เลือกตั้งและการเมือง

สภาสกัด! “วิลาศ” ห้ามแถลงข่าวปมประกันสภาหมดอายุ สั่งตำรวจ 15 นายประกบ ให้ไปแถลงที่ลานประชาชน

3 ชั่วโมงที่แล้ว

160 views

สภาสกัด! “วิลาศ” ห้ามแถลงข่าวปมประกันสภาหมดอายุ สั่งตำรวจ 15 นายประกบ ให้ไปแถลงที่ลานประชาชน เจ้าตัวเดือด ลั่น “ข้าราชการเลียไร้เหตุ” ควรลาออก ท้าผู้มีอำนาจฟ้อง แล้วอย่าถอน พร้อมแจงหลักฐานแน่น ปูด ข้าราชการน้ำดีถูกขู่ หลังตรวจสอบก่อนส่งมอบ

นายวิลาศ จันทรพิทักษ์ อดีต สส.ประชาธิปัตย์ และอดีตประธาน กมธ. ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ว่าที่ผ่านมาได้มีการร้องเรียนไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารรัฐสภาไปแล้วรวมทั้งสิ้น 65 เรื่อง ยืนยันว่าทุกเรื่องมีหลักฐานชัดเจน และพร้อมพิสูจน์ความจริงทางกฎหมาย ล่าสุดเมื่อวานนี้ (15 กรกฎาคม 2569) ถือเป็นวันครบกำหนดระยะเวลาค้ำประกันผลงาน 2 ปี ตามสัญญาจ้างการสร้างรัฐสภา ทำให้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญในการตรวจสอบความเสียหายและข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น ซึ่งตนได้ตั้งข้อกำหนดที่เรียกว่า “บัญญัติ 7 ประการ” เพื่อเรียกร้องให้ทางสภาฯ เร่งดำเนินการปฏิบัติอย่างเร่งด่วน ประกอบด้วย

การบริหารจัดการเงินประกันซองและเงินค้ำประกันผลงาน โดยสัญญาจ้างระบุให้มีเงินประกันผลงานและประกันซอง 3 ส่วนหลัก ได้แก่ เงินประกันซองตอนเซ็นสัญญา 5% (คิดเป็นเงินประมาณ 614 ล้านบาท จากมูลค่าก่อสร้างทั้งหมด 12,280 ล้านบาท) และเงินที่หักไว้ระหว่างการจ่ายค่างวดอีก 5% ประมาณ 600 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีเงินงวดสุดท้ายที่ต้องชะลอการจ่ายเพื่อรอสมทบกับเงินประกันผลงาน รวมแล้วประเมินว่ามีเงินค้ำประกันที่สภาฯ ถือไว้ไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาทและต้องขยายระยะเวลาค้ำประกันตามความชำรุดบกพร่อง คือตามสัญญาระบุว่า หากเกิดความชำรุดบกพร่องจากการใช้วัสดุที่ไม่มีคุณภาพ ไม่ได้มาตรฐาน หรือเกิดข้อผิดพลาดในการก่อสร้าง สภาฯ มีสิทธิ์เรียกผู้รับจ้างเข้ามาแก้ไข เช่น กรณีน้ำท่วมขังจนเกิดตะไคร่น้ำ หรือประตูอาคารที่ชำรุดจนต้องใช้โซ่และลวดล่ามไว้ โดยสภาฯ ต้องทำหนังสือแจ้งให้ผู้รับจ้างเข้ามาดำเนินการภายใน 15 วัน ซึ่งระยะเวลาที่ใช้ในการแก้ไขบวกกับระยะเวลาที่ไม่สามารถใช้งานอาคารได้ จะต้องนำไปนับต่อเพื่อขยายอายุการค้ำประกันออกไป ไม่ได้สิ้นสุดลงแค่ในวันที่ 15 กรกฎาคม

ที่ผ่านมาสภาฯ เคยทำหนังสือถึงผู้รับจ้างไปแล้วกว่าพันเรื่อง แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าได้รับการแก้ไขครบถ้วนหรือไม่ หากสภาฯ นิ่งเฉยหรือไม่รีบดำเนินการแจ้งโนติสให้ผู้รับจ้างเข้ามาซ่อมแซมให้ครบถ้วนในวันนี้ อาจเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยยกตัวอย่างงานที่ยังไม่เรียบร้อย เช่น กระเบื้องริมแม่น้ำที่หลุดร่อน และงานจิตรกรรมฝาผนังที่ยังเขียนไม่เสร็จ

นายวิลาศ ยังตั้งข้อสังเกตว่า มีความพยายามจากบางกลุ่มในการตั้งงบประมาณซ้ำซ้อนเพื่อนำไปซ่อมแซมหรือปรับปรุงในบริเวณที่มีปัญหาชำรุดอยู่แล้ว ซึ่งตามหลักการควรเป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้างเดิม เช่น งบประมาณปรับปรุงศาลาแก้ว 123 ล้านบาท ที่พบว่าทำผิดแบบหลายเรื่อง ทั้งปัญหาน้ำรั่วซึมลงชั้นใต้ดิน การปูกระเบื้องผิดขนาด และปัญหาไม้กระดาน ซึ่งหากไม่มีการแก้ไข สภาฯ ควรหักเงินลดหย่อนตามสัญญา ไม่ใช่ไปรื้อทำใหม่โดยใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน

ส่วนการตรวจสอบปัญหาสัญญาจ้างช่วงที่ผิดสัญญา จากการตรวจสอบพบว่า การก่อสร้างสภาฯ มีสัญญารวม 14 สัญญา และพบปัญหาการจ้างช่วงในทุกสัญญาโดยไม่มีการสอบสวน โดยเฉพาะมีผู้รับเหมาช่วงรายหนึ่ง ได้รับงานไปรวมมูลค่ากว่า 2,993 ล้านบาท และยังพบว่าเป็นรายเดียวกับที่มายื่นซองประกวดราคาแข่งขันในตอนแรก ซึ่งกรณีการจ้างช่วงนี้ถือว่าขัดต่อสัญญาก่อสร้างข้อที่ 11 ซึ่งต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ ยังเสนอให้สภาฯ เร่งจ่ายเงินค่าควบคุมงานและค่าที่ปรึกษาโครงการที่ยังค้างจ่ายอยู่อีกกว่า 300 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2564

นายวิลาศยังกล่าวว่าขณะนี้มีความพยายามจากบางบุคคลในการส่งสัญญาณข่มขู่ หรือ “กระซิบ” เตือนเจ้าหน้าที่และข้าราชการที่กำลังดำเนินการตรวจรับและตรวจสอบโครงการ โดยขู่ว่าอาจจะโดนโยกย้ายตำแหน่งหากตรวจสอบมากเกินไป ซึ่งตนขอเรียกร้องให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว และให้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก หากมีการโยกย้ายอย่างไม่เป็นธรรม จะมีการฟ้องร้องดำเนินคดีจนถึงที่สุดแน่นอน

นายวิลาศย้ำว่าหลังจากนี้ ตตนเตรียมที่จะยื่นเรื่องร้องเรียนและตรวจสอบเพิ่มเติมอีกหนึ่งชุดใหญ่ โดยจะเน้นไปที่งานก่อสร้างทุกส่วนที่มีมูลค่าโครงการเกิน 10 ล้านบาทขึ้นไป และหากไม่มีการฟ้องร้องดำเนินคดีใดๆ กลับมาเพื่อพิสูจน์ความจริง ตนจะเป็นฝ่ายคัดเลือกเรื่องสำคัญอย่างน้อย 5 เรื่อง เพื่อดำเนินการตอบโต้ทางกฎหมายด้วยตนเอง

เมื่อถามถึงความอึดอัดใจในการตรวจสอบ เนื่องจากผู้รับเหมารายใหญ่มีความเชื่อมโยงกับผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างอาคารรัฐสภาหรือไม่ นายวิลาศกล่าวว่า ตตนไม่สนใจว่าจะมีใครไปแอบอ้างชื่อผู้ใหญ่เพื่อหาประโยชน์หรือไม่ เพราะผู้ใหญ่ระดับสูงในบ้านเมืองเคยประกาศชัดเจนแล้วว่า “ไม่ชอบคนโกง เกลียดคนโกง และจะทำให้คนโกงไม่มีที่ยืน” อีกทั้งยังย้ำว่าผู้ใหญ่ท่านนั้นไม่ได้เข้ามาสุงสิงหรือเกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าวมานานกว่า 20-30 ปีแล้ว

ส่วนที่ว่ามีการข่มขู่ข้าราชการประจำนั้นนายวิลาศกล่าวเพิ่มเติมว่า ตอนนี้มีคนไปไล่เช็กว่าผู้รับเหมายังไม่ได้ทำอะไรอีก จึงเกิดความพยายามข่มขู่

“อะไรผ่านได้ก็ผ่านซะ เพราะถ้าไปจ้างผู้รับเหมา ก็จะไปหักเงินที่ประกันไว้” นายวิลาศกล่าว

นายวิลาศ กล่าวต่อว่า ส่วนงานที่ยังไม่เสร็จเรียบร้อยประมาณการว่ามูลค่ามากกว่าพันล้านบาท เช่น ไม้กระดาน ที่ใช้ในการก่อสร้างทั้งหมด 27,300 แผ่น ตตนเคยเอากรมป่าไม้มาเดินตรวจยืนยันว่า ไม้กระดานในห้องลับๆ บางห้องมีไม้ปลอมมากถึง 70% เป็นการก่อสร้างไม่ตรงสเปก

เมื่อถามว่าที่ผ่านมาเลขาสภาไปตรวจแล้วกี่คน นายวิลาศ กล่าวว่า ผ่านเลขาธิการมาแล้ว 3 คน แต่เลขาคนปัจจุบันจะมีช่องรอดเพราะว่า ตั้งแต่ยังไม่ดำรงตำแหน่งเลขาฯ เป็นหนึ่งในคณะกรรมการตรวจการจ้าง และเขาโหวตไม่รับงานเกือบทุกคน เพราะฉะนั้นตัวเขารู้ว่างานที่ไม่ผ่านมีเยอะ แม้กระทั่งตอนส่งมอบงาน ที่ว่างานเสร็จสมบูรณ์แล้ว เลขาคนปัจจุบันก็โหวตไม่รับ โดยบอกว่างานยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งตอนโหวตครั้งสุดท้าย มติออกมา 7 ต่อ 3 มีกรรมการตรวจการจ้าง 3 คน บอกว่ายังไม่เสร็จสมบูรณ์ ไม่อนุญาตให้ผ่านงาน โดยมีการเขียนเป็นรายงานเลยว่าไม่ผ่านเพราะอะไร และท้ายที่สุดมีการพิสูจน์ว่ามติดังกล่าวไม่ชอบ

“ผมขอท้าถ้าผมพูดไม่จริงเรื่องนี้ ให้ฟ้องแล้วห้ามถอน และถ้าหากมาเจรจาให้ผมขอโทษหรือหยุดให้สัมภาษณ์เรื่องสภา ผมบอกเลยว่าไม่ได้” นายวิลาศกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่นายวิลาศให้สัมภาษณ์เสร็จแล้วได้เดินพาผู้สื่อข่าวชมบริเวณหน้าอาคารรัฐสภาเพื่อดูความผิดพลาดของการก่อสร้าง ที่ยังไม่เรียบร้อย แต่มีการเซ็นรับงานไปแล้ว เช่น บันไดที่ยังมีคราบน้ำปูนไหล, เสาต้นสักขึ้นราที่มีทั้งหมด 4,422 ต้น ซึ่งวิศวกรคุมงานได้อ้างว่าไม่ได้ทาน้ำมัน, พื้นทางเดินผิดสเปก, ตู้ควบคุมไฟฟ้า ที่ไม่มีกุญแจล็อกและรูน็อตอยู่นอกตู้ เป็นต้น

ทั้งนี้ ก่อนที่จะมีการแถลงข่าวของนายวิลาศ พบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจของสภา ได้ห้ามแถลงข่าวหน้าห้องสื่อ และเชิญให้ไปแถลงข่าวที่ลานประชาชน จนเกิดเหตุการณ์โต้เถียงกันเล็กน้อย เนื่องจากนายวิลาศเป็นอดีต สส. และได้ทำเรื่องจองห้องแถลงข่าวไปแล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสภาได้แจ้งว่าเป็นระเบียบใหม่จึงไม่สามารถให้แถลงข่าวที่บริเวณหน้าห้องสื่อได้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจสภาประมาณ 15 นาย ได้พานายวิลาศไปที่บริเวณลานประชาชนเพื่อให้แถลงข่าวในบริเวณนี้เท่านั้น และนายวิลาศ ได้พูดถึงประเด็นดังกล่าวว่าระเบียบนี้เลอะเทอะ ซึ่งระเบียบเดิมอดีต สส. สามารถแถลงข่าวได้ ตตนจึงตั้งข้อสังเกตว่า เพราะตนจะแถลงเรื่องการก่อสร้างรัฐสภาทำให้ไม่สามารถแถลงข่าวได้ และไม่ทราบว่ามีการสั่งภายในไม่มีลายลักษณ์อักษรโดยมีคนบางคนทำมากเกินไปหรือไม่

“ฝากไปถึงข้าราชการวันนี้ประเทศชาติกำลังมีปัญหา ก็เพราะมีข้าราชการที่ไม่มีเหตุไม่มีผล ทำอะไรที่สนองตอบอย่างเดียว ไม่รู้ว่าผิดหรือถูก ถ้าเลียได้ก็จะเลีย ถ้าเป็นแบบนี้ควรจะลาออก” นายวิลาศกล่าว



คุณอาจสนใจ

Related News