เลือกตั้งและการเมือง
“ณัฐพงษ์" ซัด รัฐบาลปล่อยไทยเสี่ยงเป็นฮับยาเสพติด ปลดล็อกกัญชา แต่เกียร์ว่างทำปัญหาลุกลาม
3 ชั่วโมงที่แล้ว
20 views
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงภายหลังการประชุมครม.เงา พรรคประชาชนถึงปัญหากัญชา และยาเสพติด ว่า วันนี้ประเทศไทยกำลังจะกลายเป็นฮับ (HUB) ส่งออกกัญชาของโลกและอาจถูกมองจากรัฐบาลทั่วโลกว่า เป็นฐานปฏิบัติการให้กับแก๊งอาชญากรข้ามชาติ ผู้ค้ายาเสพติด จากที่มีการจับการขนยาเสพติด และกัญชาจากประเทศไทยไปประเทศปลายทางในหลายกรณี
ซึ่งตัวเลขจากกรมศุลกากรเมื่อ ต.ค. 2568 ถึง พ.ค.2569 มีการจับกุมผู้กระทำความผิดขนกัญชาได้เกือบ 3,000 คดี น้ำหนักรวมกันกว่า 3 แสนกิโลกรัม มูลค่ารวม 4,000 กว่าล้านบาท และยังมีหลายกรณีที่ไม่สามารถจับกุมได้ และเล็ดลอดออกไปจากต่างประเทศ เช่น เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีการจับกุม กัญชาแห้ง 23 กิโลกรัม มูลค่ารวม ราว 16.9 ล้านบาท ที่ฮ่องกง และยังมีบิ๊กล็อตที่โปแลนด์และเยอรมนี ซึ่งซุกซ่อนไปกับตู้คอนเทนเนอร์ กว่า 1.2 ตัน คิดเป็นมูลค่าราว 450 ล้านบาท และที่อินโดนีเซีย มีการตรวจยึดช่อดอกกัญชาคุณภาพสูงจากประเทศไทย 3.37 ตัน
ความเสื่อมเสียของประเทศไทยนี้ เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2565 สมัยที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดำรงตำแหน่งเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติด ขณะที่หลายประเทศปลายทางยังจัดให้กัญชาเป็นยาเสพติดผิดกฎหมาย
นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวว่า สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับคนไทยโดยตรง ซึ่งมีการเปิดเผยตัวเลขจากหน่วยงานภาครัฐ พบว่าปี 2562 มีผู้ป่วยจิตเวชจากการเสพกัญชาประมาณ 6,500 กว่าราย แต่หลังปลดล็อกแล้วกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดแล้วตัวเลขผู้ป่วยจิตเวชในปี 2566 กระโดดขึ้นไปอยู่ที่ 20,000 กว่าราย หรือเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว สะท้อนให้เห็นชัดว่าการปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติดโดยไม่มีกฎหมายเข้าไปกำกับดูแลที่ดีเพียงพอทั้งแง่ของผู้ซื้อจะเป็นใครบ้างรวมถึงการออกใบอนุญาตต่างๆ ที่ยังเป็นประเด็นอยู่ทำให้ปัญหาลุกลามบานปลายในประเทศไทยในปัจจุบัน
“พรรคประชาชนไม่ได้เห็นค้านในการใช้กัญชาทางการแพทย์ แต่การมีกฎหมายกำกับควบคุมดูแลที่เข้มงวดและดีเพียงพอเป็นสิ่งที่นายอนุทิน และพรรคภูมิใจไทยมีการละเลยใน 4 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2565 – 2569”
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของกฎหมายกำกับดูแลในฝั่งของผู้เสพที่ไม่ได้มีการกำหนดอายุขั้นต่ำที่ซื้อผลิตภัณฑ์กัญชาได้ ขณะที่การควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ หรือ แม้แต่สลากกินแบ่งรัฐบาลมีกฎหมายกำกับไว้ ทั้งนี้และรัฐบาลจะอ้างว่ามีการกำกับในส่วนของการออกใบอนุญาตอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้เป็นโทษอาญา เป็นโทษที่เบามาก นี่คือช่องว่างกฎหมายที่ไม่สามารถจำกัดฝั่งผู้เสพได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในส่วนของผู้ผลิตตาม พ.ร.บ.คุ้มครองส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยปี 2542 มีใบอนุญาตเพียง 3 ชนิดเท่านั้น 1. ใบอนุญาตขายและแปรรูป 2. ใบอนุญาตส่งออก และ 3. ใบอนุญาตวิจัย แต่ไม่มีใบอนุญาตในการผลิต ซึ่งส่งผลทำให้หน่วยงานของรัฐไม่สามารถทราบได้เลยว่า สต๊อกหรือปริมาณกัญชาที่ผลิตในประเทศมีเท่าไหร่ จึงไม่มีทางที่จะเห็นสเกลของปัญหาและจะรู้ได้ว่า ตกลงการที่จะป้องกันไม่ให้มีการส่งออกไปยังประเทศปลายทางต่างๆ นั้น ได้มีการกำกับดูแลอย่างทั่วถึงหรือไม่ อย่างไร
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า ดังนั้นจึงขอเรียกร้องไปถึงรัฐบาล ในระยะสั้น คือ นายกฯ จะต้องลงไปกำกับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) หน่วยงานด้านความมั่นคง กรมศุลกากรที่จะต้องสกัดกั้นไม่ให้มีการส่งออกกัญชาจากประเทศไทยรวมถึงยาเสพติดชนิดอื่นๆ ไปยังประเทศปลายทาง เพื่อไม่ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเสื่อมเสียไปมากกว่านี้ ส่วนระยะกลางและระยะยาวจะต้องเร่งผลักดันกฎหมายเพื่อควบคุมกัญชาในประเทศ ซึ่งตัวแทนรัฐบาลได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า พร้อมที่จะผลักดันกฎหมายฉบับนี้
“ตนเชื่อว่า 4 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่พรรคภูมิใจไทยอาจจะเกียร์ว่างไปหน่อย ทำให้เกิดช่องว่างทางกฎหมายจนทำให้ปัญหาลุกลามบานปลายมาถึงปัจจุบัน ในส่วนของพรรคประชาชนพร้อมเดินหน้าพิจารณากฎหมายฉบับนี้อย่างเข้มข้นเพื่อทำให้มีการกำกับดูแลการผลิตการใช้การขายกัญชาในประเทศที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้”
แท็กที่เกี่ยวข้อง