เลือกตั้งและการเมือง

“จุลพันธ์” รับหนังสือจาก “สสรท.” ปม คัดค้าน "สูตร CARE" ปรับบำนาญประกันสังคม

21 ก.ค. 2569

20 views

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเข้าพบตัวแทนศูนย์ประสานองค์กรเครือข่ายแรงงานคัดค้าน "สูตร CARE" นำโดยนายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย หรือ สสรท. เพื่อเข้ายื่นหนังสือขอให้ทบทวนมติคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม เรื่องร่างกฎกระทรวงการสายทดแทนในกรณีชราภาพ พ.ศ. ... ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เสนอต่อที่ประชุมครม. ซึ่งเป็นสูตรคำนวณการจ่ายเงินบำนาญชราภาพของประกันสังคมแบบใหม่ที่รู้จักกันโดยทั่วกันคือ "สูตร CARE" ที่สุดดังกล่าวต้องการยกระดับบำนาญชราภาพให้แก่ผู้ประกันตนมาตรา 39 กว่า 1.6 ล้านคนแต่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกันตนในมาตรา 33 ถึง 12 ล้านคนอีกครั้ง


ก่อนหน้านี้ขบวนการแรงงานได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานพร้อมทำจดหมายคัดค้าน ออกแถลงการณ์และยังยื่นเป็นข้อเรียกร้องเพื่อให้หยุดขบวนการไว้เพื่อหาทางออกให้ดีที่สุด และไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกันตนในมาตรา แต่ข้อเรียกร้องไม่เป็นผลจนถึงขั้นนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.


โดยนายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตนจะนำข้อเรียกร้องนี้ส่งไปยังนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี สิ่งที่เราต้องทำคือต้องมานั่งคุยกันนำข้อมูลมากลางและหากตัวเลขมีนัยยะสำคัญและสุดท้ายตนเมื่อนายกรัฐมนตรีได้รับหนังสือ และสั่งให้กระทรวงแรงงานทำการตรวจสอบใหม่ เราก็จะทำการดูรายละเอียดและหากมีข้อมูลเพิ่มเติมอะไรก็จะนำกลับมาพิจารณาเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี ไม่ใช่ตนที่จะหยุดได้แล้วเนื่องจากเรื่องนี้ผ่านมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว


แต่อย่างไรก็ตามตนก็พร้อมที่จะเปิดให้ทุกคนมานั่งพูดคุยเอาข้อมูลมาดูว่าขบวนการที่เกิดขึ้นมีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์ เพื่อที่จะนำข้อมูลทั้งหมดมาเปิดให้ชัดเจน ทั้งนี้ตัวสูตรใหม่ที่หลายคนเชื่อว่ามีผลกระทบนั้น ตนมองว่าก็ไม่กระทบมากหรือไม่กระทบเลย เพราะมีเรื่องของการคิดคำนวณระยะเวลาที่ปรับจากหลักปีเป็นหลักเดือน และการปรับฐานให้เป็นค่าปัจจุบัน ตัวเลขนี้ส่งผลให้เราได้ประโยชน์มากขึ้น เพราะฉะนั้นตัวเลขไม่ได้มีผลกระทบมากซึ่งตรงนี้เราก็ต้องมาดูกัน สุดท้ายแล้วจะสั่งการอย่างไรก็อยู่ที่คณะรัฐมนตรี


ขณะที่นายสาวิทย์ กล่าวภายหลังจากที่เข้าหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานว่า สูตรนี้เราได้คัดค้านมาโดยตลอดเพราะกระทบต่อผู้ประกันตนในมาตรา 33 และจุดยืนของเราก็ชัดเจนว่าหากกลุ่มคนใดหรือมาตราใดได้ประโยชน์เราก็ไม่ขัดข้อง แต่วิธีการคิดแบบใหม่นั้นยากต่อการคำนวณ และมีคนจำนวนมากกว่า 10 ล้านคนที่เสียผลประโยชน์ ซึ่งเรื่องนี้เราก็ไม่เห็นด้วย แล้วที่ผ่านมาเราก็ได้เดินทางไปยังกระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคมเพื่อยื่นเรื่องต่างๆ พูดคุยออกแถลงการณ์ต่าง ๆ เพื่อหาวิธีการในการพูดคุยก่อนที่จะมีการนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแต่ท้ายที่สุด


ผลที่เราพยายามเรียกร้องไปก็ไม่ได้รับการตอบสนองและรัฐมนตรีก็นำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม. และมีมติออกมาเมื่อวันอังคารที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา วันนี้เราจึงรวมตัวกัน เพื่อต้องการให้รัฐบาลทบทวนมติ ครม.หยุดกระบวนการนั้นก่อนและกลับมาคุยกันใหม่ และที่สำคัญคือต้องไม่กระทบต่อสิทธิของผู้ประกันตนเดิม รัฐบาลไม่ควรไปลิดรอนสภาพการจ้างเดิมทีที่มีอยู่แล้วสูตรใหม่ วิธีการใหม่ รูปแบบใหม่ ก็ว่ากันไป


แต่ที่สำคัญคือรูปแบบประกันสังคมไม่ใช่ประกันภัยซึ่งผู้ประกันตนทุกคนต้องอยู่ได้ในสังคมปัจจุบัน แต่อย่าเอาหลักประกันภัยชั่วครั้งชั่วคราวมาคิด ซึ่งตนคิดว่าเป็นหลักการที่ผิด เพราะประกันสังคมนั้นต้องการให้คนที่อยู่ในหลักประกันสังคมเมื่อเกษียณอายุงานแล้ว ให้อยู่ในสังคมภายใต้เศรษฐกิจได้มีชีวิตอย่างมีคุณค่าของความเป็นมนุษย์ เราจึงเสนอให้ทางรัฐมนตรีนำเรื่องนี้ไปให้รัฐบาลทบทวน


ส่วนการหารือในวันนี้เป็นที่พอใจหรือไม่นายสาวิทย์กล่าวว่า ไม่น่าพอใจ เพราะหลายคนก็พูดแล้วว่าทำไมเรื่องนี้ไม่มีการคุยกันก่อนที่จะมีการนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม. แต่หลังจากที่เรามาวันนี้เราก็เสนอว่าให้หยุดเรื่องนี้ก่อนได้หรือไม่ หรือชะลอไปก่อน เพื่อกลับมาคุยกันก่อน แต่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเองก็บอกว่าตอนนี้ไม่ใช่เรื่องของตนแล้วแต่เป็นเรื่องของรัฐบาลและเรื่องของนายกรัฐมนตรีเนื่องจากผ่านมติที่ประชุม ครม.แล้ว


ซึ่งดังนั้นตนก็มองว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะใช่เรื่องที่ถูกต้องและควรจะหยุดไว้ก่อนและหากเรื่องนี้ไม่มีความคืบหน้า วันที่ 4 สิงหาคมเราก็จะชวนพี่น้องแรงงานที่อยู่ในมาตรา 33 ที่เสียประโยชน์ เดินทางมาเรียกร้องต่อรัฐบาลอีกครั้ง แล้วส่วนตัวคิดว่ารัฐบาลและรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งนั้นควรที่จะฟังเสียงของพี่น้องประชาชนฟังเสียงของคนส่วนใหญ่ว่ามีความคิดเห็นเป็นอย่างไร


นายสาวิทย์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาก่อนจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม ครม. ทางเครือข่ายแรงงานบางกลุ่มก็ได้เดินทางเข้าไปพบแล้วพูดคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานแล้ว แต่ท้ายที่สุดไม่ว่าจะเป็นแถลงการณ์ที่ออกมาหรือหนังสือที่ยื่นไป แม้กระทั่งข้อเรียกร้องที่เราคัดค้านในสูตรนี้ แต่น่าเสียดายที่เสียงสะท้อนที่ออกมาไม่มีคนรับฟังซึ่งก็เป็นปัญหาดังนั้นจึงอยากจะสะท้อนผ่านสื่อมวลชนและฝากถึงรัฐบาลว่าให้ทำเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชนอย่าทำเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์แล้วเกิดผลกระทบกับประชาชนและฝากถึงนายกรัฐมนตรีว่าขอให้นำเรื่องนี้ไปพูดคุยและทบทวนมติ ครม.ใหม่ ทั้งนี้รัฐบาลมีเรื่องมากมายที่หลายฝ่ายจองกฐินอยู่แล้วดังนั้นไม่ควรที่จะหาพื้นที่สำหรับคนเห็นต่างเพิ่มและนำไปสู่ความเกลียดชังกับรัฐบาล

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ