เลือกตั้งและการเมือง

"สว.นพดล" การันตี "เกาะกูด" ปลอดภัย! กฎหมายทะเล บังคับห้าม "เขมร" ลากเส้นล้ำ 12 ไมล์ทะเล

4 ชั่วโมงที่แล้ว

66 views

นายนพดล อินนา สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงกรณีที่สังคมยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) ว่า การที่กัมพูชาเรียกร้องให้เข้าสู่กระบวนการการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) นั้น ไม่ใช่การดึงประเทศที่สามหรือบุคคลที่สาม เข้ามาตัดสินข้อพิพาทแทนการเจรจาทวิภาคีอย่างที่หลายคนกังวล

เนื่องจากทั้งประเทศไทยและกัมพูชาได้เคยลงนามและสงวนสิทธิ์ไว้ตามมาตรา 287 ของ UNCLOS ว่าจะไม่ขึ้นศาลโลก ไม่ขึ้นศาลกฎหมายทางทะเล และไม่ใช้อนุญาโตตุลาการ ดังนั้น เมื่อไม่เข้าสู่กระบวนการศาล จึงต้องมาใช้มาตรา 298 ซึ่งระบุว่า หากคู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอ ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการคณะกรรมการประนีประนอม ซึ่งภายใน 21 วัน ทั้งสองฝ่ายจะต้องเสนอชื่อตัวแทนฝ่ายละ 2 คน และร่วมกันเลือกประธานคนกลางอีก 1 คน รวมเป็น 5 คน เพื่อทำหน้าที่ศึกษาและหาแนวทางร่วมกัน

นายนพดล กล่าวอีกว่า จากการที่ตนมีโอกาสหารือร่วมกับเอกอัครราชทูตติมอร์-เลสเต กรณีข้อพิพาททางทะเลระหว่างติมอร์-เลสเตและออสเตรเลีย ถือเป็นกรณีแรกของโลกที่ใช้กระบวนการประนอมภาคบังคับนี้ ซึ่งในระหว่างที่คณะกรรมการทั้ง 5 ท่าน กำลังศึกษาข้อมูล ทั้งสองประเทศก็ยังคงเปิดเจรจาทวิภาคีควบคู่กันไปด้วยอย่างต่อเนื่อง และเมื่อตกลงกันได้ในประเด็นใด ก็จะส่งข้อตกลงนั้นให้คณะกรรมการรับทราบ จนในที่สุดก็สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้สำเร็จ ดังนั้น กรณีของไทยและกัมพูชาจึงน่าจะเป็นกรณีที่สองของโลก และไทยพยายามเสนอให้กัมพูชาหันมาพูดคุยในกรอบทวิภาคีก่อนที่จะเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการภาคบังคับเต็มรูปแบบ

นายนพดล ย้ำว่า ข้อสรุปหรือรายงานจากคณะกรรมาธิการประนีประนอมนั้น เป็นเพียงข้อเสนอแนะที่ไม่มีผลผูกมัดทางกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น หมายความว่าหากรายงานออกมาแล้วประเทศไทยเห็นว่าเสียเปรียบ เราก็มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธไม่รับข้อเสนอนั้นได้ทันที โดยไม่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ในเวทีโลก

นอกจากนี้ ในแง่ของหลักการลากเส้นเขตแดนทางทะเล ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์ทันที เนื่องจากเกาะกูดมีอาณาเขตทางทะเลเด่นชัดอยู่ 12 ไมล์ทะเล เส้นมัธยะที่จะแบ่งอาณาเขตจึงไม่สามารถลากล้ำเข้ามาในระยะ 12 ไมล์ทะเลของเกาะกูดได้ ส่งผลให้เส้นเขตแดนตาม MOU 44 ที่กัมพูชาเคยลากพาดผ่านเกาะกูดจะต้องถูกปรับลดลง ซึ่งจะทำให้พื้นที่ทับซ้อน (OCA) ลดลงตามไปด้วย

ส่วนกรณีที่กัมพูชาแต่งตั้งคณะกรรมการ ซึ่งเป็นทีมกฎหมายชุดเดียวกับที่เคยทำคดีให้ติมอร์-เลสเต นายนพดล ระบุว่าไม่มีความกังวลในประเด็นนี้ เนื่องจากผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นกรรมการทั้ง 5 ท่าน จะต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความซื่อสัตย์สุจริต เที่ยงตรง และคำนึงถึงชื่อเสียงในระดับสากล ทุกขั้นตอนต้องพิจารณาบนหลักการเรขาคณิตและกฎหมายทะเลอย่างเคร่งครัด จึงไม่สามารถกระทำการใดๆ ที่นอกเหนือขอบเขตหรือกติกาของ UNCLOS ได้

คุณอาจสนใจ

Related News