เลือกตั้งและการเมือง
ปธ.กมธ.ตำรวจ จ่อเชิญ “ภาวุธ” แจงปมเงิน 28 ล้าน โยงคดี Forex ขณะที่ อนุ กมธ.ปปง. จ่อประสานขยายผลสอบบริษัทรับชำระเงิน
20 มิ.ย. 2569
138 views
วันที่ 20 มิ.ย. นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมออกหมายเรียก นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) หลังดีเอสไอ พบหลักฐานเส้นทางการเงินโอนเข้าข่ายเชื่อมโยงกับโบรกเกอร์เครือข่ายฟอเร็กซ์ (Forex) มูลค่าสูงถึง 28 ล้านบาทว่า ตนเตรียมนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุม กมธ.ตำรวจฯ เพื่อพิจารณาเชิญนายภาวุธ เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อ กมธ.ตำรวจฯ เพื่อเปิดโอกาสให้นายภาวุธได้ใช้กลไกของกมธ.ฯ ในการชี้แจงรายละเอียดต่างๆ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองต่อสาธารณชนอย่างโปร่งใส ซึ่งสืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางดีเอสไอได้มีการแถลงข่าวถึงความเชื่อมโยงของนายภาวุธ กับกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย จนนำไปสู่การพบหลักฐานการโอนเงินจำนวน 28 ล้านบาทดังกล่าว
นายวัชรพงศ์ กล่าวว่า ส่วนจะเชิญตัวนายภาวุธเข้ามาชี้แจงในวันเวลาใด รวมถึงจะมีการพิจารณาเชิญบุคคล หรือตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ มาร่วมให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยหรือไม่นั้น ตนจะนำเรื่องนี้เข้าหารือใน กมธ.ตำรวจฯ เพื่อกำหนดความชัดเจนทั้งหมดอีกครั้งภายในสัปดาห์หน้า
นอกจากนี้มีรายงานข่าวความคืบหน้ากรณีการกวาดล้างขบวนการลงทุนเถื่อน โดย นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด ได้ให้คณะอนุกรรมาธิการป้องกันการฟอกเงิน เร่งเดินหน้าขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานตรวจสอบระดับประเทศ เพื่อเข้าตรวจสอบกลุ่มบริษัทที่ทำหน้าที่เป็นระบบรับชำระเงิน (Payment Gateway) หลังพบเบาะแสสำคัญว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเป็นช่องทางโอนเงินให้กับแพลตฟอร์มซื้อขาย Forex ต่างประเทศที่ไม่ได้รับอนุญาตในประเทศไทย
จากการตรวจสอบเอกสารและหลักฐานการทำธุรกรรมเบื้องต้น พบพฤติการณ์ของกลุ่มบริษัทในไทยที่ได้รับใบอนุญาตเกี่ยวกับการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ แต่กลับมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับกลุ่มโบรกเกอร์ Forex ชื่อดังอย่างผิดสังเกต ดังนี้
- บริษัท พ. (นามสมมุติ): พบพฤติการณ์รับชำระเงินผ่านระบบ QR Code หน้าเว็บไซต์ โอนเข้าบัญชีบริษัทโดยตรงเพื่อเติมเงินเข้าสู่ระบบของ โบรกเกอร์ A
- บริษัท ม. (นามสมมุติ): พบหลักฐานสลิปการโอนเงินและเส้นทางธุรกรรมเชื่อมโยงกับการเติมเงินเข้าสู่แพลตฟอร์มของ โบรกเกอร์ O และ โบรกเกอร์ F
- บริษัท อ. (นามสมมุติ): พบเบาะแสการทำหน้าที่เป็นตัวกลางชำระเงิน (SmartPay) ให้กับกลุ่มแพลตฟอร์มรายใหญ่ ทั้ง โบรกเกอร์ V, โบรกเกอร์ F, โบรกเกอร์ E และ โบรกเกอร์ A
ทางคณะอนุกรรมาธิการฯ เตรียมทำหนังสือจี้ถามและขอความร่วมมือในการกวาดล้างขบวนการนี้ ประกอบด้วย
1. สำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบว่ามีบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือกลุ่มทุนใดแอบเบื้องหลังเข้าไปรับเงินจากธุรกิจ Forex ผิดกฎหมายเหล่านี้หรือไม่
2. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตรวจสอบกลุ่มบริษัทที่ได้ใบอนุญาตบริการชำระเงินแทน (Payment Service Provider) แต่กลับนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ รับเงินผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบการเงินของประเทศ ซึ่งสร้างความเสียหายรวมกว่าพันล้านบาทต่อปี
3. สำนักงาน ปปง. ขอความร่วมมือให้แกะรอยเส้นทางการเงิน ยึดอายัดทรัพย์สิน และขยายผลดำเนินคดีฐานฟอกเงินกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแบบถอนรากถอนโคน
ปัจจุบันในประเทศไทยยังไม่มีการออกใบอนุญาตให้โบรกเกอร์ Forex รายใด ให้ดำเนินธุรกิจชวนประชาชนซื้อขายเงินตราต่างประเทศอย่างถูกกฎหมาย การใช้ช่องทางกลุ่มบริษัทรับชำระเงินเหล่านี้ จึงเป็นเป้าหมายสำคัญที่เจ้าหน้าที่ต้องสกัดกั้นเพื่อลดจำนวนเหยื่อที่ต้องสูญเสียทรัพย์สินจนหมดตัว
แท็กที่เกี่ยวข้อง