบท้องถิ่น