เลือกตั้งและการเมือง

“ษัษฐรัมย์” นำทีมประกันสังคมก้าวหน้า สมัคร คกก.ประกันสังคม สมัยที่ 2

2 ชั่วโมงที่แล้ว

10 views

“ษัษฐรัมย์” นำทีมประกันสังคมก้าวหน้า สมัครคณะกรรมการประกันสังคม สมัยที่ 2 ประกาศภารกิจใหญ่ ปฏิรูประบบประกันสังคม ไม่เอาปฏิทินและตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นปีละ 5,000 ล้านบาท เอามาเพิ่มสวัสดิการให้ผู้ประกันตน

รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี อดีตกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) สัดส่วนของผู้ประกันตน ในฐานะแกนนำทีมประกันสังคมก้าวหน้า นำทีมผู้สมัครกรรมการประกันสังคม เดินทางมาสมัครที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 เพื่อสมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการประกันสังคม ที่เปิดรับสมัครวันนี้เป็นวันแรก

รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ในส่วนของทีมประกันสังคมก้าวหน้า วันนี้มาสมัครเฉพาะสัดส่วนผู้ประกันตนก่อน ส่วนสัดส่วนนายจ้าง อยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารจะมาสมัครในภายหลัง

สำหรับเป้าหมายหลักของทีมประกันสังคมก้าวหน้า ในรอบนี้ลงสมัครเพื่อป้องกันแชมป์ ที่เคยได้รับหารเลือกตั้งมาแล้วในปี 2566 ในรอบนี้ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ส่งผู้สมัคร สัดส่วนผู้ประกันตน ทั้งหมด 7 คน สัดส่วนนายจ้าง 7 คน เพื่อผลักดันการปฏิรูปประกันสังคม ไม่เอาปฏิทิน ตัดงบประมาณที่ไม่มีความจำเป็น 5,000 กว่าล้าน ต้องทบทวนใหม่ เพื่อเอาเงินมาพัฒนาการลงทุน มาเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเงินเด็ก เงินบำนาญ จะเป็นการลงเลือกตั้งที่มีความหมาย เพราะจะเป็นการสานต่อสิ่งที่ทำไว้เมื่อ 2 ปีก่อน ครั้งนี้จะหวังว่าได้ทั้งหมด 14 คน ทั้งฝั่งผู้ประกันตนและฝั่งนายจ้าง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง

สำหรับความโดดเด่นของผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ในส่วนของทีมประกันสังคมก้าวหน้ารอบนี้ นอกจากอดีตบอร์ดประกันสังคมของเราทีมเดิม 3 คน ในครั้งนี้คนอีกอีก 4 คน ประกอบด้วย คุณเจี๊ยบ พรทิพย์ ตัวแทนแรงงาน ด้านสื่อมวลชน เป็นตัวแทนแรงงานสื่อมวลชนมากกว่า 3 แสนคนทั่วประเทศ คนกลุ่มนี้ได้รับการดูแลที่ไม่เหมาะสม ได้รับสวัสดิการที่คุ้มครอง จะผลัดกันประกันสังคม เป็นข้อต่อดูแลสื่อมวลชนที่มีความไม่แน่นอน นอกจากนั้น ยังมีคุณฝ้ายที่เป็นตัวแทนมาจากองค์กรสิทธิมนุษยชน คนที่ผลักดันสิทธิคนที่ไม่ได้ เป็นคนที่ทำงานเพื่อสิทธิของผู้อื่น ขณะเดียวกันทีมของเรา ยังมีคุณดอย ที่มาจากสหภาพบาริสต้า เป็นคนที่มีความโดดเด่น ในการผลักดันการผ่าฟันคุดของผู้ประกันตนในรอบที่แล้ว เป็นคนที่ควักฟันออกมาในที่ประชุมบอร์ดประกันสังคม เป็นคนที่ยืนยันว่าการให้ผู้ประกันตน ร่วมจ่ายเงิน 3,000 บาท ในการผ่าฟันคุดทำให้ผู้ประกันตนเดือดร้อน เพราะเงิน 3,000 บาท คือเงินที่ค่าแรงลูกจ้าง 10 วัน วันละ 300 โดยที่ลูกจ้างจะไม่ได้กินอะไรเลย มันคือเรื่องไม่ปกติที่ต้องให้ลูกจ้างร่วมจ่ายเงิน อีกท่าน คือคุณหนึ่ง ปรารถนา โพธิ์ดี เป็นตัวแทนพนักงานราชการ ของคนตัวเล็กตัวน้อย คุณหนึ่งจะมาเป็นปากเสียงแทนพนักงานราชการ หากรวมกับตัวแทนฝั่งนายจ้างของทีมประกันสังคมก้าวหน้า เชื่อว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของประกันสังคม

สำหรับผู้ประกันตน ที่ลงทะเบียนจะมีใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ตอนนี้มีประมาณ 6 แสนกว่าคน แต่ครั้งที่แล้วมีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งกว่า 1 ล้านคน ตอนนี้ยังมีเวลาลงทะเบียนอีก 15 วัน ครั้งนี้มีความคาดหวังว่า อยากให้มีคนมาลงทะเบียนเยอะกว่าครั้งที่แล้ว ถ้าประชาสัมพันธ์ที่ดี อยากให้มีคนมาใช้สิทธิมากกว่า 5 แสนคน เพื่อสะท้อนเจตจำนงค์ของการเลือกตั้งครั้งนี้ได้ อยากถ้าถึงผู้ประกันตน ถ้าเราไม่ลงทะเบียนก่อนวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ จะไม่มีสิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ในวันที่ 27 กันยายน เพราะเป็นการเลือกตั้ง 2 ขั้นตอน ต้องลงทะเบียนก่อน การมีการลงทะเบียนมาก จะทำให้เกิดการแข่งขันเชิงนโยบาย แต่ถ้าคนลงทะเบียนน้อย จะเป็นปัญหา ที่จะทำให้มีการจัดตั้งขึ้นมาได้ ตอนนี้ฝั่งนายจ้างน่าเป็นห่วงมาก มีผู้ลงทะเบียนเพียง 4,000 กว่าราย จากทั้งหมดกว่า 4 แสนราย ทั้งนี้คนที่ลงทะเบียนผิดเป็นผู้ประกันตน สามารถเข้าไปเปลี่ยนสถานะเป็นฝั่งนายจ้างได้

ส่วนตัวคิดว่าการประชาสัมพันธ์ ของสำนักงานประกันสังคมยังมีช่องว่าง ยังมีปัญหา เพราะยังโพสต์แค่ข่าวรัฐมนตรีแรงงาน และข่าวการทำงานของผู้ใหญ่ในกระทรวง อยากฝากว่ามีงบประชาสัมพันธ์อยู่ 300 ล้าน อยากให้ช่วยประชาสัมพันธ์ให้มากกว่านี้

พร้อมฝากไปถึงสื่อมวลชนว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการเลือกตั้งที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากการเลือกตั้ง สส. เนื่องจากการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เกี่ยวข้องกับงบประมาณ 3 ล้านล้านบาท เกี่ยวข้องกับผู้ประกันตนมากกว่า 10 ล้านคน มากกว่าการเลือกตั้งผู้ว่า กทม.และนายก อบจ. ดังนั้นฝากถึงผู้ประกันตนและนายจ้าง ขอให้ลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อให้กลับคืนสู่ประกันสังคมของคนธรรมดา และกลับคืนสู่การล้างบางการทุจริตที่เคยมีมา ส่วนตัวอยากให้มีผู้มาลงทะเบียนไม่น้อยกว่าครั้งที่แล้ว คือ 1.2 ล้านคน และมีผู้มาใช้สิทธิไม่น้อยกว่ากว่าร้อยละ 50 คือประมาณ 6-7 แสนคน ส่วนฝั่งนายจ้างอยากให้มีคนมาลงทะเบียนไม่น้อยกว่า 10,000 คน แม้จะดูน้อย เพราะนายจ้างมีมากกว่า 4 แสนราย แต่รอบที่แล้วมีผู้มาใช้สิทธิประมาณ 2,000 ราย ครั้งนี้ก็อยากให้มากกว่าครั้งที่แล้ว


คุณอาจสนใจ

Related News