เลือกตั้งและการเมือง

ศาลสั่งเพิกถอนประกาศชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เดินหน้าเลือกตั้งตามกำหนดเดิม 27 ก.ย.69

1 ชั่วโมงที่แล้ว

39 views

ด่วน! “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” เผยศาลปกครองกลาง พิพากษาเพิกถอนประกาศชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ชี้ไม่มีเหตุจำเป็น-ขัดต่อกฎหมาย พร้อมให้เดินหน้าเลือกตั้งตามกำหนดการเดิม 27 ก.ย.69

วันนี้ 11 สิงหาคม 2569 เวลา 15.00 น. ศาลปกครองกลาง นัดอ่านคำพิพากษา กรณีที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้ายื่นโดย รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี อดีตบอร์ดประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตน หัวหน้าทีมประกันสังคมก้าวหน้า ยื่นฟ้องขอเพิกถอนประกาศ ของคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ที่มีมติชะลอการจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน โดยทีมประกันสังคมก้าวหน้า เห็นว่า กระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคมทำเกินกว่าเหตุ พร้อมขอให้เลือกตั้งตามกำหนดการเดิม 27 ก.ย.2569 ซึ่งเมื่วันที่ 7 ส.ค.2569 ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวทุเลาการบังคับใช้ประกาศชะลอการเลือกตั้ง จนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ซึ่งศาลปกครองกลางได้นัดอ่านคำพิพากษาวันนี้ (11 ส.ค.69)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ ฝ่ายผู้ยื่นฟ้อง รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ พร้อมทีมประกันสังคมก้าวหน้า เข้าฟังคำพิพากษาด้วยตัวเอง ขณะที่ฝ่ายผู้ถูกฟ้อง คือ สำนักงานประกันสังคม มอบผู้แทนกองกฎหมายของสำนักงานประกันสังคมเข้าฟังคำพิพากษา และรับคำตัดสิน

ต่อมาเวลา 15.35 น. รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ออกจากห้องพิพากษา ก่อนมาประกาศกับสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการว่า “ทีมประกันสังคมก้าวหน้าชนะคดี”

อ.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้ทีมประกันสังคมก้าวหน้า “ชนะคดี” โดยมีคำพิพากษาเพิกถอนประกาศ คำสั่งชะลอการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ส่งผลให้กระบวนการจัดการเลือกตั้งต้องกลับมาดำเนินตามปฏิทินเดิม

โดยศาลมีข้อวินิจฉัยที่สำคัญ ว่า มีความจำเป็นเร่งด่วนในการประกาศชะลอ ว่าเป็นสิ่งที่ไม่เข้าข้อยกเว้นความจำเป็นเร่งด่วนแต่อย่างใด ซึ่งก็สามารถเทียบเคียงได้ว่าสำนักงานประกันสังคมเอง ได้มีการของบประมาณไว้แล้ว 275 ล้านบาท พร้อมกันนั้น ถ้าต้องใช้งบประมาณเพิ่ม ก็ยังสามารถขอจากคณะกรรมการประกันสังคมได้ เพราะฉะนั้น คำสั่งชะลอการเลือกตั้งจึงไม่มีเหตุจำเป็น และขัดต่อกฎหมายดังนั้น สิ่งเหล่านี้ ต้องดำเนินการสู่การเลือกตั้งตามปกติ ตามคำของพวกเราทีมประกันสังคมก้าวหน้า

ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า ศาลได้คงคำสั่งทุเลาไว้ ซึ่งทุเลาการบังคับใช้ประกาศในการชะลอ นั่นหมายความว่าสำนักงานประกันสังคมไม่สามารถที่จะออกประกาศที่มีลักษณะใกล้เคียงกันได้

“ตอนนี้ทุกอย่างกลับเข้าสู่ปฏิทินการเลือกตั้งตามปกติ และการออกคำสั่ง ออกประกาศที่ผ่านตรงนั้น ถือว่าเป็นเป็นการออกประกาศโดยมิชอบด้วยกฎหมาย” อ.ษัษฐรัมย์ กล่าว

เมื่อถามถึงประเด็นที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าสื่อสารมาตลอดว่าประกาศชะลอดังกล่าว สำนักงานประกันสังคมทำเกินกว่าเหตุ ศาลมีการวินิจฉัยประเด็นนี้ด้วยหรือไม่ อ.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า เป็นไปตามลักษณะที่ตนได้ชี้แจงไปว่า สำนักงานประกันสังคมเองก็มีความสามารถและมีการตระเตรียมการเลือกตั้ง ทั้งเรื่องงบประมาณ และวิธีการจัดการเลือกตั้งไว้แล้ว ดังนั้น การที่มีคำสั่งชะลอโดยที่ไม่ได้มีการกำหนดระยะเวลา ก็เป็นไปตามที่ได้มีการชี้แจงไว้ก่อนหน้านี้ เช่นเดียวกันก็คือเป็นสิ่งที่เกินกว่าเหตุ

ส่วนประเด็นการใช้สิทธิ์ของผู้ประกันตน ความชัดเจนตอนนี้คือทุกคนสามารถใช้สิทธิ์ได้หรือเฉพาะคนที่ลงทะเบียน อ.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ตรงนี้เป็นหน้าที่ของสำนักงานประกันสังคม ก็ต้องดำเนินการตามคำสั่งศาล ที่มีคำพิพากษาออกมาแล้ว เดิมทีนั้นได้มีการเตรียมบัตรเลือกตั้งกว่า 7 ล้านใบไว้เรียบร้อย ดังนั้น ถ้าต้องมีการเพิ่มจำนวนบัตรเลือกตั้งเข้าไป ก็อาจจะต้องใช้งบประมาณเพิ่ม แต่ว่าในขณะเดียวกัน เรื่องการของบประมาณก็ไม่ได้เป็นข้อจำกัดอะไร

เมื่อคำพิพากษาออกมาแล้ว ในส่วนของ กกต. ของสำนักงานประกันสังคมต้องออกมารับผิดชอบกับประกาศชะลอหรือไม่นั้น อ.ษัษฐรัมย์ ระบุว่า คิดว่าการรับผิดชอบโดยพื้นฐาน ก็คือแสดงว่าคำสั่งหรือประกาศเรื่องการชะลอการเลือกตั้งที่มีมาก่อนหน้านี้ ตอนนี้ถือว่าไม่มีแล้ว การรับผิดชอบเบื้องต้นตอนนี้คือ จัดการเลือกตั้งให้ได้ตามปฏิทินเดิม

เมื่อถามถึงกรณีเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานประกันสังคม ออกมาชี้แจงว่าไม่มีการเลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ยึดกำหนดเดิม 27 ก.ย.นั้น เหมือนเป็นการพลิกลิ้นกับประกาศชะลอ มองอย่างไรบ้าง อ.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ในการพิจารณาคดี การให้การและการไต่สวน เราจะเห็นได้ตามเงื่อนไขซึ่งก็สอดคล้องไปกับคำพิพากษาของศาลด้วยเช่นเดียวกัน เราเห็นได้ว่า การเลือกตั้งที่มีการชะลอออกไป นอกเหนือจากใช้คำสั่งชะลอที่อาจจะเป็นสิ่งที่เกินกว่าเหตุ ขัดต่อกฎหมาย แล้วการที่ให้คณะกรรมการประกันสังคมอยู่ในอำนาจรักษาการที่ยาวนาน ซึ่งนับ ณ ตอนนี้ก็เป็นระยะเวลาเกือบ 6 เดือนแล้ว ก็วิเคราะห์ได้ว่าอาจจะสร้างความเสียหายระยะยาวต่อการบริหารประกันสังคม เพราะฉะนั้นด้านหนึ่ง ตนคิดว่าตอนนี้ สิ่งที่ สปส.ต้องโฟกัสเลยก็คือ “เดินหน้าจัดการเลือกตั้ง”

“การเลือกตั้งหรือการมีส่วนร่วมของประชาชน คือจุดเปลี่ยนสำคัญในการที่จะเปลี่ยนองค์กรสวัสดิการที่ใหญ่ที่สุดของประเทศให้กลับเข้าสู่มือของประชาชนอีกครั้ง เงินของคนหาเช้ากินค่ำ เงินที่จะเป็นเงินของเด็ก 1.2 ล้านคน เงินของคนท้อง 2 แสนคน คนแก่ที่รับเงินบำนาญอยู่ประมาณ 9 แสนคน คนที่เจ็บป่วยอีกนับล้านคน ข้อกังวลของผมคือ การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็ต้องเป็นการจัดการเลือกตั้งตามปฏิทินเดิม และอยากฝากถึงพี่น้องประชาชน ว่า พวกเราต้องการให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่คนมีส่วนร่วมมากที่สุด และมีความบริสุทธิ์ ยุติธรรมมากที่สุด ขอให้ช่วยกันจับตาการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อทำให้ประกันสังคมเป็นหลักพึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง” อ.ษัษฐรัมย์ กล่าวทิ้งท้าย

คุณอาจสนใจ

Related News