เลือกตั้งและการเมือง

“พริษฐ์”เข้าแจง กมธ.ตำรวจ ยันพร้อมร่วมมือคดีฮั้ว สว. เต็มที่ ตั้งข้อสังเกต เร่งล่าคนปล่อยเอกสารมากกว่าหาคนผิด

2 ชั่วโมงที่แล้ว

13 views

วันนี้ (3 ก.ย.69) กรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ได้พิจารณากรณีการเผยแพร่เอกสารที่เป็นรายงานการสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 ในความผิดฐานอั้งยี่ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องผ่านสื่อสาธารณะช่องต่างๆ ซึ่งกล่าวหาว่ามีบุคคลได้ร่วมร่วมกันดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่ง สว. บางคนขัดกฎหมาย โดยได้เชิญนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. พรรคประชาชน , อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, ผู้บังคับการปราบปราม, และนายยิ่งชีพอัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ มาให้ข้อมูลต่อกรรมาธิการ


นายพริษฐ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการชี้แจงวันนี้ว่า จากเอกสารที่กรรมาธิการได้ส่งเชิญ ว่าจะเป็นการพิจารณากรณีการเผยแพร่เอกสารคดีฮั้ว สว. และถูกเชิญในฐานะเป็นผู้เผยแพร่ข้อมูล จึงได้ถามกลับว่าเอกสารอะไร ซึ่งตั้งแต่ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. ไม่เคยนำเอกสารใดมาเผยแพร่ ซึ่งก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน ในฐานะที่ถูกเชิญก็ต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ในสภา พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกฝ่าย


ขณะเดียวกันก็หวังว่าในอนาคตหาก มีสส.คนใด พรรคไหนถูกกรรมาธิการชุดใดเชิญไปตรวจสอบ ก็หวังว่าจะได้รับความร่วมมือโดยใช้บรรทัดฐานเดียวกันนี้


เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่า การมาให้ข้อมูลครั้งนี้จะไม่เป็นเกมการเมือง ตนไม่ทราบเจตนาของกรรมาธิการ ไม่ขอก้าวร่วง แต่ต้องข้อสังเกตว่าคดีฮั้ว สว.อยู่ในความสนใจของประชาชน หากข้อกล่าวหาโกงสว.เป็นจริง หมายความว่ามีความพยายามของคนบางกลุ่มที่พยายามกินรวบประเทศ โดยไม่ยึดโยงกับประชาชน


“ตั้งข้อสังเกตไว้ในวันที่สังคมมีความกังวลใจเป็นอย่างยิ่งต่อคดีดังกล่าว แต่กรรมาธิการตำรวจจัดลำดับความสำคัญ เห็นว่าเรื่องที่เร่งด่วนที่สุดที่กรรมาธิการชุดนี้ดำเนินการสอบข้อเท็จจริง เป็นการไล่ตรวจสอบ ว่าข้อมูลต่างๆมาจากไหน จึงตัดสินใจแทนประชาชนไม่ได้ ว่าการจัดลำดับความสำคัญแบบนี้ เป็นเรื่องเหมาะสมหรือไม่อย่างไร เพราะเป็นอำนาจของกรรมาธิการแต่ละคณะ แต่เมื่อตัดสินใจเช่นนี้เชิญมาให้ข้อมูลก็ยินดี ให้ความร่วมมือ” นายพริษฐ์ กล่าว


เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับคดีฮั้วสว.เพราะ DSI ไปแจ้งความกองปราบแล้ว นายพริษฐ์ กล่าวว่า ส่วนตัวเดินหน้าทำงานต่อ และที่ผ่านมาในการทำหน้าที่ตรวจสอบคดีฮั้วสว. พูดชัดเจนมาตลอด ก่อนที่จะมาชี้แจงวันนี้ว่าได้รับเบาะแสมาหลายทาง เมื่อได้รับข้อมูลมาก็ไตร่ตรองในเบื้องต้น เมื่อพบข้อมูลหลายแหล่งและสอดคล้องกัน ว่าจะมีมูลความจริง ถึงนำมาเสนอต่อสาธารณะ


ส่วนประเด็นไหนที่ยังไม่แน่ใจก็จะนำเสนอในลักษณะคำถาม และเชิญคนที่เกี่ยวข้องมายืนยันอีกที


นายพริษฐ์ ยังชวนคิดตามในภาพรวมว่า หนึ่งในสิ่งสำคัญและถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ หากต้องการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นในทุกกรณี คือต้องมีมาตรการที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ในการปกป้องผู้ให้เบาะแส หากมีเจ้าหน้าที่เหตุการณ์ทุจริตเกิดขึ้น หรือเห็นเบาะแสการใช้อำนาจโดยไม่ชอบ เกี่ยวกับคดีทุจริต เป็นเรื่องที่สส.และทุกคนต้องช่วยกันออกแบบ มาตรการคุ้มครองผู้ให้เบาะแส หากไม่วางบรรทัดฐาน ในอนาคตหากมีข้าราชการเห็นพฤติกรรมทุจริตเกิดขึ้น ก็คงกังวลใจหากจะแจ้งเบาะแส ก็อาจทำให้เดือดร้อน ส่งผลต่ออนาคตการทำงาน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน


นายพริษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เชิญชวนตั้งข้อสังเกตถึงกระแสข่าวการเปลี่ยนตัวอธิบดี DSI ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นนายปิยะศิริวัฒนวรางกูร หากเป็นข้อเท็จจริง บุคคลดังกล่าวเป็นหนึ่งในคณะอนุไต่สวนชุดที่ 36 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่พิจารณาคดีฮั้ว สว.ทั้งหมดแล้วมีความเห็นออกมา ว่าไม่มีใครมีมูลความผิดแม้แต่คนเดียว ซึ่งนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ก็เปิดเผยว่านายปิยะสิริเป็นหนึ่งใน 5 คนลงมติเสียงข้างมาก ของคณะอนุไต่สวนชุดที่ 36


“ผมตั้งข้อสังเกตว่าหากเรื่องนี้เป็นจริง การเปลี่ยนตัวอธิบดี DSI เป็นจริง อันนี้เป็นความพยายามของรัฐบาลในการโยกย้ายข้าราชการ เป็นคุณต่อคดีที่ตนเองถูกกล่าวหาอยู่หรือไม่" นายพริษฐ์กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ