เลือกตั้งและการเมือง

ฉก.นราธิวาส เปิดคลิป แจง กมธ.ทหาร ยัน ฮ.AS550 ไม่ติดอาวุธ-บินตรวจการณ์ไม่ได้ไล่ล่าคนร้าย

2 ชั่วโมงที่แล้ว

19 views

ฉก.นราธิวาส เปิดคลิป แจง กมธ.ทหาร ยัน ฮ.AS550 ไม่ติดอาวุธ-บินตรวจการณ์ไม่ได้ไล่ล่าคนร้าย “พ.อ.ภาสกร”มั่นใจ 100% ไม่ได้ยิงจาก ฮ.แน่นอน ขอให้พิสูจน์ตามพยานหลักฐาน หากพบทหารผิดพลาด ต้องรับโทษ

วันที่ 31 ส.ค. 2569 นายเอกราช อุดมอำนวย ประธานคณะกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฏร พร้อมด้วย นาวาโท กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ รองประธานคนที่ 1 และนายราเชน ตระกูลเวียง กรรมาธิการ และนายรอมฎอน ปันจอร์ คณะกรรมาธิการกฏหมายฯ ได้เข้าพบหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ที่ค่ายกัลยาณิวัฒนา อ.เมือง จ.นราธิวาส เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงกรณีนายซอและ ดอเลาะ ถูกยิงในพื้นที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น

โดยมีตัวแทนผู้สื่อข่าว 3 คน ได้เข้าร่วมรับฟังด้วย คือ ปรัชญา นงนุช ผู้สื่อข่าว Speace Bar น.ส.ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวรายการข่าว 3 มิติ และผู้ก่อตั้งสำนักข่าว The Reporters และ นายวรวรรธน์ ขุนทอง บรรณาธิการรายการ See True ไทยรัฐทีวี ด้านหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส มอบหมายให้ พ.อ.อาณัติ ดำนงค์ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส นำทหารฝ่ายยุทธการ 4 นาย และ พ.อ.ภาสกร บูรณวณิช รองเลขาธิการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ร่วมชี้แจง โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

นายเอกราช กล่าวขอบคุณหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ที่ให้เกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรมารับฟังข้อเท็จจริง ซึ่งคณะกรรมาธิการทหาร หวังมาเป็นโซ่ข้อกลาง ระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่จากข้อเท็จจริงที่แตกต่างกัน หลังจากได้ลงพื้นที่พบฝ่ายปกครอง และ ตำรวจ ซึ่งนำหลักฐานที่เกิดเหตุให้กับหน่วยต่างๆ แล้ว แต่ยังมีข้อสงสัย 2 ประเด็นที่จะสอบถามว่าในวันนั้นมีการปฏิบัติการใช้ ฮ.บินในพื้นที่ดังกล่าวหรือไม่

พ.อ.อาณัติ มอบหมายให้นายทหารฝ่ายยุทธการชี้แจง ระบุว่า ในวันที่ 22 ส.ค.69 เฮลิคอปเตอร์ ที่ปฏิบัติงาน เป็น อากาศยาน AS550 ซึ่งวันนี้อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจจึงไม่สามารถนำมาแสดงต่อคณะกรรมาธิการได้ แต่ยืนยันว่า การใช้อากาศยานของ ฉก.นราธิวาส คืนนั้น ใช้ในภารกิจบินลาดตระเวน ตรวจการณ์ และสนับสนุนภารกิจกำลังภาคพื้น ไม่ได้แตกต่างจากเทคโนโลยี โดรน ที่บินตรวจการณ์เพื่อสนับสนุนการข่าวแจ้งเตือนเท่านั้น และในคืนนั้นมีเหตุการณ์เกิดขึ้นใน จ.นราธิวาส 62 จุด การบิน ฮ.มีภารกิจในการตรวจสอบหาผู้ก่อเหตุ ไม่ใช่การไล่ล่า

นายเอกราช กล่าวว่า เข้าใจว่าหน่วยงานความมั่นคงมีหน้าที่บินเป็นเรื่องปกติ แต่ในวันนั้น มีความจำเป็นต้องใช้กำลังทหารและอาวุธไปด้วยหรือไม่

ฝ่ายยุทธการ ฉก.นราธิวาส ชี้แจงว่า อากาศยาน AS550 เป็นอากาศยานที่มาสนับสนุน ฉก.นราธิวาส จะมีตารางการบินตามแผนยุทธการ มีนักบิน 2 คน เป็น นักบิน 1 คน ผู้ช่วยนักบิน 1 คน ช่างเครื่อง 2 คน และฝ่ายปฏิบัติการ 1 คน รวมแล้ว 4 คน ทั้งหมดมีหน้าที่เฉพาะเพื่อปฏิบัติสนับสนุนภารกิจตรวจการณ์ ภาคพื้น จึงไม่มีการใช้อาวุธ ไม่เอาอาวุธขึ้นอากาศยาน ไม่มีอาวุธประจำกาย

“การใช้อากาศยาน ยืนยันไม่เอาอาวุธขึ้นเป็นอันขาด มีคำสั่ง ฉก.นราตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการ และเป็นกฏการบินที่ต้องทำอย่างเคร่งครัด และฉก.นราธิวาส ไม่ใช่หน่วยที่เป็นกำลังรบ กำลังที่มีก็เพื่อป้องกันหน่วยเท่านั้น จากที่เคยมีเหตุการณ์โจมตีค่ายทหารตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา” นายเอกราชกล่าว

นายเอกราช ถามด้วยว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่า ขณะปฏิบัติการ จะมีทหารที่เป็น จ่า จะอาขึ้นไปได้

ฝ่ายยุทธการ ชี้แจงว่า ถ้ากรณีเร่งด่วน จะคว้าปืนเป็นไปไม่ได้ โดยรอง ผบ.ฉก ยืนยันด้วยว่า ไม่มีหลุดแน่ เพราะอากาศยาน Take off จากที่นี่ ห้องนี้ก็เป็น วอร์รูม ในการควบคุมกำลัง พร้อมชี้แจงการปฏิบัติงานในคืนเกิดเหตุ เมื่อได้รับแจ้งเหตุเผา อบต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส จึงมีคำสั่งนำ ฮ.ขึ้นบินตรวจการณ์ ลาดตระเวน และสนับสนุนภาคพื้นดิน โดยนักบินและช่างเครื่องไม่มีอาวุธประจำกาย

นายเอกราช กล่าวว่า ถ้าวันนั้นไม่มีอาวุธ ตามที่ผู้ได้รับบาดเจ็บ ระบุ เราจะแสดงภาพได้ไหมว่า ไม่มีปืน บน ฮ. เพื่อเรื่องนี้จะคลี่คลาย ว่าวันนั้นมีภาพวงจรปิดที่หน่วยทหารยืนยันว่า ไม่ใช่อาวุธ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้หาว่ามีคนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

พ.อ.อาณัติ กล่าวว่าทางหน่วยเตรียมคลิปวีดีโอของ ฮ.ลำที่ปฏิบัติงานให้ทางคณะกรรมาธิการ ได้เห็นวิธีปฏิบัติงานจริง และฝ่ายยุทธการชี้แจงว่า พื้นที่สนาม ฮ.ถือเป็นพื้นที่สำคัญทางทหาร ที่จะไม่เปิดเผยทั้งภาพถ่ายและที่ตั้ง เพราะเป็นพื้นที่เป้าหมายของฝ่ายตรงข้ามได้ จึงไม่มีการติดกล้องวงจรปิดที่สนาม ฮ. และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติการบินก็ไม่ได้ถ่ายรูปอะไรทั้งนั้น

นายเอกราช กล่าวว่า อยากช่วยทางหน่วยทหารชี้แจง เพื่อให้เรื่องนี้คลี่คลายว่าเป็นไปไม่ไหรอกที่จะมีการไล่ล่าคนร้าย แต่ถ้าตำรวจตรวจสอบว่ายิงจากที่สูงแล้วหาคำตอบไม่ได้ ทุกคนจะเพ่งเล็งมาที่กองทัพ

“ผมก็อยากช่วยท่านชี้แจงกับประชาชนว่าให้เขารู้สึกไม่สบายใจ เราไปคุยกับเด็ก 4 คน มีภาวะกระทบสภาพจิติใจ อาการทรอม่า และการข่าวที่เกิดขึ้นก็จะกระทบกับชาวบ้าน เราอยากให้ยู่ข้างทหาร แต่พอเป็นข่าว ทำให้กลายเป็นฝั่งตรงข้าม ปัญหาความไว้วางใจก็จะเดินมา” นายเอกราชกล่าว

พ.อ.อาณัติ กล่าวด้วยว่า จากเหตุรุนแรง มีผู้บาดเจ็บ 3 คน อีก 2 คนที่เป็นผู้หญิง ก็หวาดผวากับเหตุระเบิดเช่นกัน เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทางหน่วยให้ความสำคัญเช่นกัน

ฝ่ายยุทธการ ยืนยันด้วยว่า ภารกิจวันนั้น ฮ.ขึ้นบิน เพื่อยืนยันที่หมาย หลังได้รับทราบว่ามีการเผา อบต.บองอ ซึ่งจากการบินไปสำรวจก็พบว่า อบต.ถูกเผา และไม่ไกลกันประมาณ 1 กม.ก็พบรถยนต์ที่ถูกเผา 1 คัน ซึ่งต่อมา ยืนยันได้ว่าเป็น รถยนต์ที่คนร้ายขโมยจาก อบต.บองอ นี่คือเหตุผลของการบินตรวจการณ์

นายราเชน และ น.ท.กิตติพงษ์ สอบถามถึงระเบียบปฏิบัติว่าจะมีคำสั่งในการบินตรวจการณ์ในลักษณะนี้หรือไม่ ซึ่งทาง ฉก.นราธิวาส บอกว่า อากาศยานที่บินในประเทศ ไม่ต้องพกอาวุธ เป็นกฏการบิน ส่วนกฏการปะทะเป็นของกำลังภาคพื้น

ขณะที่นายราเชน บอกว่า ตนเองต้องการหาความจริง เพราะไปในพื้นที่เกิดเหตุที่กระสุนยิงมาที่ขอบเลนกั้นถนน จึงอยากรู้ว่ายิงมาจากไหน ทางรองผบ.ฉก.นราธิวาส บอกว่า ไม่อยากให้มีการชี้นำหรือพูดขยายไปเรื่อย เพราะต่างคนต่างทำหน้าที่ จึงไม่อยากให้คิดเอาเอง ทางนายราเชน บอกว่า เมื่อข้อเท็จจริงต่างกัน จึงต้องรอการพิสูจน์หลักฐาน

รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส บอกด้วยว่า ในพื้นที่ภาคใต้เป็นพื้นที่บังคับใช้กฏหมาย ไม่ใช่การทำสงคราม ทุกเหตุเราสำเร็จภารกิจในการจับกุมผู้กระทำผิด ใช้ขั้นตอนตามกฏหมายทั้งสิ้น แต่สิ่งนี้ เป็นการชี้นำ ผ่านทางโซเซียลมีเดีย จนกระทั่งเกินเลย เกินขอบเขต

“เราทำตามขั้นตอน ไม่มีขั้นตอนไหนที่ละเลย เราเข้าพิสูจน์ทราบ ผู้บาดเจ็บ 3 ราย เราเข้าไปเยี่ยมไปดูแล เราทำเหมือนที่เคยทำมา เราไม่ได้ละเลย ในกรณีนี้ก็เป็นปกติ แต่สิ่งที่ไม่ปกติ คือมีการชี้นำ ประชาชน ชาวบ้าน และในวันแรกที่ได้ฟังจากน้องๆ ก็ไม่ได้พูดเรื่องอากาศยานด้วยซ้ำ ทางน้องก็ไม่ได้พูดอะไร” รอง ผบ.ฉก.นราธิวาสกล่าว

นายราเชน บอกว่า กรณีมีการชี้นำ แบบนี้ทางหน่วยต้องมีมาตรการที่สื่อให้ทัน เพราะเราเสียหายจนกว่าความจริงจะปรากฏ ขณะที่นายเอกราช สอบถามด้วยว่า นอกจากอากาศยานที่บิน มีกำลังภาคพื้นอยู่บริเวณนั้นหรือไม่ และบริเวณนั้นไม่มีหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสหรือไม่

พ.อ.อาณัติ กล่าวว่า ทางกำลังภาคพื้นเขาปฏิบัติอยู่แล้ว ซึ่งทุกหน่วยในพื้นที่นราธิวาส ขึ้นตรงกับ ฉก.นราธิวาส ทั้งทหารพราน นาวิกโยธิน อส.และตำรวจ

น.ท.กิตติพงษ์ ถามว่า การขึ้นบินวันนั้นมีคำสั่งอย่างเป็นทางการหรือด้วย วาจา ทาง พ.อ.อาณัติ กล่าวว่า วันนั้นเป็นปฏิบัติการเร่งด่วนที่เป็นคำสั่งด้วยวาจา แต่ในภาพรวมมีคำสั่งยุทธการของหน่วย ซึ่งเกิดขึ้นหลังเหตุบูเก๊ะซามี ที่เฝ้าระวังเตรียมการก่อเหตุ ทุกหน่วยรับทราบการปฏิบัติอยู่แล้ว

นายรอมฎอน ถามว่า กรณีมีการชี้แจงว่า บน ฮ.มีทหารสัญญาบัตร 4 ท่าน จะให้ชื่อได้หรือไม่ ทางรอง ผบ.ฉก.นราธิวาส ระบุว่าจะแจ้งยังผู้บังคับบัญชาต่อไป และนายรอมฎอน ยังถามด้วยว่า ในการขึ้นบิน มีการควบคุมการจราจรหรือไม่

ทหารฝ่ายยุทธการบอกว่า ในการบินช่วงกลางคืนทาง ฉก.นราธิวาส ได้แจ้งหอบังคับการบินปัตตานี ในการบินขึ้นและลง ส่วนกลางวันสามารถสื่อสารกับหอบังคับการบินนราธิวาสได้ และมีแผนการบินที่สามารถระบุได้ ส่วนหน่วยงานอื่นเช่น หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจะมี ฮ.บินตามแผนปฏิบัติอย่างไร ฉก.นราธิวาส มิอาจทราบได้

ปรัชญา นงนุช ผู้สื่อข่าว Space Bar สอบถามถึงผลการปฏิบัติที่ผ่านมาในการใช้ ฮ.บินลาดตระเวน ทาง ฉก.นราธิวาส ชี้แจงว่า การบินตรวจการณ์และลาดตระเวน จะช่วยหยุดความเคลื่อนไหวคงยาก แต่จะช่วย แต่ distrup น่าจะถูกต้องมากกว่า และได้ผลในการสะกัดกั้นได้

น.ส.ฐปณีย์ สอบถามว่า ในการบินตรวจการณ์วันนั้น ได้เห็นวัยรุ่นชายทั้ง 4 คน หรือไม่ ทางฝ่ายยุทธการ ชี้แจงว่าในการบิน ฮ.ตามแผนบินจากอ.เมือง ไปยัง อบต.บองอ และ อบต.ช้างเผือก บินที่ความสูง ประมาณ 800 ฟิต ที่มีสิ่งกีดขวางทั้งสันเขา เป็นพื้นที่เขาเยอะ อาจมีอุบัติเหตชนภูเขา ประกอบกับสายไฟแรงสูง และมีปัจจัยสภาพอากาศและวันนั้นมีเมฆมาก มีฝนตกบางแห่ง การบินกลางคืน เพื่อความปลอดภัยจึงบินเกาะเส้นตามถนน และตามไฟถนน

“ซึ่งให้นึกสภาพตามว่ามีรถวิ่งมากมาย จึงไม่อาจจะระบุได้ว่าเป็นรถชนิดใด และในระดับความสูง 800 ฟิต หากเปรียบก็ประมาณ 300 เมตร หรือมีความสูงอย่างตึกมหานคร ที่กรุงเทพ ซึ่งมีความสูง 300-315 เมตร ซึ่งความสูงขนาดนั้นคงไม่สามารถมองเห็นคน หรือมอเตอร์ไซค์หรือไม่ โดยเฉพาะกลางคืน” ฝ่ายยุทธการกล่าว

นอกจากนี้ หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสได้เปิดคลิป เฮลิตอปเตอร์ ที่ใช้ปฏิบัติภารกิจ 1 ลำ เป็นเฮลิคอปเตอร์ชนิด AS550 สังกัดกองพันบินที่ 1 พร้อมขั้นตอนการปฏิบัติงาน ที่นักบิน 2 คน รวมผู้ช่วยนักบิน จะทำตามขั้นตอน ตั้งแต่มีช่างตรวจ ก่อนทำการบิน นักบินตรวจก่อนบิน ซึ่งในกรณีเร่งด่วนจะใช้เวลาตรวจรวดเร็วแต่ทำตามขั้นตอนเพื่อความปลอดภัย โดย ฮ.จะมีลักษณะลำเล็ก ที่การปฏิบัติงานบินลาดตระเวน จะมี 4 นาย นักบินและผู้ช่วย นั่งด้านหน้า ส่วนช่างเครื่อง และนายทหารปฏับิตการจะนั่งด้านหลัง ฮ.ไม่ติดอาวุธ

และมีการจำลองภาพการปฏิบัติงานที่นายทหารปฏิบัติการ จะไม่ได้พกอาวุธประจำกายไปด้วย สำหรับ ฮ.มีประตู 2 บาน ด้านนักบิน จะเปิดออกได้ ด้านหลังจะเป็นลักษณะเลื่อนได้ ซึ่งฝ่ายยุทธการ ยืนยันด้วยว่า ในการปฏิบัติงานจะไม่มีการเลื่อนบานประตู เพื่อความปลอดภัย และที่ผ่านมาระหว่าง ฮ.บินปฏิบัติงานไม่เคยมีการยิงอากาศยานหรืออากาศยานโดนยิงระหว่างตรวจการณ์ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

พ.อ.ภาสกร ชี้แจงสรุปว่า กอ.รมน.ภาค 4 รับทราบข้อห่วงใยทุกฝ่าย ซึ่งเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว เราพร้อมพิสูจน์ข้อเท็จจริง ซึ่งอย่างที่แพทย์ชี้แจงว่า จากบาดแผลของนายซอและ ดอเลาะ มีแผลเข้าเป็น รู ขนาด 1 ซม.ถ้าเทียบกับกระสุน M16 ขนาด 5.56 มม.จะเป็นไปได้หรือไม่ และขอให้พิจารณาจากการบิน ตามที่นักบินชี้แจงว่า เวลากลางคืนต้องบินเกาะถนนเพราะมืด จึงไม่สามารถระบุว่าใครเป็นใครได้ และการเจอปลอกกระสุน 5.56 มม.ในที่เกิดเหตุ ต้องทราบด้วยว่า ปืนดังกล่าวไม่ได้มีแต่ทหาร หรือตำรวจ แต่ฝ่าย BRN ก็มีเช่นกัน และในพื้นที่เกิดเหตุหลังจากนั้นก็ไม่ได้มีแต่เจ้าหน้าที่

“ถ้าถามผมว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ ว่าเป็นการยิงจาก ฮ. ถ้าในความคิดจากผม เป็นไปได้น้อยมาก ผมมั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าไม่ใช่เลย แต่ถ้าพิสูจน์ออกมาว่าผิด ฉก.นราธิวาส โดนลงโทษแน่นอน ทั้งวินิยและอาญา ว่าไปเลย เพราะเคยมีการดำเนินคดีกับทหาร ผมไม่ได้บอกว่าทหารไม่เคยกระทำผิด ถ้าผิดพลาด แม่ทัพภาคที่ 4 ผบ.ทบ. ก็ต้องดำเนินการกับผู้กระทำผิด” พ.อ.ภาสกร กล่าว

พ.อ.ภาสกร กล่าวว่า กรณีนี้จากหลักฐาน 99 เปอร์เซ็นต์ ตนเองมั่นใจว่าไม่ใช่แน่นอน ฉก.นราธิวาส ยืนยันว่ามี ฮ.ลำเดียว ที่บินในคืนนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการจ่อยิงแบบในหลัง เรื่องนี้จึงขอให้กระบวนการยุติธรรมตรวจพิสูจน์


แท็กที่เกี่ยวข้อง  ฉก.นราธิวาส ,กมธ.ทหาร ,ฮ.AS550

คุณอาจสนใจ

Related News