เลือกตั้งและการเมือง
“ศุภชัย” จ่อฟ้องคนทำภท.เสียหาย ยันที่ดิน “ปู่ชัย” ไม่เกี่ยวคดีที่ดินเขากระโดง “เนวิน” ไม่เคยถูกจับทุจริตเลือกตั้ง
2 ชั่วโมงที่แล้ว
15 views
“ศุภชัย” สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย แถลงชัด ยืนยันที่ดิน “ปู่ชัย” ไม่เกี่ยวคดีที่ดินเขากระโดง 5,083 ไร่ ส่วนทางคดีขอรอฟังคำตัดสินศาล หลัง รฟท. ฟ้องรายแปลง หยุดอ้างคำพิพากษาศาลแบบเหมารวม จวก “เสรีพิศุทธ์” อย่ามั่วหลังอ้างเคยจับ “เนวิน” ทุจริตเลือกตั้ง ชี้ไม่เคยเกิดขึ้น พร้อมจ่อฟ้องทุกคนรวมสื่อที่มีเจตนาทำ “ภูมิใจไทย” เสียหาย
วันที่ 9 มิถุนายน 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ดินเขากระโดงที่ก่อนหน้านี้มีการชี้แจงไปหลายครั้งแล้ว ว่าสิ่งที่สังคมต้องรอฟัง คือการรอผลการตัดสินในคดีแพ่งที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ทยอยฟ้องผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินบริเวณดังกล่าว ซึ่งมีอยู่ 5,083 ไร่ พร้อมย้ำว่า ในการตัดสินของศาลฎีกา และศาลยุติธรรม เกี่ยวกับ 35 รายนั้น ที่แพ้คดีไม่ได้มีผลผูกพันกับผู้ถือกรรมสิทธิ์ ที่เป็นโฉนดที่ดินหรือ นส.3 แปลงอื่นๆ อีก 995 ราย เพราะทุกคนมีอีกเอกสารสิทธิ์ที่ออกโดยราชการถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งข้อเท็จจริงของ 995 ราย มีข้อเท็จจริงมีข้อต่อสู้ที่แตกต่างกับ 35 ราย เพราะฉะนั้น จะนำคำพิพากษาศาลฎีกาของ 35 รายนั้นมาบังคับใช้กับ 995 รายนี้ไม่ได้
ส่วนคำวินิจฉัยศาลปกครอง และคำตัดสินของศาลปกครองที่มีขึ้นระหว่างคู่กรณีคือรฟท.กับกรมที่ดินนั้น ศาลปกครองกลางเคยวินิจฉัยว่าให้กรมที่ดินไปดำเนินการให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 61 ซึ่งเป็นอำนาจของอธิบดีกรมที่ดินในการตั้งคณะกรรมการตรวจตรวจสอบว่าเอกสารสิทธิ์ที่ออกไปให้กับประชาชนที่ครอบครองที่ดินทั้งหมดเป็นการออกโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือคลาดเคลื่อน แต่เมื่อคณะกรรมการได้พิจารณาแล้ว และฟังข้อเท็จจริงกับรฟท. ซึ่งรฟท. ไม่สามารถนำเอกสารแผนที่มาแสดงยืนยันเขตที่ดินของตัวเองได้ เพราะฉะนั้น กรมที่ดินจึงไม่มีเหตุผลที่จะไปยกเลิกโฉนดที่ดิน
ส่วนที่ขณะนี้รฟท.ได้อุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ว่าการออกคำสั่งของกรมที่ดินไม่ชอบด้วยกฎหมายอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด ดังนั้นจึงต้องรอ หรือในขณะเดียวกันการตัดสินว่าที่ดินแปลงใดบุกรุกที่ดินของรฟท. เป็นจำนวนพื้นที่เท่าไหร่นั้น ศาลปกครองก็ไม่เคยวินิจฉัย จึงขอทำความเข้าใจว่า วันนี้เอกสารสิทธิ์ที่ออกโดยกรมที่ดินที่ให้กับประชาชนเป็นการยื่นออกเอกสารสิทธิ์ที่ดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่ ขึ้นอยู่กับศาลฎีกาจะวินิจฉัยเป็นถึงที่สุด เรื่องนี้จึงต้องทำความเข้าใจให้ตรงกัน
นายศุภชัย ยังกล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้โดยพาดพิงด้วยว่าการแสดงความคิดเห็นของตนไม่ถูกต้องนั้น ยืนยันว่าความเห็นของ พ.ต.อ.ทวี ต่างหากที่ไม่ถูกต้อง ท่านบอกว่าอยากให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินที่มีการประกาศใช้เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2497 ที่ดินของการรถไฟตรงนั้นได้มีการดำเนินการหวงห้ามไว้ตั้งแต่แรก ซึ่งไม่มีข้อเท็จจริงหรือเอกสารใดที่ปรากฏว่าที่ดินของรฟท.ตรงนั้นมีการหวงห้าม และการได้มาของที่ดินของราชการจะต้องได้มาโดยผลของกฎหมาย การซื้อขาย การเวนคืนที่ดินมา หรือมีการโอนกันระหว่างราชการ แต่ที่ดินบริเวณดังกล่าว รฟท.ไม่มีเอกสารสิทธิ์ใดมายืนยันเลยว่าเป็นเจ้าของ อ้างแค่ว่ามี ส.ค.1 หรือมีแผนที่เป็นเอกสารภายในของรฟท.
“ที่ดินเหล่านั้นออกมาโดยรฟท.เองไม่เคยมีการไปคัดค้าน ขณะที่ประชาชนไปยื่นขอ น.ส.3 หรือโฉนดที่ดิน ในทางกลับกันที่ดินบางแปลง การรถไฟมีความเชื่อว่าที่ดินอยู่ใกล้กับรางรถไฟเป็นของเขา ประชาชนอยู่ที่นั่นมีความเชื่อว่าที่ดินที่อยู่ใกล้รางรถไฟมาประมาณ 40 เมตรเป็นของการรถไฟ ดังนั้น เวลาประชาชนไปขอออกโฉนดที่ดินจึงให้การรถไฟมาชี้แนวเขตของการรถไฟ ซึ่งมีที่ดินหลายแปลงที่การรถไฟไปชี้แนวเขตว่าของตัวเองมีอยู่แค่ไหน ดังนั้น การออกโฉนดที่ดินหรือน.ส.3 ล้วนเป็นการรับรู้ของการรถไฟมาโดยตลอด และไม่เคยแสดงความคัดค้าน สิ่งที่ประหลาดต่อมาคือประชาชนไม่ว่าจะไปครอบครองที่ดินแปลงใดก็ตาม ถ้าเป็นที่ดินที่มีสิทธิ์จะครอบครองตามกฎหมายเขาก็แจ้งสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งเป็นสิทธิ์ของประชาชนเท่านั้น ย้ำว่า ราชการจะมาได้มาซึ่งที่ดินต้องได้มาตามช่องทางอื่น แต่หลังจากประกาศเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2497 กลับไปแจ้งสิทธิครอบครอง ซึ่งไม่มีหน่วยงานราชการไหนต้องไปแจ้งสิทธิครอบครองที่ดิน วันนี้ประชาชนจำนวนมากฟังไม่ชัดไม่เข้าใจ เรื่องกฎหมายใครโพสต์อะไรก็ว่าไปตามนั้น แชร์ต่อ ด่าต่างๆ นานา จึงขอยืนยันว่า ขอให้รอคำวินิจฉัยคำพิพากษาของศาลในส่วนของคดีแพ่งจนกว่าจะถึงที่สุด” นายศุภชัย กล่าว
นายศุภชัย ยังกล่าวถึงกรณีสัญญาที่ดินของนายชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา และสส.บุรีรัมย์ ที่ทำกับการรถไฟฯ ในปี 2513 นั้น ยืนยันว่าที่ดินแปลงนี้ไม่เกี่ยวกับที่ดิน 5,083 ไร่ ที่ดินส่วนนี้เป็นที่ใกล้เคียงกับบริเวณรางรถไฟที่โรงโม่หินของนายชัย ซึ่งใช้ประโยชน์ในการที่จะมากองหินเพื่อที่จะขนใส่ขบวนรถไฟ เพื่อบรรทุกไปดำเนินการก่อสร้างหรือซ่อมแซมของการรถไฟเส้นทางสายอีสาน
อย่างไรก็ตาม วันนี้มีคนพยายามผูกโยงว่านายชัยยอมรับว่าเป็นที่ของการรถไฟเฉพาะพื้นที่ที่ติดกับรางรถไฟ ซึ่งประชาชนทั่วไปก็ยอมรับ แต่ไม่ได้หมายความว่า 5,083 ไร่ จะเป็นที่ของการรถไฟทั้งหมดด้วยซึ่งไม่เกี่ยวกันเลย และทำให้ประชาชนเกิดความสับสนบอกว่าปู่ยอมรับแล้ว แต่หลานยังไม่ยอมรับ
“ตอนที่นายชัยขอเอกสารสิทธิ์ในส่วนของเฉพาะบ้านของนายชัย ผมเห็นหลักฐานการขอเอกสารสิทธิ์เมื่อปี 2551 ผมทำเรื่องนี้มานาน ซึ่งรฟท.เองก็ได้ชี้แนวเขตของตัวเองด้วย เรื่องเหล่านี้ทำให้เกิดความสับสนกับประชาชน โดยสื่อเองก็มีการดำเนินการอะไรบางอย่างที่ไปตัดต่อทำอินโฟนบางเรื่องโค้ดคำพูดสั้นๆ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่างๆ ก็ขอฝากตรงนี้ด้วย เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่มีผลก่อให้เกิดความปั่นป่วนอยู่ในสังคมตอนนี้ในหลายๆ เรื่อง”
นอกจากนี้ นายศุภชัย กล่าวอีกว่า ยังมีการกล่าวร้ายป้ายสีพรรคภูมิใจไทยจำนวนมาก และวันนี้ใครก็ตามที่แชร์ด้วยความไม่ฉลาดของตัวเอง ความรู้สึกเชื่อโดยสนิทใจแบบนั้นก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าตั้งใจมีเจตนาประสงค์ไม่ดีต่อพรรคหรือหัวหน้าพรรคก็ดี หรือใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับพรรค นับจากนี้เป็นต้นไป ผมจะดำเนินคดีทุกคดีกับผู้ที่มีเจตนาที่จะใส่ร้ายป้ายสีทำให้พรรคภูมิใจไทยเสียหาย แม้แต่สื่อมวลชนเองก็ตาม ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้สื่อมวลชนจำนวนมากจับกระแสบางส่วนนำไปบิดเบือนก่อให้เกิดความเสียหาย
นอกจากนั้น นายศุภชัย ได้มีการนำโทรศัพท์มือถือซึ่งมีการเปิดรายการข่าวของสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง เป็นการนำเสนอข่าว
ย้อนอดีตบุกจับเนวิน สะเทือนวงการเลือกตั้งไทย” พร้อมยืนยันว่านายเนวินไม่เคยถูกจับเรื่องทุจริตการเลือกตั้งในเหตุการณ์ครั้งนั้น ส่วนที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ออกมาเล่าว่าเคยจับนายเนวินอย่างไร อันนี้เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย และตนจะดำเนินคดี พร้อมกับแจ้งให้นายเนวินดำเนินคดี เพราะสิ่งเหล่านี้ถือเป็นการมักง่ายต่อคนอื่น และใช้เวทีของสื่อช่องหนึ่ง ซึ่งช่องนั้นไม่เคยศึกษาประวัติศาสตร์ ขึ้นตัวหนังสือเช่นนี้ ทั้งที่คดีนี้ไม่เคยบุกจับเนวิน เพราะฉะนั้น แม้ว่านายเนวินจะไม่เกี่ยวข้องกับพรรค และจะมอบหมายทนายความให้ดำเนินคดีต่อไป
“วันนี้ผมไม่ยอมแล้ว ใครที่โพสต์หรือ แชร์อะไรเสียหาย บางเรื่องผมก็อาจจะยอมได้ เอาภาพเท้ามาวางไว้ที่หน้าผม ไม่เป็นไร แต่หากเกินไปผมก็ไม่ยอม ถ้าท่านมีสติ ไม่รับจ้างใครมา และโง่โดยสุจริตสุจริตไม่เป็นไร แต่เมื่อท่านมีเจตนาผมไม่ยอมแล้ว จะดำเนินคดีทุกคดี วันนี้มีอยู่ 30-35 คดี ดังนั้นถ้าท่านทำอะไรผิดกฎหมาย ก็ต้องยอมรับในผลของการกระทำ พร้อมยืนยันว่าดำเนินคดีกับทุกคนรวมถึงสื่อด้วยไม่ว่าสื่อไหนก็ตาม” นายศุภชัย กล่าว...
แท็กที่เกี่ยวข้อง ศุภชัยใจสมุทร ,เนวินชิดชอบ ,คดีเขากระโดง ,พรรคภูมิใจไทย