เลือกตั้งและการเมือง

รอง ผกก.สืบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ แจ้งความ “สส.ชัยชนะ” ทำร้ายร่างกาย ปัดตอบปมไม่ช่วยหาเสียง

2 ชั่วโมงที่แล้ว

160 views

กรณีประเด็นอื้อฉาววงการการเมืองนครศรีธรรมราช หลังมีการกล่าวหาว่า “อดีตรัฐมนตรี” ซึ่งเป็นนักการเมืองบ้านใหญ่ในพื้นที่ ก่อเหตุ “ตบบ้องหู” นายตำรวจระดับรองผู้กำกับ สภ.ทุ่งใหญ่ กลางงานศพ ต่อหน้านักการเมืองและผู้นำท้องถิ่นจำนวนมาก โดยกล่าวอ้างว่า สาเหตุมาจากความไม่พอใจที่นายตำรวจรายดังกล่าวไม่ช่วยหาเสียง


ผู้สื่อข่าวพยายามโทรศัพท์สอบถาม พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ สวัสดิโกมล รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ ที่โดนอดีตรัฐมนตรีตบบ้องหู แต่เจ้าตัวปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ เมื่อโทรย้ำอีก ก็ไม่รับโทรศัพท์


ต่อมาทีมข่าวสอบถามไปยัง พ.ต.อ.พงศ์พิชาญ ชยานนท์พิริย ผู้กำกับการ สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ได้สอบถามรองผู้กำกับการคนดังกล่าวแล้ว ให้ข้อมูลว่า “อยู่ในงานจริงด้วยกันจริง เนื่องจากไปงานศพด้วยกันในวันเสาร์ที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยรู้จัก สส.แทน ชัยชนะ เดชเดโช อดีต รมว.สาธารณสุข คุ้นเคยกันอย่างดี รู้จักกันมานาน ไปมาหาสู่กินข้าวร่วมกัน” ถามว่าทำร้ายร่างกายกันหรือไม่ เจ้าตัวตอบว่า “ไม่มี”


ทั้งนี้ ตำรวจมีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดในที่เกิดเหตุ พยานบุคคล ใครเห็นเหตุการณ์บ้าง ถ้ามีมูลต้องแจ้งข้อกล่าวกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง


พ.ต.อ.พงศ์พิชาญ กล่าวอีกว่า ในขณะเกิดเหตุมีคนเห็น เพราะมีคนอยู่ในงาน และคงไปพูดต่อ ตอนนี้เราก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร จึงเป็นที่มาของข่าวที่ออกมาแบบนี้ ล่าสุดทราบตัวละครที่อยู่ในเหตุการณ์แล้ว แต่ยังไม่ได้สอบปากคำ ก็จะเรียกมาสอบปากคำต่อไป ถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ อาจเป็นการหยอกล้อเล่นกัน เพราะสนิทกัน ซึ่ง พ.ต.อ.พงศ์พิชาญ ไม่ขอตอบ


ระหว่างนักข่าวโทรสอบถาม พ.ต.อ.พงศ์พิชาญ บอกว่า รองผู้กำกับการสืบสวนคนดังกล่าวกำลังให้ปากคำในฐานะพยานบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ “ยังไม่ได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวหาใครทั้งสิ้น”


พ.ต.อ.พงศ์พิชาญ กล่าวต่อว่า ตนในฐานะผู้บังคับบัญชา ในเมื่อผู้ที่ข่าวอ้างว่าถูกกระทำ เป็นผู้ให้ข้อมูลยืนยันเช่นนี้ ก็จำเป็นต้องรับฟังข้อมูลของเจ้าตัว เพราะว่าตนเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งในข่าวระบุว่า เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2-3 วันที่ผ่านมา จึงได้สอบถามเจ้าตัว ซึ่งเจ้าตัวก็ยืนยันหนักแน่นว่าข่าวที่ออกไป “ไม่เป็นความจริง”


จนกระทั่งเมื่อช่วงค่ำ ทีมข่าวสอบถามไปยัง พ.ต.อ.พงศ์พิชาญ ชยานนท์พิริย ผู้กำกับการ สภ.ทุ่งใหญ่ อีกครั้ง เปิดเผยว่า หลังจากสอบปากคำ พบว่า “มีมูล ถูกทำร้ายจริง” แต่ในมุมของรองผู้กำกับการสืบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ คิดว่าเป็นการเล่นกันแรงเพราะรู้จักกัน แต่ในทางกฎหมายเข้าข่ายทำร้ายร่างกาย ถูกตบหน้า 1 ที ตอนแรกสอบปากคำ รองผู้กำกับฯ ในฐานะพยานเพื่อดูข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก่อน หลังจากที่ รองผู้กำกับฯ เล่ามาทั้งหมด ประมวลเรื่องราวแล้วก็เข้าความผิดฐานทำร้ายร่างกาย รองผู้กำกับฯ จึงได้แจ้งความในฐานความผิด “ทำร้ายร่างกายไม่ถึงกับได้รับบาดเจ็บ” เป็นความผิดลหุโทษ


เมื่อถามว่า ทีแรกรองผู้กำกับฯ ให้ข้อมูลว่า ไม่เป็นความจริง พ.ต.อ.พงศ์พิชาญ กล่าวว่า รองผู้กำกับฯ เข้าใจว่าเป็นคนรู้จักกัน จึงดื่มกันในวง โต้เถียงมีเสียงกันบ้าง และมือไม้มาโดน น่าจะเป็นการหยอกล้อกัน แต่ไม่ได้บอกว่าปมไม่ไม่ช่วยหาเสียงหรือไม่ พอฟังเรื่องราวทั้งหมด และจากการลงพื้นที่เก็บรายละเอียดมันไม่ใช่ มันน่าจะมีมูลจริง ๆ คือการทำร้ายร่างกาย รองผู้กำกับฯ เล่าว่า โดนตบบริเวณแก้มซ้ายใกล้ปาก 1 ที ไม่ได้รับบาดเจ็บ และไม่ได้ติดใจ ความรู้สึกของรองผู้กำกับฯ คิดว่าไม่แรง ไม่มีการล็อกคอ


พ.ต.อ.พงศ์พิชาญ กล่าวอีกว่า ผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้รวบรวมหลักฐานให้ชัดเจน ถ้าใช่ก็ให้ดำเนินคดี ต้องดำเนินการให้รัดกุมในการเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน เบื้องต้นตบหน้า 1 ครั้ง ก็เป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกาย


ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความร้องทุกข์ไว้แล้ว และได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหา สส.ชัยชนะ นอกจากนี้ ได้เชิญพยานที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบปากคำ 2-3 ปาก


“ผมได้คุยกับรองผู้กำกับฯ บอกไม่ติดใจ เพราะรู้จักกันมานาน เคยช่วยเหลือกัน กินไปมาหาสู่กัน รองผู้กำกับฯ ไม่ติดใจ เหตุการณ์ครั้งนี้จึงไม่ประสงค์ร้องทุกข์ตั้งแต่แรก เมื่อดูพฤติการณ์แล้วเข้าข่ายฐานทำร้ายร่างกาย จึงได้แจ้งความ ไม่มีใครสั่ง เพียงแต่บอกรองผู้กำกับฯ ว่า ต้องคิดให้รอบคอบ ถ้าให้การไม่ตรงตามความเป็นจริง เดี๋ยวจะเดือดร้อน ต้องให้การตามความเป็นจริง ถ้าให้การเท็จต้องรับผิดชอบในคำให้การของตัวเอง ทางรองผู้กำกับฯ จึงเปลี่ยนใจ แจ้งความดำเนินคดีกับ สส.ชัยชนะ”


ขั้นตอนจากนี้หลังสอบปากคำเสร็จ และลงพื้นที่เก็บหลักฐานเพิ่ม เผื่อมีใครถ่ายคลิปถ่ายภาพไว้จะนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อให้ละเอียด รอบคอบ จากนั้นก็จะเชิญตัว สส.ชัยชนะ มารับทราบข้อกล่าวหาทันที

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ