เลือกตั้งและการเมือง
“เท้ง” ชวน “สุชาติ” ฟังปัญหาคนปราจีนฯ ขยาย EEC ต้องไร้ทุนเทา-ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม จี้ นายกฯ แสดงความกล้าหาญ
2 ชั่วโมงที่แล้ว
10 views
“เท้ง ณัฐพงษ์” หัวหน้าพรรคประชาชน ชวน “สุชาติ ชมกลิ่น” รมว.ทรัพยากรฯ เดินฟังปัญหาชาวปราจีนบุรี ย้ำขยาย EEC ต้องไร้ทุนสีเทา-ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม จี้ นายกฯ แสดงความกล้าหาญ ใช้อำนาจเป็นหลังพิงให้เจ้าหน้าที่
วันนี้ (18 ส.ค.69) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ประชุมติดตามและตรวจสอบการประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตและการฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ประชาชนในปราจีนบุรีให้ความห่วงใย ปัญหาสิ่งแวดล้อม ทุนเทา โรงงานผิดกฎหมาย และแรงงานต่างด้าว เชื่อว่าชาวปราจีนบุรีคงไม่มีใครคัดค้านเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ชาวปราจีนบุรีไม่ได้ต้องการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจที่กระจุกตัวอยู่กับโรงงานและกลุ่มทุนไม่กี่กลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มทุนสีเทาที่นำมาซึ่งกากมลพิษ แต่ชาวปราจีนบุรีต้องการการพัฒนาเศรษฐกิจที่ดูแลสิ่งแวดล้อมและคำนึงถึงผลประโยชน์ของชุมชนไปพร้อมกัน
การที่ภาคประชาสังคมออกมาคัดค้าน ไม่เอา EEC ต้องย้อนกลับไปที่ต้นตอของปัญหา ประชาชนอาจไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจในระบบราชการ หากจะเอาปราจีนบุรีเข้าไปเป็น EEC จังหวัดที่ 4 จะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หรือปัญหาที่มากขึ้น
อย่างไรก็ตามจากการรับฟังเสียงสะท้อนจากหน่วยงานราชการในพื้นที่พบอุปสรรคเรื่องอำนาจทางกฎหมายที่ทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเต็มที่ เราไม่ได้มองว่าทุกส่วนของราชการขาวสะอาดไปทั้งหมด ทุกองค์กรก็อาจจะมีคนสีเทาอยู่ในนั้น ถ้ามีข้าราชการที่มีส่วนพัวพันเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา เรายอมรับไม่ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องตรวจสอบอย่างเข้มข้นและกวาดล้างให้เต็มที่ที่สุด เชื่อว่าข้าราชการส่วนใหญ่เป็นข้าราชการที่มีความตั้งใจดี ยกตัวอย่างสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดปราจีนบุรี ที่จะเข้าไปตรวจสอบแรงงานเถื่อนในโรงงานต่างๆ ก็ต้องเกาะรั้วไม่ต่างจากประชาชนเพราะไม่ได้มีอำนาจเต็มขนาดนั้น หากทำอะไรไปก็อาจจะถูกเอกชนฟ้องร้อง และตัวเขาก็ได้รับผลกระทบด้วย
เรื่องนี้ต้องเริ่มต้นด้วยความกล้าหาญจากฝ่ายการเมือง รัฐบาลในฐานะที่เป็นผู้กำหนดนโยบาย หากประกาศเอาจริงกับการแก้ปัญหาทุจริตคอรัปชั่น เชื่อว่าคงมีปัญหาแบบเดียวกันทั่วประเทศ ไม่ใช่แค่จังหวัดปราจีนบุรี แต่นายกฯ ไม่ทราบมาก่อนจริงหรือไม่ หากทราบแล้วเหตุใดถึงไม่มีความกล้าหาญทางการเมืองบอกว่าจุดเริ่มต้นการใช้อำนาจมาจากรัฐบาลเป็นหลังพิงให้กับข้าราชการในพื้นที่ เชื่อว่าจะทำให้หน่วยงานในพื้นที่ทำงานด้วยความสบายใจมากยิ่งขึ้นได้
สิ่งหนึ่งที่จะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่ให้กลับคืนมาคือ ความโปร่งใส สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ระบุว่าได้รวบรวมปัญหาหมดแล้ว ส่งฟ้องเหลือแต่ตำรวจดำเนินการ แต่ในวงนอกประชาชนกลับมองไม่เห็นอะไรเลย ระบบราชการเหมือนเป็นกล่องดำ ดังนั้นการสร้างระบบที่คล้าย ๆ กับ Traffy Fondue ที่กรุงเทพมหานครใช้จนประสบความสำเร็จมาติดตามเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ เปิด ระบบรายงานและเฝ้าระวัง (Public Dashboard) ให้ประชาชนสามารถติดตามตรวจสอบเรื่องที่ร้องเรียนได้
นอกจากนี้ราชการจะต้องมีการทำงานเชิงรุก แม้รัฐบาลจะมีนโยบายตัดงบประมาณจังหวัด โดยให้เหตุผลว่าลดความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานส่วนภูมิภาคในพื้นที่ แต่เรากลับพบว่างบจังหวัดที่ตัดไม่ได้กระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น แต่ถูกนำไปใช้ในโครงการอื่น ๆ ที่ไม่ได้ตอบโจทย์ประชาชน ซึ่งรัฐบาลควรจะต้องมีระบบในการตรวจสอบธุรกิจนอมินี เราจะมีข้อเสนอว่างบประมาณจังหวัดปราจีนบุรีที่มีอยู่ 44 ล้านบาท ในปีงบ 70 หากบูรณาการสร้างระบบไอที เพื่อบูรณาการข้อมูลตรวจจับธุรกิจนอมินีในพื้นที่ เชื่อว่าจะตอบโจทย์และแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ จะมีการส่งหนังสือข้อสังเกตในนามผู้นำฝ่ายค้าน สามารถทำได้ทันที ซึ่งการลงพื้นที่ของตนเองในทุกครั้งที่รับฟังปัญหาก็มีการออกหนังสือในนามผู้นำฝ่ายค้าน เพราะต้องเข้าใจว่าระบบราชการในปัจจุบันทำตามเอกสาร จึงต้องมีต้นเรื่องเป็นหลังพิงให้กับเจ้าหน้าที่ ส่วนเรื่องที่ต้องผลักดันจากรัฐส่วนกลาง อาจจะมีการส่งเรื่องเข้าคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ
เมื่อถามว่าช่วงบ่ายนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เตรียมลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีเช่นกัน มองว่าควรมีแอคชั่นกับปัญหาในพื้นที่อย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จริง ๆ เป็นโอกาสดี ขอเชิญชวนถ้ามาลงพื้นที่ด้วยกัน ก็จะเป็นเรื่องดีให้มาเดินด้วยกัน ตนก็จะได้สะท้อนปัญหาในเวทีช่วงเช้าให้นายสุชาติฟัง ถ้ารัฐมนตรีรับปากและนำไปดำเนินการทันทีก็จะเป็นสิ่งที่ดีให้กับชาวปราจีนบุรี
ส่วนที่ในพื้นที่มีปัญหาเรื่องการคัดค้านการขยายพื้นที่ EEC มายังจังหวัดปราจีนบุรี มีมุมมองเรื่องนี้อย่างไรบ้างนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คนปราจีนบุรีคงไม่ได้คัดค้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจ แต่สิ่งนั้นต้องแลกมากับอะไร หากต้องแลกมากับการกระจุกตัวที่มากขึ้น ความมั่งคั่งที่มากขึ้นแต่กระจุกตัวอยู่ในธุรกิจสีเทา รวมถึงสิ่งแวดล้อมต้องถูกทำลายคนปราจีนคงไม่อยากได้ ดังนั้นถ้ารัฐบาลสามารถตอบได้ชัดมีความโปร่งใสสร้างความเชื่อมั่นได้ ว่ามาตรการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมจะไม่เสียไป และแก้ไขปัญหาได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงเรื่องธุรกิจสีเทาจะต้องหมดไปให้ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับคนในพื้นที่จริง ๆ เชื่อว่าชาวปราจีนบุรีเองคงไม่คัดค้านการดำเนินการที่ได้ประโยชน์ต่าง ๆ เหล่านี้
เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีหยิบ EEC ไปดูแลเอง คาดหวังเรื่องนี้อย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เชื่อว่าสิ่งที่ตนและชาวปราจีนบุรีรอฟังอยู่คือผลลัพธ์ เช่น จะทำอย่างไรให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่รู้สึกว่ามีหลังพิงในการเข้าไปปราบปรามเรื่องสีเทา ลำพังหน่วยงานในพื้นที่ทำไม่ได้ นอกเหนือจากรัฐบาลส่วนกลาง รัฐมนตรีหรือตัวนายกรัฐมนตรีเองที่ต้อง มีความกล้าหาญใช้อำนาจของตัวเองเป็นหลังพิงให้กับเจ้าหน้าที่ ซึ่งตนคิดว่าเริ่มจากตรงนี้ก่อน
แท็กที่เกี่ยวข้อง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ,สุชาติชมกลิ่น ,ปราจีนบุรี