เลือกตั้งและการเมือง
“ปกรณ์” เผย ครม.รับทราบแผนฟรีซข้าราชการ พร้อมแจงยุบ “ธนาคารที่ดิน” ไม่กระทบชาวบ้าน
2 ชั่วโมงที่แล้ว
13 views
“ปกรณ์” เผย ครม.รับทราบแผนฟรีซข้าราชการ ไม่ให้เพิ่มมากกว่านี้ ไฟเขียวทยอยยุบหน่วยงานส่วนกลางตามภูมิภาค กว่า 10,000 หน่วย คาดใช้เวลา 8 ปี พร้อมแจงยุบ “ธนาคารที่ดิน” ไม่กระทบชาวบ้าน เร่งยกระดับ “โฉนดชุมชน” เข้า คทช. สั่งจบใน 1 เดือน
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการปฏิรูประบบกำลังข้าราชการภาครัฐ ว่าการปฏิรูปการกำหนดจัดกำลังพลภาครัฐเป็นไปตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา เนื่องจากสถานการณ์การเงินการคลัง กว่า 70 % เป็นรายจ่ายประจำส่วนใหญ่จึงทำให้งบลงทุนมีน้อย ฉะนั้นรัฐบาลจึงเล็งเห็นปัญหานี้ และพยายามแก้ไขปัญหานี้
โดยวันนี้มีการเสนอคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. เรื่องการจัดการกำลังพลภาครัฐ โดยการควบคุมอัตรากำลัง ให้ถือว่าอัตรากำลังที่มีอยู่ ณ ตอนนี้ สูงสุดเท่าที่จะมีได้ แล้วจะให้ใช้กำลังหน่วยงานอื่นร่วมกัน โดยเราจะคำนึงถึงประเทศชาติ ว่าจะเดินต่อไปอย่างไร
นอกจากนี้ ในเรื่องของการยกเลิกตำแหน่งที่ไม่จำเป็น ทั้งเรื่องวิชาการ ตำแหน่งทั่วไป ก็จะไม่กระทบกับตำแหน่งอื่น ๆ และยังมีเรื่องยกเลิกตำแหน่งในแผนงานที่ไม่จำเป็นลง
จากนั้น จะมีการปรับโครงสร้างภารกิจของแต่ละหน่วยงานให้ทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือ คอมพิวเตอร์จะไม่ได้ใช้เพียงพิมพ์ดีด จะนำมาบริการภาคประชาชนด้วย
นายปกรณ์ ยังระบุอีกว่า การยกเลิกส่วนหน่วยงานส่วนกลางตามภูมิภาคซึ่งมีจำนวนมากตามข่าว เป็นภาระงบประมาณสูงมาก โดยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ ด้วยการลดกลุ่มนี้ ซึ่งทางสำนักงาน ก.พ.ร. ได้เสนอว่า ให้ยุติการจัดตั้งสำนักงานส่วนกลางในส่วนภูมิภาคทั้งหมดเริ่มตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป ส่วนที่ตั้งมาแล้วก็ให้ทบทวนและยกเลิกแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้ยกเลิกทีเดียวทั้งหมด ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาต่อการให้บริการประชาชน
นายปกรณ์ ย้ำว่าจะเป็นการยกเลิกแบบค่อย ๆ ทยอยยกเลิก จากเดิมมีเป็น 10,000 หน่วยงาน ก็จะค่อย ๆ ลดลงไปนับจากนี้ ส่วนผลกระทบต่องบประมาณ ส่งผลแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่เห็นผลใน 1-2 ปีนี้ ส่วนการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อให้บริการประชาชน ถือเป็นเรื่องสำคัญของรัฐบาล ซึ่งจะต้องมีการปรับปรุงกำลังพลภาครัฐ
นายปกรณ์ ยังย้ำอีกว่า หลักการสำคัญของการบริหารจัดการภาครัฐในปัจจุบัน คือ รัฐไม่ใช่เป็นแต่เพียงผู้ควบคุม แต่รัฐต้องอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการให้บริการต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ต้นทุนให้น้อยที่สุด ทั้งนี้ การลดอัตราลงที่มีในปัจจุบัน 30,000 หน่วยจะลดลงให้ได้มากที่สุด ขณะนี้ต้องดูในเบื้องต้นก่อนว่าแต่ละหน่วยเป็นอย่างไร และอะไรที่สามารถลดและทดแทนได้ โดยจะต้องให้แต่ละหน่วยไปทบทวนและนำเสนอมาที่สำนักงาน ก.พ.ร. ก่อนที่ ก.พ.ร. จะทำเป็นแผนและแจ้งให้ทราบต่อไป
ทั้งนี้ นายปกรณ์ ระบุอีกว่า มีการตั้งเป้าว่างบภาระประจำควรเหลือเพียงไม่เกิน 30 % จาก 70 % หากไม่ทำวันนี้อนาคตลูกหลานจะเดือดร้อน ฉะนั้น ต้องยอมรับความจริงและต้องแก้ไข ซึ่งการดำเนินการ 4 ปี ไม่ทัน แต่คาดว่าจะดำเนินการภายใน 8 ปี
ต่อมา นายปกรณ์แถลงการแก้ไขปัญหาที่ดิน (โฉนดที่ดินชุมชน) ของรัฐบาล ว่า ต้องขอบคุณขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ ที่ได้ประชุมร่วมกันกับภาครัฐ โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เรื่องหนึ่งที่มีข้อกังวล คือเรื่องการดำเนินการเกี่ยวกับโฉนดชุมชน ตนขอเน้นย้ำว่าเป็นนโยบายของรัฐบาลที่จะพยายามปฏิรูประบบการทำมาหากินของประชาชน ให้มีสิทธิ์เป็นไปตามกฎหมายมากที่สุด มีการยกระดับโฉนดชุมชนตามให้เป็นโฉนดชุมชนที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ" หรือ คทช. ให้ไปดำเนินการตามมาตรา 10 (4) ให้เป็นรูปแบบการจัดที่ดินทำกิน ให้กับประชาชนในรูปแบบหนึ่ง และจะได้รับการรับรองตามกฎหมาย ซึ่งจะมีความมั่นคงแห่งสิทธิ์มากกว่า
ขณะเดียวกันยังมีการบริหารจัดการของธนาคารที่ดินซึ่งเป็นองค์การมหาชนดูแลในเรื่องนี้อยู่ ซึ่งการยุบหรือการเสนอให้มีการยุติการดำเนินการของธนาคารที่ดินนั้น จริงๆแล้วเป็นไปตามกฎหมาย คือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การมหาชนฉบับนี้ ที่มีการขยายระยะเวลาการดำเนินการแล้ว 9 ปี เนื่องจากว่าไม่บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กำหนด และครบระยะเวลาที่จะต้องยุบภายในเดือนกันยายน การยุบไม่ได้หายไปทั้งองค์กร แต่เมื่อพ้นเดือนกันยายนไปแล้วการดำเนินการของธนาคารที่ดินจะคงอยู่ต่อไป เพื่อประโยชน์ในการชำระบัญชี ส่วนการถ่ายโอนภารกิจต่างๆ ขณะนี้คทช.กำลังพิจารณาดำเนินการ ตรงกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ กพร ว่าจะมีการถ่ายโอนภารกิจและพนักงานเจ้าหน้าที่ของธนาคารที่ดิน ส่วนหนึ่งที่ยังสมัครใจที่จะทำภารกิจนี้ต่อไปอยู่กับสำนักงานคทช.
นอกจากนี้วันนี้มีการประชุมคณะกรรมการทช. ซึ่งกำลังมีการประชุมกันอยู่ วาระที่มีการพิจารณากันคือ การนำโฉนดชุมชน ให้เป็นรูปแบบการทำมาหากินแบ่งสรรจัดสรรรูปแบบทำกินตามมาตรา 10 อนุ 4 ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีความกังวลแล้วเร่งรัดให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน จากการประชุมครั้งก่อน
โดยโฉนดชุมชนจะรับรอง ให้เป็นรูปแบบการบริหารจัดการที่ดินโดยประชาชนมีส่วนร่วม ตามมาตรา 10 ( 4) ของพ.ร.บ.คทช. รูปแบบหนึ่งซึ่งเป็นการยกระดับส่วนจะเหมือนเดิมหรือไม่ ก็คงจะมีลักษณะที่เหมือนเดิม คือมีสิทธิ์อย่างไรก็ยังมีสิทธิ์อย่างนั้นไปก่อน ส่วนประเด็นปัญหาที่ดินที่คทช.ได้มาแล้ว หรือไปสัญญาไว้แล้วจะทำอย่างไรต่อนั้น ก็จะเป็นหน้าที่ของคทช.ที่จะรับช่วงต่อไปในการดำเนินการ
ส่วนการดำเนินการที่ยังคเางอยู่นั้น ยอมรับว่า มีไม่มาก เพราะได้ให้ธนาคารที่ดินชะลอเริ่มโครงการใหม่มา 2 รอบแล้ว 4-5 ปีหลัง เนื่องจากผลการประเมินไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดจึงได้ให้มีการชะลอและงดการดำเนินการโครงการใหม่ แต่ในส่วนไหนที่ดำเนินการไปแล้ว ก็ยังให้ดำเนินการต่อไป เพราะฉะนั้นรับรองว่าไม่กระทบต่อรายใหม่ ซึ่งคทช.จะต้องรับรองให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน
แท็กที่เกี่ยวข้อง ปกรณ์นิลประพันธ์ ,ฟรีซข้าราชการ ,ธนาคารที่ดิน