เลือกตั้งและการเมือง

“กมธ.ป.ป.ช.” ถกความคืบหน้าทุจริตสอบท้องถิ่นต่อ มั่นใจ “อนุทิน” ไม่เกี่ยว ย้ำต้องการเห็นคนทุจริต

1 ชั่วโมงที่แล้ว

5 views

“กมธ.ป.ป.ช.” ถกความคืบหน้าทุจริตสอบท้องถิ่นต่อ มั่นใจ “อนุทิน” ไม่เกี่ยว ย้ำต้องการเห็นคนทุจริตไม่ว่าจะใหญ่ขนาดไหนต้องมารับโทษตามกฎหมาย ชี้ กระทรวงมหาดไทย ต้องมีเดดไลน์ ไม่ทำให้เรื่องเงียบ ถือโอกาสล้างบางเรื่องการทุจริต

ที่อาคารรัฐสภา นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส. พรรคภูมิใจไทยในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการพิจารณาวาระเรื่องเจ้าหน้าที่ของรัฐมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยได้เชิญ เลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) , เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) - เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) , ผู้บังคับการปราบปรามกองบัญชาการตำรวจส่วนกลาง และผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ กองบัญชาการตำรวจสอบสวน ,องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น มาให้ข้อมูลต่อกรรมาธิการ เพื่อให้หน่วยงานแต่ละหน่วยงานรายงานความคืบหน้าในเรื่องนี้ เช่น ป.ป.ช.รายชื่อเจ้าหน้าที่รัฐ 55 คน แต่ไม่ปรากฏรายชื่อของปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ในช่วงการจัดทำTOR การสอบ ที่จะได้ถามในที่ประชุม และกรอบเวลาการสรุปสำนวน คดีไทยไต่สวนพิเศษจะสรุปเมื่อไหร่ และผลสรุป ของการตรวจสอบกระดาษคำตอบและไฟล์ต้นฉบับออกมาอย่างไร และสถ. ส่งไฟล์มาให้ครบแล้วหรือยัง รวมถึงการพิสูจน์คลิปเสียงโยงนักการเมืองมีความคืบหน้าถึงไหน

นอกจากนี้ ในการดำเนินงานของ ป.ป.ท. เกี่ยวกับผลการตรวจสอบผู้จ่ายเงิน แต่ไม่ผ่านการสอบ จะดำเนินการอย่างไร ทราบว่าเบื้องต้นมี 19 ราย จากการสอบถามต่อกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งมีการจ่ายเงินคืน 19 คนแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังค้างอยู่ เพราะเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่จังหวัดศรีสะเกษเพียงจังหวัดเดียวจึงต้องสอบถามตำรวจจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ หลังจากที่เกิดเหตุที่ศูนย์สอบธรรมศาสตร์เมื่อปี 68 มีความคืบหน้าอย่างไร เพราะเชื่อว่าสามารถสอบข้อเท็จจริงจากระดับล่างขึ้นสู่ระดับบนได้อีกทั้ง ยังมีคำให้การของผอ.สำนักทดสอบฯ มศว ที่ให้ปากคำเพิ่มเติมสาวไปถึงผู้บริหารระดับสูงอย่างไร และความคืบหน้าของสำนักงานปปง.ว่ามีการยึดอายัดทรัพย์ ผู้ที่เกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไร

นายอาสพลธ์ ยังกล่าวถึงกรณี คำร้องที่มีการยื่นต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ และมีการพาดพิงไปถึงนายอนุทินชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตเพราะจะนำเงินไปใช้เกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ผ่านมา ว่า ตนมั่นใจ นายกไม่มีความเกี่ยวข้องแน่นอน เพราะตนเป็นคนแรกที่นำเรื่องการทุจริตตอบท้องถิ่นไปแจ้งต่อ นายอนุทิน เมื่อปี 2566 จนนำมาซึ่งการลงนามร่วมกันในการแก้ไขปัญหา 5หน่วยงาน

"ยืนยันได้เช่นกันว่าท่านนายกฯ ต้องการ ทำให้คนกระทำความผิดมารับโทษตามกฎหมาย และในฐานะประธานกรรมาธิการป.ป.ช. ได้ร่วมมือขับเคลื่อนไม่ว่าจะเป็นกรรมาธิการฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นเพราะต้องการเห็นคนทุจริตไม่ว่าจะใหญ่ขนาดไหน ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องมารับโทษตามกฎหมาย"นายอาสพลธ์กล่าว



นายอาสพลธ์ กล่าวถึงกรณีที่ประธานกรรมาธิการบางคณะมองว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นปาหี่ และตัดตอน ไปไม่ถึงบุคคลที่เกี่ยวข้อง ว่า ยืนยันในส่วนของกรรมาธิการป.ป.ช. ทำหน้าที่เต็มที่ ซึ่งเปิดโอกาสให้กรรมาธิการในคณะได้ซักถามอย่างเต็มที่ และทำหน้าที่อย่างต่อไปตรงมา หากคิดว่า คนที่อยู่เบื้องหลังหรือคนตัวใหญ่ระดับใดไม่ถูกมารับโทษ แม้คิดว่าเขาจะมีความผิดก็ต้องช่วยกันให้ข้อเท็จจริงปรากฏ หากทำให้คนโกงมารับโทษได้ก็ดีต่อประเทศชาติบ้านเมือง แม้มีข้อสงสัยแต่หากไม่มีหลักฐานก็ทำอะไรไม่ได้ และย้ำว่า อย่าให้เรื่องนี้เงียบต้องช่วยกันกดดัน ให้กระทรวงมหาดไทยและคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) กำหนดเดดไลน์ ข้อสรุป หากสอบไปเรื่อยๆสังคมยอมรับเรื่องนี้ไม่ได้ และครั้งนี้เป็นโอกาสในการล้างบางเรื่องการทุจริต

พร้อมกันนี้ นายอาสพลธ์ นังได้รับหนังสือจากนางสาวสุธาสีนี ดาวเรือง ผู้แทนผู้สมัครเข้ารับการสรรหา และผู้ยื่นหนังสือ กล่าวว่า กลุ่มผู้ร้องได้รวมตัวกันและเคยมายื่นหนังสือต่อ คณะ กมธ. เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2568 แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า จึงขอมาเป็นตัวแทนของผู้ได้รับผลกระทบมายื่นเรื่องอีกครั้ง เนื่องจากเห็นว่าประเด็นดังกล่าวเป็นเหมือนจิ๊กซอว์ที่เชื่อมโยงต่อเนื่องจากปีที่แล้วมาถึงปีนี้ และสะท้อนว่ามีการทุจริตหรือโกงข้อสอบเกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน จึงต้องการให้ประธานนำเรื่องดังกล่าวกลับเข้าสู่การพิจารณาอีกครั้ง

ด้านนายอาสพลธ์ กล่าวว่า เรื่องที่ผู้ร้องนำมายื่นในวันนี้เป็นข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริต นอกจากนี้ ผู้ร้องยังให้ข้อมูลเบื้องต้นว่าเป็นกลุ่มบุคคลชุดเดียวกันที่มีพฤติการณ์ในลักษณะเดียวกัน จึงนำเรื่องมายื่นให้ตรวจสอบอีกครั้ง ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวเคยยื่นไว้ตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่แล้ว แต่เนื่องจากมีการยุบสภา ทำให้เรื่องตกไปตามข้อบังคับการประชุม เมื่อมีการเลือกตั้งและมีคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ชุดใหม่ จึงกลับมายื่นเพื่อติดตามและผลักดันให้มีการพิจารณาเรื่องนี้ต่อไป


คุณอาจสนใจ

Related News