เลือกตั้งและการเมือง

ปธ.กมธ.ตำรวจ จ่อเชิญ “ภาวุธ” แจงปมเงิน 28 ล้าน โยงคดี Forex ขณะที่ อนุ กมธ.ปปง. จ่อประสานขยายผลสอบบริษัทรับชำระเงิน

2 ชั่วโมงที่แล้ว

48 views

วันที่ 20 มิ.ย. นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมออกหมายเรียก นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) หลังดีเอสไอ พบหลักฐานเส้นทางการเงินโอนเข้าข่ายเชื่อมโยงกับโบรกเกอร์เครือข่ายฟอเร็กซ์ (Forex) มูลค่าสูงถึง 28 ล้านบาทว่า ตนเตรียมนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุม กมธ.ตำรวจฯ เพื่อพิจารณาเชิญนายภาวุธ เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อ กมธ.ตำรวจฯ เพื่อเปิดโอกาสให้นายภาวุธได้ใช้กลไกของกมธ.ฯ ในการชี้แจงรายละเอียดต่างๆ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองต่อสาธารณชนอย่างโปร่งใส ซึ่งสืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางดีเอสไอได้มีการแถลงข่าวถึงความเชื่อมโยงของนายภาวุธ กับกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย จนนำไปสู่การพบหลักฐานการโอนเงินจำนวน 28 ล้านบาทดังกล่าว


นายวัชรพงศ์ กล่าวว่า ส่วนจะเชิญตัวนายภาวุธเข้ามาชี้แจงในวันเวลาใด รวมถึงจะมีการพิจารณาเชิญบุคคล หรือตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ มาร่วมให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยหรือไม่นั้น ตนจะนำเรื่องนี้เข้าหารือใน กมธ.ตำรวจฯ เพื่อกำหนดความชัดเจนทั้งหมดอีกครั้งภายในสัปดาห์หน้า


นอกจากนี้มีรายงานข่าวความคืบหน้ากรณีการกวาดล้างขบวนการลงทุนเถื่อน โดย นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด ได้ให้คณะอนุกรรมาธิการป้องกันการฟอกเงิน เร่งเดินหน้าขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานตรวจสอบระดับประเทศ เพื่อเข้าตรวจสอบกลุ่มบริษัทที่ทำหน้าที่เป็นระบบรับชำระเงิน (Payment Gateway) หลังพบเบาะแสสำคัญว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเป็นช่องทางโอนเงินให้กับแพลตฟอร์มซื้อขาย Forex ต่างประเทศที่ไม่ได้รับอนุญาตในประเทศไทย


จากการตรวจสอบเอกสารและหลักฐานการทำธุรกรรมเบื้องต้น พบพฤติการณ์ของกลุ่มบริษัทในไทยที่ได้รับใบอนุญาตเกี่ยวกับการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ แต่กลับมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับกลุ่มโบรกเกอร์ Forex ชื่อดังอย่างผิดสังเกต ดังนี้

- บริษัท พ. (นามสมมุติ): พบพฤติการณ์รับชำระเงินผ่านระบบ QR Code หน้าเว็บไซต์ โอนเข้าบัญชีบริษัทโดยตรงเพื่อเติมเงินเข้าสู่ระบบของ โบรกเกอร์ A

- บริษัท ม. (นามสมมุติ): พบหลักฐานสลิปการโอนเงินและเส้นทางธุรกรรมเชื่อมโยงกับการเติมเงินเข้าสู่แพลตฟอร์มของ โบรกเกอร์ O และ โบรกเกอร์ F

- บริษัท อ. (นามสมมุติ): พบเบาะแสการทำหน้าที่เป็นตัวกลางชำระเงิน (SmartPay) ให้กับกลุ่มแพลตฟอร์มรายใหญ่ ทั้ง โบรกเกอร์ V, โบรกเกอร์ F, โบรกเกอร์ E และ โบรกเกอร์ A


ทางคณะอนุกรรมาธิการฯ เตรียมทำหนังสือจี้ถามและขอความร่วมมือในการกวาดล้างขบวนการนี้ ประกอบด้วย

1. สำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบว่ามีบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือกลุ่มทุนใดแอบเบื้องหลังเข้าไปรับเงินจากธุรกิจ Forex ผิดกฎหมายเหล่านี้หรือไม่

2. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตรวจสอบกลุ่มบริษัทที่ได้ใบอนุญาตบริการชำระเงินแทน (Payment Service Provider) แต่กลับนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ รับเงินผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบการเงินของประเทศ ซึ่งสร้างความเสียหายรวมกว่าพันล้านบาทต่อปี

3. สำนักงาน ปปง. ขอความร่วมมือให้แกะรอยเส้นทางการเงิน ยึดอายัดทรัพย์สิน และขยายผลดำเนินคดีฐานฟอกเงินกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแบบถอนรากถอนโคน


ปัจจุบันในประเทศไทยยังไม่มีการออกใบอนุญาตให้โบรกเกอร์ Forex รายใด ให้ดำเนินธุรกิจชวนประชาชนซื้อขายเงินตราต่างประเทศอย่างถูกกฎหมาย การใช้ช่องทางกลุ่มบริษัทรับชำระเงินเหล่านี้ จึงเป็นเป้าหมายสำคัญที่เจ้าหน้าที่ต้องสกัดกั้นเพื่อลดจำนวนเหยื่อที่ต้องสูญเสียทรัพย์สินจนหมดตัว

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ