เลือกตั้งและการเมือง

“ดีเอสไอ” ลุยเดินหน้าเอาผิดคนปล่อยข้อมูลสำนวน “คดีฮั้ว สว.” ยันไม่มีแรงกดดันทางการเมือง

3 ชั่วโมงที่แล้ว

26 views

“ดีเอสไอ” ลุยเดินหน้าเอาผิดคนปล่อยข้อมูลสำนวน “คดีฮั้ว สว.” ย้ำต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่คาดเดาผู้เกี่ยวข้อง ยืนยันไม่มีแรงกดดันทางการเมือง

พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยถึงกรณีที่ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา มีการเผยแพร่ภาพเอกสารที่อ้างว่าเป็นรายงานการสอบสวนในคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีความผิดฐานอั้งยี่ ซึ่งเป็นคดีที่มีการกล่าวหาว่ามีบุคคลร่วมกันดำเนินการเพื่อให้การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาบางรายขัดต่อกฎหมาย

พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าว DSI ได้ตรวจสอบเอกสารเบื้องต้นแล้ว เห็นว่าเป็นเอกสารทางราชการ เนื่องจากเป็นรายงานการสอบสวน เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงสั่งการให้กองกฎหมายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างไร มีผู้ใดเกี่ยวข้อง และเกี่ยวข้องกับความผิดในเรื่องใด เพื่อให้กระบวนการดำเนินการเป็นไปอย่างโปร่งใสและทำความจริงให้ปรากฏ

ส่วนกรณีจะเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับเอกสารราชการเพียงอย่างเดียวหรือไม่นั้น พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า จากการหารือระหว่างกองกฎหมายกับกองบังคับการปราบปราม เห็นว่าเรื่องดังกล่าวอาจมีข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายส่วน จึงต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีพฤติการณ์เกิดขึ้นอย่างไร จากนั้นกองบังคับการปราบปรามจะเป็นผู้พิจารณาว่ามีความผิดฐานใดและมีผู้ใดเกี่ยวข้อง ก่อนดำเนินการตามกฎหมาย

เมื่อถามถึงเอกสารและหลักฐานที่ถูกนำมาเปิดเผย ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่ iLaw หรือ สส. พรรคประชาชน นำมาเปิดเผยว่าเป็นสำนวนของ DSI จริงหรือไม่ พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวอยู่ในเรื่องที่มอบให้มีการสอบสวนทั้งหมด โดยคดีนี้ตามที่ปรากฏเป็นข่าว DSI ได้สอบสวนจนเสร็จสิ้นและส่งสำนวนกลับไปยังพนักงานอัยการ ก่อนที่ต่อมาจะมีการคืนสำนวนกลับมายัง DSI ทำให้กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับเอกสารมีหลายภาคส่วน

พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดที่เกี่ยวข้อง DSI พร้อมให้ความร่วมมือในการตรวจสอบเพื่อทำความจริงให้ปรากฏ โดยอธิบดี DSI ได้มอบให้กองบังคับการปราบปรามเป็นหน่วยงานดำเนินการแจ้งความ เนื่องจากเป็นหน่วยงานกลาง ขณะที่ DSI ไม่ได้เข้าไปดำเนินการเอง แต่พร้อมให้ความร่วมมือเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างโปร่งใส

เมื่อถูกถามว่า หากคาดเดา ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการนำเอกสารออกมาเผยแพร่จะเป็นคนนอกหรือคนใน DSI พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ไม่สามารถคาดเดาได้ และต้องให้ตำรวจทำหน้าที่สอบสวน

ส่วนกรณีหลักฐานที่ iLaw และ สส. พรรคประชาชนทยอยนำมาเปิดเผยมีข้อมูลการใช้โทรศัพท์และ Base Data จนทำให้ผู้ที่ถูกพาดพิงกังวลว่าข้อมูลข่าวสารดังกล่าวหลุดออกมาได้อย่างไรนั้น พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ย้อนกลับไปในประเด็นเดิมว่า เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าว DSI ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเบื้องต้นพบว่าเป็นความผิดที่เกี่ยวข้องกับทางอาญา จึงมอบให้มีการกล่าวโทษดำเนินคดีในวันนี้ เพื่อให้กระบวนการสอบสวนเริ่มต้นโดยเร็ว และจะได้มีข้อเท็จจริงและความจริงปรากฏ

สำหรับกรณีที่นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ส่งหนังสือมายัง DSI ซึ่งเป็นหนึ่งใน 4 หน่วยงาน ขอให้ตรวจสอบว่าข้อมูลดังกล่าวรั่วไหลออกมาได้อย่างไร และมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่นั้น พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ได้ตรวจสอบกับสำนักงานเลขานุการ DSI และฝ่ายประชาสัมพันธ์แล้ว ทราบว่าเอกสารน่าจะอยู่ระหว่างการจัดส่งมายังหน่วยงาน และเมื่อเอกสารเข้ามาแล้ว ก็จะนำไปรวมกับเรื่องดังกล่าวเช่นเดียวกัน

เมื่อถามว่าแสดงว่าข้อมูลที่หลุดออกมาเป็นข้อมูลจริงหรือไม่ พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ต้องให้มีการตรวจสอบรายละเอียด เนื่องจากยังไม่ได้เห็นเอกสารทั้งหมด

ส่วนกรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่า หากมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ อาจเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ DSI ที่อยู่ในกองคดี หรือแม้แต่บุคคลในรัฐบาลชุดที่ผ่านมา รวมถึงมีการพาดพิงถึงนายทวี สอดส่องนั้น พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า DSI มองเห็นเรื่องความโปร่งใส จึงนำกระบวนการเข้าสู่การดำเนินคดีอาญาโดยเร็ว ซึ่งในขั้นตอนดังกล่าวจะมีการสอบสวนพยานบุคคลและรวบรวมข้อเท็จจริงต่างๆ เพื่อให้สามารถอธิบายได้ด้วยพยานหลักฐาน ไม่ใช่การคาดเดา



ส่วนพยานปากสำคัญของ DSI ที่จะไปให้การกับกองบังคับการปราบปรามว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ทำสำนวนโดยตรงหรือไม่นั้น พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับว่าพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามจะแจ้งมาอย่างไร โดย DSI พร้อมให้ความร่วมมือ

กรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่าการแจ้งความเกิดขึ้นก่อนวันที่ 28 สิงหาคม ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. จะมีการพิจารณาเรื่องดังกล่าว และอาจถูกมองว่าเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองหรือไม่ พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ต้องแยกประเด็นออกจากกัน เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ โดยในกระบวนการสืบสวนสอบสวน ขั้นตอนที่จะเปิดเผยพยานหลักฐานได้นั้น ต้องอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาล ซึ่งเป็นการเปิดเผยต่อหน้าคู่ความ แต่การที่เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีออกสู่ภายนอกโดยไม่ถูกต้องตามขั้นตอน เป็นเรื่องที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของกระบวนการยุติธรรม จึงต้องแยกเป็นคนละส่วนกัน โดยเรื่องนี้ DSI ไม่สามารถนิ่งนอนได้และต้องรีบดำเนินการ เนื่องจากอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นขององค์กรด้วย

เมื่อถามว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่มีแรงกดดันทางการเมืองใช่หรือไม่ พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ไม่มี

ส่วนกรณีมีผู้ร้องหรือผู้ถูกกล่าวโทษจำนวนกี่ราย พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการแจ้งพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่ได้ระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้พนักงานสอบสวนฝ่ายตำรวจสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานตามกฎหมาย

สำหรับกรณีวันที่ 28 สิงหาคม หากบอร์ด กกต. มีผลวินิจฉัยจำนวนผู้ต้องหาออกมา ดีเอสไอจะมีกรอบเวลาหรือไม่ พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ในส่วนดังกล่าวอยู่ในคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมของพนักงานอัยการ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายประเด็นที่จะต้องนำมารวบรวมเข้าสำนวนร่วมกับพยานหลักฐานอื่น โดยไม่สามารถกำหนดเวลาแทนพนักงานสอบสวนได้

เมื่อถามว่าหากบอร์ด กกต. มีคำวินิจฉัยอย่างไร ก็ต้องนำมาประกอบสำนวนของ DSI ด้วยใช่หรือไม่ พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ใช่ และเมื่อถามว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จำนวนผู้ต้องหาหรือผู้ถูกดำเนินคดีจะต้องมีจำนวนเท่ากันกับผลของ กกต. พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ต้องพิจารณาจากพยานหลักฐาน เนื่องจากเรื่องนี้เป็นคดีอาญา

ส่วนขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอผลการวินิจฉัยของบอร์ด กกต. ใช่หรือไม่นั้น พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า เป็นหนึ่งในประเด็นที่ต้องรวบรวมเข้าสำนวน

สำหรับจำนวนผู้ต้องหา 8 รายในปัจจุบัน พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า คดียังมีการสอบสวนต่อเนื่อง และเมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีผู้ต้องหาเพิ่มเติม พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ต้องรอฟังจากพนักงานสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง

แท็กที่เกี่ยวข้อง  ฮั้วสว.

คุณอาจสนใจ

Related News