เลือกตั้งและการเมือง
นายกฯ นำแถลงยึดทรัพย์เครือข่าย “หนูเฉิน” ซัด อยู่ในคุกก็เปลืองข้าวสุก ย้ำคนร้ายต้องสำนึกผิด
4 ชั่วโมงที่แล้ว
37 views
นายกฯ นำแถลงยึดทรัพย์เครือข่าย “หนูเฉิน” หลอกลวงล็อตใหญ่ พร้อมคืนเงินผู้เสียหาย ชี้ ความสำเร็จไม่ใช่แค่จับคนผิด แต่ต้องคืนทรัพย์ บอก พวกนี้อยู่ในคุกก็เปลืองข้าวสุก ลั่น พร้อมใช้มติ ครม. - พ.ร.ก.อุดช่องโหว่ ย้ำคนร้ายต้อง “คอตก-สำนึกผิด” ไม่ใช่ลอยหน้าลอยตา
นายกรัฐมนตรี นำแถลงยึดทรัพย์เครือข่ายหลอกลวงล็อตใหญ่ พร้อมคืนเงินผู้เสียหาย ชี้ ความสำเร็จไม่ใช่แค่จับคนผิด แต่ต้องคืนทรัพย์ บอก พวกนี้อยู่ในคุกก็เปลืองข้าวสุก ลั่น พร้อมใช้มติ ครม. - พ.ร.ก.อุดช่องโหว่ ย้ำคนร้ายต้อง “คอตก - สำนึกผิด” ไม่ใช่ลอยหน้าลอยตา
วันนี้ (12 มิ.ย. 69) เวลา 13.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการแถลงข่าวการยึด และอายัดทรัพย์สินรายคดีสำคัญ และการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายตามคำสั่งศาล โดยมี พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธานกรรมการ ปปง. นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. พลตำรวจโท นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร. ร่วมแถลงข่าว
ทั้งนี้ ก่อนการแถลงข่าว นายกรัฐมนตรี นำคณะยืนสงบนิ่ง เพื่อถวายความอาลัย แด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณ
นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดการแถลงข่าวว่า ทุกครั้งที่มาสถานที่แห่งนี้ นับเป็นข่าวดีกับประเทศและพี่น้องประชาชน และเป็นข่าวร้ายกับผู้ที่กระทำความผิดกฎหมาย และนำพาความเสื่อมเสียความเสียหายให้กับประเทศไทย และประชาชน ซึ่งวันนี้ตนมีข่าวสำคัญ มาแจ้งพี่น้องประชาชนทราบอีกเรื่องหนึ่ง หลังจากที่เมื่อวันก่อน เราได้แถลงผลปฏิบัติการ "พิฆาตยาเสพติด" เครือข่ายนายฐปนันท์ หรือหนูเฉิน และเครือข่ายผู้กระทำผิดชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นกระบวนการการปราบปรามยาเสพติด กระบวนการฟอกเงิน สแกมเมอร์ หลอกลวงพี่น้องประชาชนอาชญากรรมข้ามชาติล็อตใหญ่
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า การแถลงข่าววันนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญต่อความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน คือการยึดและอายัดทรัพย์สินของมิจฉาชีพที่หลอกลวงประชาชนไป และนำไปสู่กระบวนการคืนเงินให้กับผู้เสียหายที่เรายึดมาได้จากคนทึ่ช่วยร้ายเหล่านี้ให้กับผู้เสียหายด้วย ซึ่งตนถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก สำหรับพี่น้องประชาชน เพราะเมื่อถูกหลอกลวง ความทุกข์ที่สุดของประชาชนอยู่แล้ว การที่เราสามารถนำเงินทองมาคืนให้พวกเขาได้ ถือว่าเป็นสิ่งที่พวกเราทำถูกต้อง และเป็นกุศลในการบำบัดความทุกข์ของพวกเขา
“พวกเขาคงไม่ได้คาดคิดหรอกว่าวันหนึ่ง จะได้เงินถูกส่งคืนไปยังพวกเขา นี่คือเป้าหมาย ไม่ใช่จับอย่างเดียว คนพวกนั้นอยู่ในคุกก็เปลืองข้าวสุกเราด้วยซ้ำไป แต่สิ่งที่เราควรจะตั้งเป็นเป้าหมายให้ชัดเจนอีกครั้ง คือเราต้องเร่งนำทรัพย์สินเงินทองที่พวกเราถูกคนเหล่านี้หลอกลวงไปนำกลับมาคืนให้เขา อันนี้น่าจะเป็นเป้าหมายที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับปฏิบัติการต่างๆ ของเรา” นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ความสำเร็จของกระบวนการนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้ารัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งตนที่ได้เป็นผู้ออกนโยบายให้กับพวกท่านจะเป็นไปไม่ได้เลยถ้าท่านไม่ให้ความร่วมมือ ตนจึงต้องขอกราบขอบพระคุณเพื่อนร่วมงานของพวกตนทุกคนในที่นี้ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ไม่หวั่นไหวต่ออิทธิพลอำนาจใดๆ
“เพราะทุกครั้งที่เราทำงานใหญ่เช่นนี้ พวกเขาก็คงได้ประสบพบในการที่ขอให้ถอยในเรื่องนี้ ปัดเป่าคดี ผ่อนหนักเป็นเบา ผ่อนเบาเป็นหาย เป็นต้น ซึ่งตั้งแต่ที่ตนเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยความสัมพันธ์ ความเชื่อมั่นที่ตนมีกับทีมงาน ปปง. และทีมงานด้านการปราบปรามทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประธาน ปปง. ซึ่งตนมีความเคารพนับถือท่าน ก็ต้องบอกว่าความสัมพันธ์นี้ไม่ได้จะเกิดขึ้นในทุกๆ คณะบริหาร แต่คณะบริหารประเทศชุดนี้ และความเชื่อมั่นที่เรามีให้ต่อกันนั้น ยั้งผลไปยังการทำงานของพวกเราได้ประสบผลสัมฤทธิ์ และเข้าเป้าหมายที่พวกเราตั้งเอาไว้อย่างดียิ่ง“ นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ถ้าท่านเชื่อตนแล้ว เจอพวกความจำเสื่อมที่ชอบถามว่า “รู้ไหมผมเป็นใคร” เราไม่สนใจว่าเขาเป็นใคร ท่านก็พูดได้เต็มปากว่า “เป็นใครก็ไม่สนถ้าทำผิดกฎหมาย“ ซึ่งสิ่งเหล่านี้พวกเราแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เราไม่ให้ยาเตือนความจำเขา แต่เราให้เขาไปทบทวนความจำในคุก ไม่ต้องให้เขาถามว่าเขาเป็นใคร จะต้องให้เขาถามว่าทำไมถึงได้คิดผิด ที่ต้องทำสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้ ทำไมถึงกล้าที่จะมาทำร้ายประชาชนชาวไทยที่มีกฎหมายควบคุม ที่มีพวกเราดูแลสารทุกข์สุกดิบของพวกเขาอยู่ตรงนี้ต่างหากคือเป้าหมายของเรา
“ตั้งแต่ที่ผมเข้ามาเป็นรัฐบาลแรกจนถึงรัฐบาลที่สองก็จะเห็นได้ว่ามูลค่าทรัพย์สินเงินทอง เงินสด เอกสารที่สามารถประเมินเป็นมูลค่าต่างๆ เราได้ทำการยึดทรัพย์ของพวกเขามามากมายมากกว่า 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริง และความไม่หวั่นไหวต่ออำนาจอิทธิพลใดๆ ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลที่ได้มอบหมายให้กับพวกท่านว่า พวกเราเป็นผู้บำบัดทุกข์บำรุงสุข เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เป็นผู้พิฆาตพิชิตอันธพาล และอภิบาลประชาชน“ นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า เราทำตามภารกิจหน้าที่ด้วยความสมบูรณ์ และเชื่อว่าเราจะดำเนินการต่อไป ตราบใดที่ไม่มีการยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง ซึ่งผู้ต้องหามีทั้งคนไทยและคนต่างชาติที่มาอาศัยแผ่นดินนี้ ในการกระทำความผิด ซึ่งการกระทำความผิดของเขาถือว่าเป็นความผิดมหันต์ที่มารังแกคนไทย คุณมารังแกคนไทยเมื่อไหร่ เราต้องเพิ่มความเข้มข้น และความเด็ดขาดในการปราบปรามดำเนินคดียึดทรัพย์ของพวกเขา ตนในฐานะหัวหน้ารัฐบาลไม่ใช่เฉพาะเป็นนายกฯ แต่เป็น รมว.มหาดไทยเป็นผู้ที่กำกับดูแลสำนักงาน ปปง.ด้วยตัวเอง ไม่ให้คนอื่นดูแลๆ เอง ขอให้ทุกท่านสบายใจว่าท่านปฎิบัติภารกิจแล้วไม่ว่า การกระทำของท่านเป็นการกระทำที่เต็มไปด้วยเจตนารมณ์ที่ปกป้องประเทศและประชาชนแล้ว ท่านมีนายกฯ เป็นผู้ที่รับผิดชอบการกระทำของท่านทุกคน
ฉะนั้น ความร่วมมือต่างๆ จากกระทรวง และหน่วยงานทั้งหลายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งจังหวัดและฝ่ายปกครองของท่านได้ร่วมบูรณาการกันอย่างเต็มที่ และขอให้มีความมั่นใจในการกระทำของท่าน และจับกุมดำเนินคดีปราบปรามผู้กระทำความผิดเหล่านี้อายัดทรัพย์สินและยึดและทำสำนวนให้เข้มให้แข็ง ให้ไม่หลุด ไม่ให้เขาใช้ช่องว่างอาศัยช่องโหว่หลุดออกไป ซึ่งเราก็จะเร่งดำเนินการแก้ไขกฎหมายในทุกด้านให้สามารถนำไปใช้เป็นช่องโหว่ให้มีความรัดกุมให้มากที่สุด และท่านก็ไม่ต้องห่วงตนกับรมว.ยุติธรรม เราตกลงกันแล้วกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร. ) ว่า ถ้าตรงไหนมันมีช่องโหว่ พวกเราจะใช้มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) อุดช่องโหว่ ออกเป็นมาตรการออกเป็นประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ออกเป็นพระราชบัญญัติ ถ้าออกพระราชกำหนดไม่ทันใจ หรือใช้คำสั่งนายกรัฐมนตรี ใช้มติของ ครม.ในการช่วยสนับสนุนภารกิจของท่านให้ครบถ้วน
“ถ้าคิดว่ายังมีช่องโหว่ออกมาลอยหน้าลอยตา พูดเหมือนกับไม่ยอมรับกฎหมาย เวลาท่านจับคนพวกนี้ ลอยหน้าลอยตาเชิปๆ จากนี้ไปต้องคอตก ต้องสลด ต้องสำนึกและต้องรู้สึกเสียใจในการกระทำของตัวเอง แต่ว่าเสียใจก็ช้าไปเสียแล้ว ต้องไปชดใช้หนี้กรรมทั้งหลายในที่คุมขัง ตามกฎหมายที่พวกเราต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ให้พวกนี้ได้หลาบจำ“ นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลและหน่วยงานจะดำเนินการอย่างเต็มที่ให้หลาบจำ เพราะสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้คือชื่อเสียงของประเทศไทย ความเชื่อมั่นของต่างชาติ หรือแม้แต่คู่ค้าของประเทศหากมีเรื่องเหล่านี้จะเกิดผลกระทบทำให้เขาไปเลือกประเทศอื่นส่งผลให้ประเทศไทยเสียโอกาสมากมาย วันนี้เราจึงต้องเรียกแขกทั้งหมดให้กลับมาประเทศไทยอีกครั้ง เพื่อที่เขามาแล้วเงินทุกบาททุกสตางค์ของเขามีความคุ้มค่า และปลอดภัย นี่คือสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันทำ
แท็กที่เกี่ยวข้อง เครือข่ายหนูเฉิน