เลือกตั้งและการเมือง

“พิสิษฐ์” เดือด ปชน.โพสต์เฟคนิวส์นิรโทษกรรมคดีฮั้วสว. จี้ “เท้ง” รับผิดชอบ ลั่น จากระบอบส้ม เป็น “ลัทธิส้ม”

4 ชั่วโมงที่แล้ว

24 views

“พิสิษฐ์” สมาชิกวุฒิสภา เดือด “พรรคประชาชน” โพสต์เฟคนิวส์นิรโทษกรรมคดีฮั้วสว. ชี้ เสนอกฎหมายก่อน เลือก สว. จี้ “ณัฐพงษ์” แจง-รับผิดชอบเจตนาโพสต์ ลั่น ยกระดับระบอบส้มเป็น “ลัทธิส้ม” แทน บ่น เซ็งเบื่อการเมืองหลากสีต้องลงถนน ขอให้จบในสภา

นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาชนระบุข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊คของพรรคว่า "ด่วน! สส.รัฐบาล โหวตเห็นชอบตาม สว. ให้นิรโทษฯ ไม่รวมคดี 112 แต่ล้างผิดคน ล้มเลือกตั้ง ฮั้ว สว. ปรองดองแบบเลือกปฏิบัติ?" ว่า โพสต์ดังกล่าวเป็น เฟคนิวส์ หรือบิดเบือนข้อเท็จจริง หลายประเด็นโดยเฉพาะกับพรรคอันดับ 2 ของประเทศคือพรรคประชาชนซึ่งเป็นพรรคที่ให้ข่าวเฟคนิวส์ ซึ่งตนไม่อยากจะเชื่อเลยว่าทำไม พรรคประชาชน ถึงให้ข่าวที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงเพราะบุคคลเหล่านี้ก็อยู่ในสภาผู้แทนราษฎร และได้อภิปรายด้วย

นายพิสิษฐ์ ได้ชี้แจงถึงร่างพระราชบัญญัติ สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ...ที่วุฒิสภาได้แก้ไข และยืนยันในหลักการว่ามาตรา 3 ระบุไว้ว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้มิให้มีผลนิรโทษกรรมแก่การกระทำความผิดทุจริตหรือประพฤติมิชอบ และการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และการกระทำความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297 และความผิดที่เป็นการกระทำต่อส่วนตัวหรือการกระทำที่ต้องรับผิดต่อบุคคลใดที่ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐเป็นการเฉพาะรายหรือเฉพาะกลุ่ม นี่คือสิ่งที่วุฒิสภายืนยันมาตามร่าง ของสภาผู้แทนราษฎรโดยไม่มีเปลี่ยนแปลงหลักการ

แต่การที่พรรคประชาชนโพสต์ระบุข้อความดังกล่าว ต้องเรียกว่า Face New sเป็นถึงพรรคที่ได้รับ การเลือกตั้งเป็นอันดับ 2 ของประเทศแต่โพสต์ข่าวในเพจของตัวเอง แบบนี้บ่งบอกถึงมาตรฐานที่ควรจะมีกับพรรคการเมืองที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

นายพิสิษฐ์ จึงอยากชี้แจงให้ชัดเจนถึงประเด็นฮั้ว สว. เพราะเบื่อมากที่จะต้องมานั่งตอบคำถาม ยืนยันไม่มีข้อเท็จจริงที่จะ มีแล้วนิรโทษกรรมให้กับคดีฮั้ว สว. กฎหมายนี้เสนอก่อนที่จะมีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาชุดนี้ ดังนั้นตนเองและสมาชิกวุฒิสภาต้องการที่จะแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้มีความชัดเจนโดยเฉพาะเรื่องมาตรา 112 ที่ไม่ยกเว้นแม้กระทั่งเยาวชน ซึ่งถ้าเราทำกฎหมายนี้ยกเว้น 112 ให้กับเยาวชน

"ผมกลัว วันนี้จะเป็นบรรทัดฐานคนบางกลุ่มลัทธิบางลัทธิเอาเรื่องนี้ไปเซี่ยมหรือสอนเยาวชนให้เกิดการต่อต้านสถาบันดูหมิ่นสถาบันผมกลัวมากๆถ้าเราไม่เขียนให้ชัดแบบนี้แล้วจะเกิด ความผิดกับเยาวชนซึ่งผมเสียดายมากกับสิ่งที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาในช่วงหลังปี 62 ที่มีการชุมนุมต่างๆแล้วเอาเรื่องสถาบันเข้าไปเกี่ยวข้องเราต้องแยกแยะว่าวันนี้การเมืองก็คือการเมืองสถาบันการปกครองก็คือสถาบันการปกครองไม่เกี่ยวข้องกันแต่มีลัทธิหรือกลุ่มคนบางกลุ่มพยายามที่จะให้เกี่ยวข้องกัน ซึ่งถ้าเราไม่เขียนให้ชัดแบบนี้ผมบอกได้เลยว่ามีคนใช้ช่องทางนี้ในการเสี้ยมสอนเยาวชนอีก วุฒิสภาจึงให้เพิ่มเรื่องนี้อย่างชัดเจน" นายพิสิษฐ์กล่าว

นายพิสิษฐ์ ยังกล่าวต่อว่า เราไม่ต้องการที่จะสร้างความขัดแย้งขึ้นอีกแล้วเราพอกันทีเราเบื่อมาก 20 ปีที่ เล่นกีฬาสีกันแดงบ้าง เหลืองบ้าง หลากสีบ้าง พอได้แล้ว ประเทศไทยขอเดินหน้าบ้างเศรษฐกิจไม่ไปไหนเพราะปลูกเมล็ดกีฬาสี ต่างชาติที่ไหนจะมากล้าลงทุน รัฐบาลเอาแน่เอานอนไม่ได้ วันนี้เรามาจับมือกันเราคือคนไทยด้วยกันความขัดแย้งทางการเมืองต้องให้มันจบในสภาไม่ต้องไปจบบนท้องถนน เบื่อมากกับการที่มาจบกันบนท้องถนน

"ผมเคยเข้าร่วมแต่วันนี้ จะกลับเข้าเล่มหรือไม่ผมไม่เอาแล้วอยากให้มันจบในนี้ในสภาแห่งนี้ ใช้เสียงพี่น้องเป็นคนตัดสิน"นายพิสิษฐ์ กล่าว

นายพิสิษฐ์ ยังฝากถึงพรรคประชาชนว่าโพสต์อะไร ก็ตามขอให้เป็นข้อเท็จจริง อย่าทำให้พรรคประชาชนดูต่ำเฟคนิวส์แบบนี้ ขอร้องเลยว่า ช่วยมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ การที่โพสต์แบบนั้นเป็นสิ่งที่เจตนาหรือไม่เจตนาอย่างไรเอาให้ชัดไม่ใช่เขียนแบบนี้แล้วลบโพสต์ คนอ่านเป็นหมื่นเป็นแสนไปแล้ว แต่ข้อมูลที่ ให้ไปผิด จะรับผิดชอบอย่างไร

"หรือจะทำเหมือนเดิมสไตล์เดิม เมื่อก่อนผมเรียกระบบส้มวันนี้ผมไม่เรียกระบอบส้มแล้วผมเรียกลัทธิส้มไม่เน้นข้อเท็จจริงไม่เน้นข้อกฎหมายเน้นยอดไลค์ยอดแชร์ทำไปเพื่ออะไรผมถามจริงๆเอาอะไรที่มันชัดๆถูกต้องตามกฎหมาย ไม่เอาอะไรที่เป็นข้อคิดเห็น ผมขอในประเด็นนี้ท่านหัวหน้าพรรคณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ช่วยออกมาชี้แจง ว่าสิ่งที่โพสต์มีเจตนาอย่างไรจะขอโทษก็ได้ ไม่ขอโทษก็ได้ ผมไม่สนใจ แต่ขอให้มาชี้แจงไม่ใช่เงียบ" นายพิสิษฐ์กล่าว

นายพิสิษฐ์ ยังกล่าวต่อว่าขั้นตอนหลังจากนี้พระราชบัญญัติส่งเสริมสังคมสันติสุข ก็รอลงพระปรมาภิไธย เพื่อประกาศใช้และต้องบอกว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะช่วยประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์ในช่วงความขัดแย้งทางการเมือง 20 ปีตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปี 2568 น่าจะประมาณสัก 6,000 คน แต่คดีที่เป็นข้อกล่าวหา 4 ล้านกว่าคดี กว่าข้อหา ซึ่งดูเหมือนเยอะมาก เพราะมีการรวมพ.ร.บ.จราจรเข้ามาด้วย อย่างที่บอกคืออยากให้จบไม่เอาแล้วกีฬาสี เราหยุดกันสักที

แท็กที่เกี่ยวข้อง  คดีฮั้วสว ,นิรโทษกรรม

คุณอาจสนใจ

Related News