เลือกตั้งและการเมือง

“เสก โลโซ-เอิร์น วัดใหญ่” นำอดีตผู้ต้องขังเข้าให้ข้อมูล แนะยกระดับสร้างอาชีพ-คุณภาพการรักษาพยาบาล

9 ชั่วโมงที่แล้ว

312 views

“เสก โลโซ-เอิร์น วัดใหญ่-หรั่งพระนคร-แอล โอรส” อดีตผู้ต้องขังให้ข้อมูลอนุกมธ.ศึกษาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังในเรือนจำฯ ชี้ ต้องยกระดับการรักษาพยาบาลไม่ใช่แค่จ่ายยาพาราฯ พัฒนาทักษะอาชีพที่สร้างตัวได้จริง สร้างโอกาสให้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ด้านอนุกมธ.ฯ พร้อมเป้าหมายเดินหน้าปฏิรูป 4 แนวทาง สร้างความเปลี่ยนแปลง

นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาศึกษาความยุติธรรม คุณภาพชีวิต การเข้าถึงคุณภาพการรักษาพยาบาลของผู้ต้องขังในเรือนจำ และการกลับคืนสู่สังคมสำหรับผู้เคยก้าวพลาด ในกมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะกมธ.การกฎหมายฯ แถลงผลการประชุมอนุกมธ.ฯ เพื่อขับเคลื่อนแนวทางการปฏิรูปอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการเชิญภาคเอกชนและผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามาให้ข้อมูลในวาระการศึกษาเรื่อง สถานการณ์ผู้ต้องขัง ทิศทางการพัฒนา ระบบงานราชทัณฑ์ไทย การสร้างโอกาสทางอาชีพและการกลับคืนสู่สังคมสำหรับผู้เคยก้าวพลาด

โดยนางรัดเกล้า กล่าวว่า ในการประชุมวาระดังกล่าวได้เชิญ ตัวแทนอดีตผู้ต้องขัง อาทิ นายศรายุทธ ศรีกำเนิด หรือ แอล โอรส, นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ, นายนพนันท์ ทองเหลือ หรือ เอิร์น วัดใหญ่, นายอัครินทร์ ปูรี หรือ หรั่งพระนคร ซึ่งทั้งหมดได้สะท้อนเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ในเรือนจำ โดยทิศทางเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เช่น การรักษาพยาบาล ที่ไม่ว่าจะเป็นโรคอะไรก็จ่ายแค่ยาพารา และสะท้อนถึงการฝึกอาชีพในเรือนจำ ที่เป็นการฝึกอาชีพล้าสมัยไม่ทันต่อปัจจุบัน จึงอยากให้มีการปรับปรุงทั้งในเรื่องการรักษาพยาบาล และการฝึกอาชีพให้เป็นปัจจุบันยิ่งขึ้น เพื่อให้ออกมาสู่สังคมแล้วได้รับการยอมรับมากยิ่งขึ้น รวมถึงการฝึกโปรแกรมต่างๆ ที่ได้ใช้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม อดีตผู้ต้องขังหญิงได้สะท้อนว่า ปัญหาของนักโทษหญิงในช่วงที่มีประจำเดือนได้รับผ้าอนามัยไม่เพียงพอ จึงอยากให้มีการพิจารณาเพิ่มใหม่

นางรัดเกล้า กล่าวว่า สำหรับเป้าหมายสูงสุดของคณะอนุกมธ.ฯ ที่ได้กำหนดกรอบและหมุดหมายการดำเนินงานเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนใน 4 มิติหลัก คือ 1. ยกระดับสิทธิขั้นพื้นฐานและความยุติธรรมในกระบวนการคุมขัง รวมถึงการเข้าถึงทนายความ และความช่วยเหลือทางกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นส่วนตัว และปลอดภัย ให้เป็นไปตามหลักสากล 2. ปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ สุขอนามัย ที่นอน และส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ทางด้านการศึกษา เพื่อพัฒนาความคิดและจิตใจของผู้ต้องขังในการเตรียมความพร้อมกับคืนสู่สังคม 3. ขจัดอุปสรรค และพัฒนาระบบการเข้าถึงบริการสาธารณสุข การรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ ตลอดจนการดูแลสภาวะจิตใจของผู้ต้องขังภายในเรือนจำให้ทั่วถึงและเท่าเทียมภายนอก และ 4. สร้างกลไกความร่วมมือกับภาคเอกชน ในการฝึกอาชีพที่นำไปใช้ได้จริงในตลาดแรงงาน เพื่อส่งคืนคนดีสู่สังคมและลดโอกาสการกระทำผิดซ้ำอย่างยั่งยืน

นางรัดเกล่า กล่าวว่า จากการรับฟังข้อมูลและระดมความเห็นจากหลายหน่วยงาน พบว่ามีอุปสรรคเชิงโครงสร้างที่ต้องเร่งแก้ไขคือ อัตราส่วนของเจ้าหน้าที่และแพทย์ต่อจำนวนผู้ต้องขังยังสมดุลตามมาตรฐานสากล ทำให้การดูแลไม่ทั่วถึง สภาพทางกายภาพของเรือนจำที่มีความแออัด ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการบริหารจัดการคุณภาพชีวิต การรักษาความสะอาด และประสิทธิภาพในการควบคุมหรือคัดกรองโรค หลักสูตรการฝึกอบรมและฝึกอาชีพบางส่วนยังไม่ตรงกับความต้องการของตลาดงานปัจจุบัน ส่งผลให้อดีตผู้ต้องขังยังคงหางานทำได้ยากภายหลังพ้นโทษ และทัศนคติเชิงลบของสังคมรวมถึงข้อจำกัดทางระเบียบกฎหมายในการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ซึ่งยังคงเป็นกำแพงหลักที่ปิดกั้นโอกาสการเข้าทำงานและการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในภาคเอกชน

ขณะที่ เสก โลโซ กล่าวว่า ชีวิตในเรือนจำของตนเอง โชคดีที่มีความรู้ด้านดนตรีจึงได้มีโอกาสสร้างวงดนตรีภายในเรือนจำพัฒนาทักษะ ทั้งความรู้และฝีมือ ในการเป็นอาจารย์ สอนน้องๆ ในเรือนจำให้ออกไปมีอาชีพได้ ตนอยู่ในเรือนจำได้ยึดหลัก และตนได้ยึดหลักอยู่ให้เป็นเย็นให้พอ รอให้ได้ ตนอยากเป็นกำลังใจให้ผู้ต้องขังที่พ้นโทษออกมาและอยากให้ผู้ประกอบการต่างๆ รับคนเหล่านั้นเข้าทำงานเปิดโอกาสให้ทำงานตนเชื่อว่าผู้ที่ก้าวพลาดทุกคน หลังจากเข้าไปอยู่ในเรือนจำแล้วมีความรู้ความสามารถที่จะออกมาเป็นคนดีของสังคม

ด้าน เอิร์น วัดใหญ่ กล่าวว่า จากประสบการณ์ของตนพบว่าผู้ต้องขังส่วนใหญ่ขาดการพัฒนาจิตใจ ไม่มีศีลธรรมหรือจริยธรรมใดๆ ทำให้ชีวิตเป็นแบบนั้น หากเรือนจำพัฒนาสิ่งนั้นทำให้ผู้ต้องขังมีคุณภาพกว่าเดิม ตนเชื่อว่าน่าจะทำให้คนเหล่านั้นดีขึ้น นอกจากนี้ยังอยากให้มีการพัฒนาความรู้ด้านทักษะอาชีพไม่ใช่เฉพาะพับถุงกระดาษแต่เป็นอาชีพที่สามารถนำไปดูแลเลี้ยงชีพได้จริงหลังพ้นโทษ เช่น ช่างตัดผมช่าง ตัดต่อคอมพิวเตอร์ AI ศิลปะ เพราะบางคนอยู่ในเรือนจำมานานไม่ทันการพัฒนาของโลก เพราะยิ่งไม่รู้ก็ยิ่งโง่เมื่อออกมาก็มีโอกาสที่จะกลับไปวังวนเดิมได้

ส่วน แอล โอรส กล่าวว่า เห็นด้วยกับเรื่องสร้างอาชีพเพื่อให้ตอบโจทย์กับสังคม แต่สิ่งที่อยากเสริมคือเรื่องการรักษาพยาบาล เพราะเจ็บป่วยอะไรมาก็รักษาด้วยยาพาราทั้งหมด หรือสิทธิ์การรักษาพยาบาล โรงบาลนอกเรือนจำ อยากให้ดูความจำเป็นของนักโทษที่เจ็บป่วยในแต่ละราย รักษาให้ตรงกับโรคตรงกับยา

ด้าน พ.ต.อ.ทวี กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนคิดว่าคณะอนุกมธ.ฯ ชุดนี้เป็นการสร้างโอกาส เนื่องจากวันนี้มีคนเดินเข้าราชทัณฑ์ 200,000 กว่าคน และเดินออกจากราชทัณฑ์มีตัวเลขต่างกันประมาณ 6,000 คน ซึ่งเราต้องเอาคน 3 แสนคนที่อยู่ในราชทัณฑ์ ที่เป็นต้นทางที่จะออกมามาอยู่ในสังคมอย่างมีคุณค่าและมีศักดิ์ศรี ดังนั้นจะทำอย่างไรให้คนในนั้นฟื้นฟูได้ ถ้าป่วยก็ต้องฟื้นฟู ทำอย่างไรให้เขาเป็นคนใหม่ และเริ่มต้นใหม่ ตนจึงคิดว่านี่คือโอกาสและเป็นสิ่งท้าทายของไทย เพราะวันนี้ประเทศไทยต้องการคนมีคุณภาพ วันนี้คนอยู่ในราชทัณฑ์ 300,000 คนเป็นมหาลัยที่ใหญ่ที่สุดที่ออกมาปีละ 200,000 คนทำอย่างไรให้คน 200,000 คนออกมาสร้างศักยภาพให้กับประเทศไทย ดังนั้นจึงต้องการให้สังคมให้โอกาส

คุณอาจสนใจ

Related News