เลือกตั้งและการเมือง
มท.4 เผยผลลงพื้นที่ภูเก็ต เตรียมรื้อถอนผู้รุกหาดบางเทา-หาดฟรีดอม ก.ค.-ส.ค.นี้
2 ชั่วโมงที่แล้ว
12 views
มท.4 เผยผลลงพื้นที่ภูเก็ต เตรียมรื้อถอนผู้รุกหาดบางเทา-หาดฟรีดอม ก.ค.-ส.ค.นี้ พร้อมบังคับขายที่ดิน 317 บริษัทนอมินี จ่อขยายผลจังหวัดอื่นที่ต่างชาตินิยมตั้งรกราก รู้ผลชัด 2 สัปดาห์นี้
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหากลุ่มผู้มีอิทธิพล และกวาดล้างนอมินีว่า ได้มีการติดตามกระบวนการ การบุกรุกพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะในหาดบางเทา หาดฟรีดอม รวมถึงหาดนุ้ย ซึ่งความคืบหน้าการแก้ปัญหากลุ่มผู้มีอิทธิพลในหาดบางเทาเข้าสู่กระบวนการของตำรวจแล้ว โดยเรื่องส่วยได้มีการรับดำเนินคดีอยู่ในกระบวนการสอบสวน ส่วนข้าราชการที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ปปป. จะเป็นผู้ให้รายละเอียดในส่วนนี้ ขณะที่หาดฟรีดอม ก็อยู่ในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนของตำรวจแม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ โดยคาดว่าจะเข้าไปรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างได้ภายในเดือนสิงหาคม เพราะอยู่ในช่วงที่ผู้ได้รับผลกระทบสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนได้ ส่วนในหาดนุ้ย จะสามารถเข้าไปรื้อถอนได้ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม
นายวรศิษฎ์ยังเปิดเผยถึงการเรียกรับผลประโยชน์ของผู้มีอิทธิพล ขณะนี้มีข้อมูลถึงร้อยละ 99 แล้ว รอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้เปิดเผย ส่วนนอมินีที่เข้ามาถือครองที่ดิน จากการทำงานร่วมกับกรมธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่ามีการถือครองที่ดิน 317 บริษัท รวมพื้นที่ 480 แปลง ซึ่งทั้ง 317 บริษัทจะต้องถูกบังคับขายที่ดิน เนื่องจากไม่มีสิทธิ์ถือครอง หลังจากนี้จะต้องตรวจสอบว่าครอบครองที่ดินได้อย่างไร โดยจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดและบังคับขาย หากไม่ดำเนินการก็ถือว่าเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าไปดูแลในส่วนนี้ นอกจากนี้ทั้ง 317 บริษัทก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ต่อไป เนื่องจากมีพฤติการณ์กระทำผิดที่คล้ายกัน และมีความเสี่ยงสูงในการถือครองที่ดินแทนบุคคลอื่น รวมถึงมีมูลค่าความเสียหายสูงถึงเกือบ 6,000 ล้านบาท ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ เพราะต่างด้าวเข้ามาถือครองที่ดินในประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลนี้ยอมรับไม่ได้พฤติการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นบริษัทด้านกฎหมาย กลุ่มบริษัทบัญชี ที่เข้ามาให้บริการและพบว่ามีข้อมูลการเข้าไปถือหุ้น ซึ่ง DSI จะต้องเข้าไปจัดการต่อ
นายวรศิษฎ์ยังกล่าวอีกว่า การถือครองที่ดินโดยนอมินีจะมีการขยายผลไปในทุกพื้นที่ โดยรัฐบาลมีพื้นที่เป้าหมายเป็นพื้นที่ที่ชาวต่างชาติเข้ามาตั้งรกราก ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดภูเก็ต เกาะสมุย-เกาะพงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง รวมถึงกรุงเทพมหานคร โดยในสองสัปดาห์ที่จะถึงนี้จะมีความชัดเจนมากขึ้น แต่ยอมรับว่าข้อมูลมีความซับซ้อนมาก จึงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ หากไม่มีความแม่นยำข้าราชการอาจถูกดำเนินการได้ โดยมีการถือครองในลักษณะอำพรางเป็นจำนวนมาก เช่น บริษัทเอ ถือหุ้นโดยคนไทยร้อยละ 51 ขณะที่ต่างชาติถือครองร้อยละ 49 และเอาบริษัทบีมาถือครองสัดส่วนของคนไทยเพิ่มเติม เพราะในสถานะถือว่าเป็นนิติบุคคลที่เป็นสัญชาติไทย แต่เมื่อมารวมกันแล้ว สัดส่วนต่างชาติกลับสูงกว่าสัดส่วนคนไทย
อย่างไรก็ตามในแต่ละจังหวัดได้มีการทยอยส่งปัญหานี้เข้ามายังกระทรวงเรื่อย ๆ แต่จะมีการจัดการข้อมูลให้แล้วเสร็จ ภายใน 2 สัปดาห์นี้ และย้ำในส่วนนอมินีที่ได้สัญชาติไทย จะตรวจสอบว่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากพบว่าผิดปกติ ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ว่าได้สัญชาติไทยเพราะสาเหตุอะไร ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะตรวจสอบอย่างไร
ส่วนกรณีที่มีการอ้างว่าถือครองที่ดินนส. 3 ได้โดยชอบด้วยกฎหมาย นายวรศิษฎ์ ยืนยันว่าต่างชาติไม่มีสิทธิ์ถือครองที่ดินได้ หากไม่ใช่กรณีพิเศษที่ BOI ส่งเสริมการลงทุน และหากมีการรุกล้ำพื้นที่สาธารณะ กรมที่ดินและกรมป่าไม้สามารถตรวจสอบได้
แท็กที่เกี่ยวข้อง ภูเก็ต ,หาดฟรีดอม ,หาดบางเทา ,มท.4 ,ผู้รุกหาด