เลือกตั้งและการเมือง
“พนิดา” เปิดโพยเลือก สว. พบแพลตเทิร์นซ้ำหลายกลุ่ม มองตั้งทีมโหวตหวังดันผู้สมัครก่อนเลือกไขว้
3 ชั่วโมงที่แล้ว
17 views
“พนิดา” เปิดโพยเลือก สว. พบแพลตเทิร์นซ้ำหลายกลุ่ม เช้าได้สูง แต่บ่ายลดฮวบ มองตั้งทีมสั่งโหวต หวังดันผู้สมัคร 6-7 คนครบ 20 กลุ่มก่อนเลือกไขว้
วันที่ 9 ส.ค. 2569 ที่รัฐสภา คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) นำโดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จัดกิจกรรมเจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. ครั้งที่ 4 โดยมี น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) และ น.ส.บุณยนุช มัทธุจักร ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น นอกจากนี้ ยังมีพยานบุคคลมาร่วมให้ข้อมูล
น.ส.พนิดา กล่าวว่า สำหรับบัตรลงคะแนนเลือก สว.ระดับประเทศในช่วงเช้า พบว่ามีตัวเลขจำนวนหนึ่งปรากฎอยู่ได้แก่ 84 111 95 7 126 49 148 107 137 14 ซึ่งหากเหมือนกันเพียงแค่ 1-2 ใบก็อาจจะตั้งข้อสงสัยได้ว่าเป็นความบังเอิญหรือไม่อย่างไร แต่ตัวเลขเหล่านี้เรียงลำดับตรงกันเป๊ะทั้งหมด 18 ใบ โดยในกลุ่มนี้เป็นกลุ่มการบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง ซึ่ง 7 อันดับแรกได้เป็นสว.ตัวจริง หนึ่งในนั้นคือนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ที่ช่วงเช้าได้คะแนน 34 คะแนน ช่วงบ่ายได้ 67 คะแนน ขณะที่พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ช่วงเช้าได้ 40 คะแนน ตอนบ่ายได้ 74 คะแนน อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้สมัคร 3 ตัวเลขหลัง ที่ตอนเช้าได้คะแนนเยอะ แต่ตอนบ่ายคะแนนกลับลดลงเหลือเพียงไม่กี่คะแนน
น.ส.พนิดา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ เมื่อไปดูผู้สมัครจากหลายกลุ่มเช่น กลุ่มทำสวน ป่าไม้ ปศุสัตว์ ประมง ที่พบว่ามีการใช้โพยหลักชุดเดียวกัน ลำดับตรงกันเป๊ะจำนวน 16 ใบ คือ 79 77 46 33 16 93 152 26 60 74 โดยที่ 7 คนแรกได้เป็น สว.ตัวจริง อาทิ นายยะโก๊ะ หีมละ ที่มาจาก จ.สงขลา ตอนเช้าได้ 38 คะแนน ตอนบ่ายได้ 59 คะแนน น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน จากจ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ตอนเช้าได้ 31 คะแนน ตอนบ่ายได้ 61 คะแนน ซึ่งทราบว่ารายชื่อนี้เป็นรายชื่อ 1 ใน 8 ที่กรมสืบสวนคดีพิเศษส่งไปให้อัยการสูงสุด (อสส.) ขณะที่สามลำดับสุดท้ายก็เป็นแพลตเทิร์นเหมือนกลับกลุ่มที่ 1 ที่ตอนเช้าจะได้คะแนนสูงแต่ตอนบ่ายคะแนนจะลดฮวบ และจะเป็นผู้สมัครที่มาจากจังหวัดที่มีแค่ไม่กี่อำเภอ เช่น นนทบุรี อ่างทอง เลย และยังเป็นแพลตเทิร์นเดียวกับอีกหลายๆ กลุ่ม
น.ส.พนิดา กล่าวด้วยว่า อาทิ กลุ่มที่ 7 แรงงาน กลุ่มที่ 10 ผู้ประกอบการกลุ่มใหญ่กว่ากิจการเอสเอ็มอี กลุ่ม 11 ผู้ประกอบธุรกิจหรืออาชีพด้านการท่องเที่ยว โดยในกลุ่มนี้พบว่าคนที่น่าสนใจคือนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร จาก จ.หนองบัวลำภู ที่ตอนเช้าได้ 35 คะแนน ตอนบ่ายได้ 73 คะแนน นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ จากจ.กระบี่ ตอนเช้าได้ 29 คะแนนตอนบ่ายได้ 27 คะแนน กลุ่มที่ 13 การศึกษา พบคนที่น่าสนใจคือนายสรชาติ สุวรรณพรหม ที่ตอนเช้าได้ 25 คะแนนตอนบ่ายได้ 66 คะแนน
น.ส.พนิดา กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อเรานำคะแนนทั้งหมดมาเรียงกัน 10 อันดับแรกที่ได้เป็นสว. ตัวจริงจาก 20 กลุ่มในรอบบ่ายพบว่าสูงอยู่ที่ 6 คน 7 คนสูงบ้าง กลางบ้าง และตกหน้าผาทันทีโดย 3 คนไปไม่รอด เราสามารถตั้งสมมติฐานได้หรือไม่ว่าตั้งใจมาอยู่แล้วว่าจะต้องได้สว. กลุ่มละ 6-7 คนนี้ และหากเราอยากได้สว. แบบนี้จะต้องมีอะไรบ้างนั่นคือเราต้องชนะรอบบ่ายที่เป็นการเลือกแบบไขว้และมีการจับฉลากแบ่งสาย สายละ 5 กลุ่ม ซึ่งจะได้ 4 สาย ผ่านเข้ารอบมากลุ่มละ 40 คน
น.ส.พนิดา กล่าววว่า กติกาของรอบนี้คือลงคะแนนให้กลุ่มอื่นในสายได้ กลุ่มละ 5 คะแนน แต่เลือกกลุ่มตัวเองไม่ได้ แต่ละสายจะมี 5 กลุ่ม แต่ละกลุ่มจะมี 40 คน แต่ละคนจะมี 5 คะแนนต่อกลุ่ม ดังนั้น จำนวนคนที่มีสิทธิ์โหวตคะแนน ให้แต่ละกลุ่มจะมีทั้งหมด 160 คน คิดเป็นคะแนนโหวตคือ 800 คะแนนที่มาจาก 160 คูณ 5 ซึ่งเป็นคะแนนที่แต่ละกลุ่มจะได้รับในช่วงบ่ายรวมกันไม่เกินนี้ เช่น หากอยู่สาย ก. แล้วอยากได้สว. 6 คนต่อกลุ่ม และอยากได้ 60 คะแนนต่อคนเพื่อการันตีว่าคนนี้จะเข้าไปเป็น สว.แน่นอน ก็ต้องนำหกคนที่อยากได้ไปคูณกับคะแนนที่อยากได้ รวมเป็น 360 คะแนนจาก 800 คะแนน หรือคิดเป็น 45% ของคนที่มีสิทธิ์โหวตทั้งหมดคือ 160 คน จะเท่ากับ 72 คนของทั้งสาย โดยที่ 72 คนของทั้งสายจะคิดเป็น 18 คนต่อกลุ่ม แปลว่าหากเราอยากได้สว. กลุ่มละ 6-7 คน ต้องมีคนที่สั่งโหวตและเข้ามาในรอบบ่ายได้ 18-21 คน
น.ส.พนิดา กล่าวอีกว่า การที่จะได้ทีมที่สามารถสั่งโหวตได้และได้เข้าไปในรอบบ่าย 18-21 คนนั้นก็จะต้องย้อนกลับไปดูการเลือกในรอบเช้าที่เป็นการเลือกกันเองในกลุ่มตัวเอง แต่ละกลุ่มจะมีทั้งหมด 154 คนที่มาจาก 77 จังหวัด จังหวัดละ 2 คนต่อกลุ่ม เฮ้ยแต่ละคนจะมีทั้งหมด 10 คะแนน คิดเป็นคะแนนโหวตทั้งหมด 1,540 คะแนนต่อกลุ่ม หากตั้งโจทย์ว่าอยากได้ทีมที่สั่งโหวตได้ 18 คนต่อกลุ่ม คะแนนประมาณ 30 คะแนนต่อคน ก็ต้องนำคะแนนคนที่เราอยากได้ ไปคูณกับคำนวณคะแนนต่อคนที่อยากได้เท่ากับ 540 คะแนน คิดเป็น 35.6% ของคนที่มีสิทธิ์โหวตให้ทั้งหมด โดย 35.6% ของคน 154 คนจะอยู่ที่ประมาณ 55 คนต่อกลุ่ม แต่หากอยากได้ทุกกลุ่มคือ 20 กลุ่ม ก็จะต้องมีคนที่สั่งโหวตได้เข้ารอบเลือกระดับประเทศทั้งหมด 1,100 คน
น.ส.พนิดา กล่าวอีกว่า จากข้อมูลดังกล่าว เราต้องมองทุกอย่างประกอบกัน จะมองแยกกรณีไม่ได้ และอยากถามคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เหล่านี้ที่ไม่ใช่การที่อยู่ดีๆ กล่าวหาลอยๆ แต่เป็นพฤติกรรมที่เราเห็นในการเลือกสว. รอบระดับประเทศที่ผ่านมานั้น มันเพียงพอให้กกต. เชื่อได้แล้วหรือไม่ว่า ผู้สมัครหรือผู้กระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกหรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น อันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ซึ่งหากกกต. ไม่ส่งเรื่องไปศาลจะหักล้างหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เหล่านี้ได้อย่างไร
แท็กที่เกี่ยวข้อง พนิดา มงคลสวัสดิ์ ,เลือก สว. ,ฮั้วสว.