เลือกตั้งและการเมือง
“ปิยรัฐ” เปิดข้อมูลเครือข่ายพ่อทิพย์ ทำเป็นขบวนการ รพ.เอกชนร่วมมือจนท.เขต จี้สกัดแม่ชาวจีนพาลูกหนี
4 ชั่วโมงที่แล้ว
34 views
“ปิยรัฐ” เปิดข้อมูล พบเครือข่ายพ่อทิพย์ ทำเป็นขบวนการ ตั้งแต่รพ.เอกชนร่วมมือจนท.เขต จี้ “อนุทิน-ผวจ.ที่มีเหตุ” จัดการ สกัดแม่ชาวจีนพาลูกหนี ด้าน “เฉลิมพงศ์” แฉ จ่ายล้านแลกบัตรปชช.ไทย
นายปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงประเด็นทุนจีน พ่อทิพย์ ขบวนการสัญชาติไทยโดยคนจีน ว่า เป็นอีกเรื่องที่ตนเคยพูดและเป็นการเปิดเผยถึงความเน่าเฟะของระบบราชการไทย และระบบสาธารณสุขของไทย รวมถึงกระบวนการได้มาซึ่งสัญชาติ ที่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็นสัญชาติไทย ถือเป็นเรื่องใหญ่เพราะขณะนี้มีดำเนินคดีกวาดล้างกลุ่มขบวนพ่อทิพย์ จากการขยายผลโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการจับกุมมูลค่ากว่า 7 หมื่นล้านบาท จนกระทั่งมีการขยายเส้นเงินไปถึงครอบครัวครอบครัวหนึ่ง ของผู้ต้องหา โดยเงินไปเข้าบัญชีของภรรยา แต่ปรากฏว่าภรรยามีลูก 3 คน แต่ 3 คนนั้นกลายเป็นมีสัญชาติไทย ซึ่งทำให้มีการติดตามคดีนี้ขึ้นแต่ของตนที่มีข้อมูล เป็นอีกขบวนการหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกัน ที่ผ่านมาตนได้นำเสนอรายละเอียดไปแล้ว และได้ยื่นเรื่องให้ตรวจสอบไปแล้ว
นายปิยรัฐ กล่าวว่า ความคืบหน้าของคดีนี้ได้มีสื่อบางสำนักระบุชื่อโรงพยาบาลไปแล้ว เพิ่มขึ้นจาก 5 โรงพยาบาล ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ 6 เป็นโรงพยาบาลเอกชนย่านพระราม 9 โดยมีรายละเอียดอยู่ในใบสูจิบัตร ที่ตนได้รับมอบมาจากเจ้าหน้าที่ ที่มีเจตนาดี เพื่อไปแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งในสูจิบัตรฉบับนี้ มีรายละเอียดชื่อเด็กหญิง นามสกุล ถัง และชื่อมารดานามสกุล ถัง ซึ่งเป็นคนจีนมาคลอดบุตรในประเทศไทยและแจ้งว่ามีพ่อ ชื่อนาย ป. (นามสมมติ) อายุ 22 ปี ส่วนแม่อายุ 36 ปี ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อก.ค. ปี 2566 มีการไปแจ้งเกิดโดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเป็นคนแจ้งเกิดให้ ตนไม่ทราบว่าเป็นบริการแพ็กเกจเหมาเหมาของโรงพยาบาลนี้หรือไม่ ว่าเมื่อเกิดแล้วเจ้าหน้าที่ในพยาบาลจะเป็นธุระจัดหาและไปแจ้งเกิดให้ที่สำนักงานเขต ตนเองก็เพิ่งเคยเจอเช่นนี้เหมือนกัน
นายปิยรัฐ กล่าวต่อว่า หนังสือที่นำไปแจ้ง เพื่อขอสูจิบัตรให้กับเด็กหญิงนามสกุลถัง คนนี้ ไม่มีแม้กระทั่งหนังสือรับรองการเกิด ใบแจ้งเกิด แต่เจ้าหน้าที่ของสำนักงานทะเบียนของสำนักงานเขต กลับลงลายมือชื่อรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ทั้งที่มีช่องให้ลงรายชื่อ 2 แห่ง คือเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและเจ้าหน้าที่นายทะเบียน แต่เจ้าหน้าที่เขตกลับลงลายมือชื่อตัวเองทั้ง 2 แห่ง แปลว่าเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวรับผิดชอบเองทั้งหมด ซึ่งทำให้เด็กหญิงนามสกุลถัง คนนี้มีสัญชาติไทยแล้วและหากยังอยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ก็อายุ 2 ขวบแล้ว แม้มารดาจะเป็นคนจีน โดยสายเลือดเพราะแท้ๆ เพราะพ่อเป็นคนไทยก็จริงแต่มีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นการรับสมอ้าง รับจ้างมา เนื่องจากข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ตนมา พ่อคนดังกล่าวมีประวัติอาชญากรรมจำนวนมาก และขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามตัวมาดำเนินคดี
นายปิยรัฐ กล่าวว่า จึงอยากฝากประชาชน 3 เรื่องคือ 1. เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2566 ไม่แน่ใจว่าก่อนหน้านี้จะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหรือไม่ แต่แปลได้ว่า ติดต่อกันหลายปีติดต่อกันมีขบวนการรับจ้างแบบนี้ โดยรวมหัวกับเจ้าหน้าที่รัฐและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชน คดีผ่านมาจนถึงวันนี้ ผ่านรัฐมนตรีหลายคน แต่ที่แน่ๆ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ในฐานะรมว.มหาดไทยที่ดูแลกรมการปกครองดูเรื่องทะเบียนราษฎร์ทั้งหมด ต้องถามนายอนุทินว่ามีการตั้งกรรมการสอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้วหรือไม่ เพราะยังไม่เห็นกระบวนการสอบการอนุมัติทะเบียนราษฎร์เลย 2. กรณีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีคดีแบบนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ ต้องรับผิดชอบเช่นเดียวกัน มีการตั้งคณะกรรมการสอบหน่วยงาน กำกับแล้วหรือไม่ และ 3. ขณะนี้ทราบว่า คุณแม่ชาวจีนที่มีลูกชาติไทยเหล่านี้ เริ่มไหวตัว ทันมีการเริ่มไปขอทำพาสปอร์ต เพื่อนำลูกออกไปต่างประเทศพร้อมกัน เป็นการเตรียมหลบหนี ฉะนั้น นายกฯ ได้สั่งการให้หน่วยงานในกระทรวงการต่างประเทศระงับการออกหนังสือเดินทางแล้วหรือไม่ หรือปล่อยช่องว่างในเวลานี้ให้เขาออกพาสปอร์ตได้ เพราะเด็กเหล่านี้สามารถขอพาสปอร์ตได้เนื่องจากมีสัญชาติไทย ถ้ามีการออกนอกประเทศได้ ใครจะรับผิดชอบ
“ทั้งหมดที่พูดมานี่ ไม่ได้หมายถึงว่าเด็กเหล่านั้นเป็นผู้กระทำความผิด เพราะเด็กเลือกเกิดไม่ได้ และเลือกที่จะรับผิดชอบกับพ่อแม่ที่กระทำแบบนี้ไม่ได้ รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต่อไปกับเด็กเหล่านี้ เมื่อถอนสัญชาติเขาแล้ว เขายังมีสัญชาติจีนหรือไม่ และยังจะให้พำนักอยู่ในประเทศไทยหรือผลักดันออกนอกประเทศ ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่มีสัญญาณออกมาจากรัฐบาลว่าจะดำเนินการอย่างไร” นายปิยรัฐกล่าว
ด้านนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน กล่าวว่า กรณีออกบัตรประชาชนให้กับหมายเลข 8 ให้กับต่างด้าวมาประกอบธุรกิจในจังหวัดภูเก็ต หลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีการกวาดล้างนอมินี ซึ่งตนได้ตรวจพบว่าคนจีนคนหนึ่งได้โอนมาเป็นสัญชาติไทย และมีบัตรประชาชนหมายเลข 8 เมื่อไปสืบค้นพบว่ามารดาผู้รับรองบุตร สามารถรับรองบุตรได้หลายคน ส่วนบิดามีสถานะทางทะเบียนราษฎร์ไม่ชัดเจน ซึ่งพฤติกรรมของนาย ว. คนนี้ ที่เป็นนอมินี เป็นหุ้นส่วนของบริษัทในจังหวัดภูเก็ตถึง 5 บริษัท และมีพฤติกรรมเรียกเคลียร์ค่านายหน้าอสังหาริมทรัพย์ กับชาวกับชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีน รวมถึงการชวนกลุ่มพี่น้องชาวจีนเข้าไปทำบัตรประชาชนหรือโอนสัญชาติ โดยมีมูลค่าบัตรใบละ 1 ล้านบาท ซึ่งตนได้ยื่นเรื่องพฤติกรรมอำพรางให้กับพาณิชย์จังหวัด ตรวจสอบนาย ว. ว่ามีลักษณะเป็นนอมินีหรือไม่ รวมถึงได้ยื่นศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต ให้ตรวจสอบเรื่องทะเบียนราษฎร์ ของนาย ว. ว่ามีการขออนุญาตบัตรประชาชนโดยถูกต้องหรือไม่ เพราะสถานะการขออนุญาตบัตรขณะนั้นอยู่ภาคเหนือ แต่ย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่จังหวัดภูเก็ต
นายเฉลิมพงศ์ กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตมีปัญหามากมาย นายอนุทิน ควรหาข้อเท็จจริงเพื่อคลี่คลายให้กับพี่น้องประชาชนและสังคม ถึงได้รับทราบถึงการทุจริต การออกบัตรโดยมิชอบหรือไม่
แท็กที่เกี่ยวข้อง พ่อทิพย์ ,ปิยรัฐ