เลือกตั้งและการเมือง

กมธ.ถกเดือดแชท “ช่วยน้ำเงินด้วย” ไร้เงา อธิบดี ปค.-กกต. ชี้แจง

3 ชั่วโมงที่แล้ว

26 views

กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ถกเดือดแชทหลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” ไร้เงา อธิบดี ปค. - กกต. ชี้แจง บอกติดภารกิจสำคัญเร่งด่วน

แชท “ช่วยน้ำเงินด้วย” ที่อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ตแฉออกมา อ้างว่าเป็นแชทไลน์ของอธิบดีกรมการปกครองเมื่อหลายวันก่อน วันนี้ กรรมาธิการพัฒนาการเมือง “ลิซ่า ภคมน” จากพรรคประชาชนเป็นประธาน ได้เชิญคู่กรณีทั้ง สองฝั่ง มาให้ข้อมูลต่อกรรมาธิการ เพื่อตรวจสอบว่าเป็นพฤติการณ์วางตัวไม่เป็นกลางทางการเมืองของเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่

จากกรณีแชท “ช่วยน้ำเงินด้วย” ที่อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ตแฉออกมา อ้างว่าเป็นแชทไลน์ของอธิบดีกรมการปกครองเมื่อหลายวันก่อน วันนี้ (11 มิ.ย. 2569) กรรมาธิการพัฒนาการเมือง ที่มีลิซ่า ภคมน จากพรรคประชาชนเป็นประธาน ได้เชิญคู่กรณีทั้งสองฝั่ง มาให้ข้อมูลต่อกรรมาธิการ เพื่อตรวจสอบว่าเป็นพฤติการณ์วางตัวไม่เป็นกลางทางการเมืองของเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่

ปรากฎว่า ผู้ที่มาให้ข้อมูล ฝั่งของอธิบดีกรมการปกครอง นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ไม่มา มอบหมายนายวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง เข้าให้ข้อมูลแทน อีกหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงในการตรวจสอบการทุจริตเลือกตั้ง อย่าง กกต. ก็ไม่มาบอกว่าจะชี้แจงมาเป็นหนังสือแทน เนื่องจากวันนี้ติดภารกิจสำคัญเร่งด่วน ขณะที่ หน่วยงานอื่นมากันครบ ทั้ง ป.ป.ช., ผู้ตรวจการแผ่นดิน และ ก.พ. รวมถึงคู่กรณี อย่างนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต

เรื่องนี้เกิดขึ้น หลังจากที่นายรุ่งเรือง ถูกอธิบดีกรมการปกครอง มีคำสั่งย้ายจากปลัดจังหวัดภูเก็ตให้ไปช่วยรายการที่กรมการปกครอง เมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ๋านมา โดยตั้งข้อสังเกตว่าเป็นผลมาจากเรื่องการเมืองหรือไม่ จึงได้นำหลักฐานข้อความแชทไลน์ ก่อนการเลือกตั้ง “ช่วยน้ำเงินด้วย” เข้าร้องเรียนกับ สส.พรรคประชาชน

ในที่ประชุม นายรุ่งเรืองชี้แจงถึงคำสั่งย้ายที่มีการอ้างว่า ย้ายเพราะเรื่องผู้ประกอบการในพื้นที่ร้องเรียนเรื่องเรียกรับผลประโยชน์ โดย นายรุ่งเรือง ชี้แจงว่ามีกรณีที่ไปบังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการในพื้นที่จริง เกี่ยวกับการบุกรุกที่สาธารณะ จำนวน 2 แปลง หลังจากนั้นมีอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยโทรมาบอกว่ารู้จักผู้ใหญ่ในกระทรวง และบอกว่ามีกระแสในพื้นที่ว่าจะมีการย้ายตนเองออกนอกพื้นที่ จากนั้นก็มีคำสั่งย้ายตนเองพร้อมข้าราชการ 5 คนโดยไม่มีสาเหตุ ซึ่งมองว่าเป็นการจัดฉาก เพราะมีการเผยแพร่เรื่องที่ตนเองถูกดำเนินการทางวินัยเพื่อดิสเครดิต ให้คนภูเก็ตมองว่าตนเองมีภาพลักษณ์ที่ไม่ดี ทั้งที่เรื่องดังกล่าวเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว

ส่วนประเด็นเรื่องแชท “ช่วยน้ำเงินด้วย” วันนี้ นายรุ่งเรื่อง นำหลักฐานแชทที่อ้างว่าเป็นของอธิบดีกรมการปกครอง ซึ่งมีข้อความดังกล่าว มาแสดงยืนยันว่าไม่ได้สร้างพยานหลักฐานเท็จ โดยในแชทดังกล่าว เป็นการการรายงานสัดส่วนความนิยมของผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. ในจังหวัดภูเก็ต รวมถึงข้อมูลทั่วไป เช่น มีผู้สมัครกี่คน เบอร์อะไรบ้าง แต่หลังจากนั้นผู้บังคับบัญชาตอบกลับมาว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย”

ส่วนที่ตอบกลับ ไปว่า 100% นายรุ่งเรืองชี้แจงว่าเป็นการตอบในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาที่ไม่สามารถปฏิเสธคำสั่งได้ แต่ในข้อเท็จจริงตนไม่สามารถช่วยเหลือพรรคการเมืองใดได้เนื่องจากเพิ่งย้ายเข้าไปดำรงตำแหน่ง

ขณะที่ นายวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง ยืนยันว่าการสั่งงานของกรมการปกครอง ไม่เคยมีการสั่งงานผ่านไลน์ โดยไลน์จะใช้สำหรับการประชาสัมพันธ์และรายงานผลการดำเนินงานเท่านั้น ขณะที่ นายรุ่งเรือง ตอบโต้ว่าที่ผ่านมามีการสั่งการผ่านไลน์จริง

ขณะที่ลิซ่า ภคมน ซักถาม ทางกรมการปกครองว่า ก่อนหน้านี้อธิบดีกรมการปกครองไม่ปฏิเสธว่าไลน์ดังกล่าวเป็นไลน์ของตัวเอง บอกแค่ว่าเป็นไลน์สาธารณะ จึงอยากรู้ว่าไลน์สาธารณะเป็นอย่างไร ซึ่ง รองอธิบดีกรมการปกครอง ชี้แจงว่า ไลน์สาธารณะเป็นไลน์เฉพาะกลุ่มระหว่างนายอำเภอกับผู้บังคับบัญชา กรณีนี้อธิบดีกรมการปกครองได้ชี้แจงไปที่กระทรวงมหาดไทยเรียบร้อย และชี้แจงไปที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้ว อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุม กรรมาธิการฝั่งพรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย มีการซักถามถึงการกระทำของนายรุ่งเรือง ว่ามีหน้าที่ ที่จะต้องรายงานผลโพลหรือไม่ และเหตุใดมาแฉเรื่องนี้หลังเกิดเรื่อง รวมถึง ประเด็นการตอบกลับ ว่า 100% นั้น เป็นการเอาใจนายหรือเปล่า โย กรรมาธิการบางคน มองว่าหากอธิบดีกรมการปกครองสั่งการให้ช่วย พรรคภูมิใจไทยจริง พรรคภูมิใจไทยต้องชนะทั้ง 3 เขต แต่ผลที่ออกมา พรรคภูมิใจไทยไม่ได้ สส.

อย่างไรก็ตาม กรรมาธิการหลายคนคาใจ ประเด็นคำตอบ 100% ของ นายรุ่งเรือง ว่าเป็นการตอบรับ ที่จะช่วยน้ำเงิน 100% หรือไม่ ทำให้มีการซักถามประเด็นนี้กันมาก

ขณะที่ในมุมของผู้แทน จาก ก.พ. บอกว่าเรื่องนี้มีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับมารยาททางการเมือง ที่ระบุว่า ข้าราชการต้องไม่ช่วยเหลือการหาเสียงดังนั้นต้องดูบริบทว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” อยู่ในบริบทไหน

ผู้สื่อข่าว บอกว่า ในการประชุมกรรมาธิการวันนี้ มีนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม เข้าร่วมด้วย และมีการฝากรองอธิบดีกรมการปกครอง ว่าจะลงโทษทางวินัยสถานเบาหรือสถานหนักตนไม่ได้ซีเรียส แต่ขอให้ดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ว่าผลตรวจสอบจะออกมาเป็นอย่างไร เชื่อว่าสังคมไทยจะรับได้ และบอกว่า ตนเองเป็นคนหนึ่งที่ยืนข้างความถูกต้องแต่ขออย่ากลั่นแกล้งกัน ใครผิดใครถูก ขอให้ดำเนินการตามข้อเท็จจริง

หลังการประชุม นางสาวชลณัฏฐ์ โกยกุล สส.กทม.พรรคประชาชน ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ แถลงผลการประชุมว่า กรรมาธิการมีมติ

1.ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยเพื่อสอบถามความคืบหน้า และให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีแชทไลน์ช่วยน้ำเงินด้วย

2. ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อรายงานพฤติการณ์ และการใช้อำนาจรัฐ ที่ส่อไปในทางไม่เป็นกลางทางการเมือง

3. เลือกเอกสารเพิ่มเติมจากกรมการปกครอง ถึงข้อมูลสถิติการโยกย้ายย้อนหลังตั้งแต่ปี 2562 เพื่อนำมาเปรียบเทียบความผิดปกติของการโยกย้ายครั้งนี้

ทั้งนี้ กรรมาธิการได้มีข้อสังเกตถึงความผิดปกติของการโยกย้ายนายอำเภอ กว่า 300 ตำแหน่ง ช่วงก่อนการเลือกตั้งเพียง 1-2 เดือน ซึ่งกว่า 50% ของผู้ที่ถูกโยกย้ายเข้าไปทำหน้าที่เป็นประธานอนุกรรมการการเลือกตั้งประจำเขต ประมาณ 120 เขตเลือกตั้ง 40 กว่าจังหวัด ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งสำคัญในการคุมการเลือกตั้ง


คุณอาจสนใจ

Related News