เลือกตั้งและการเมือง
“คริส” แฉระบอบ “อากง” ชี้มีผู้ว่าฯ กทม.เงา คอยจัดการ และ “ปร.” อดีต ผอ.เขตเป็นมือขวาโกยผลประโยชน์ กทม.
4 ชั่วโมงที่แล้ว
125 views
นายคริส โปตานันท์ สส. พรรคเศรษฐกิจ ตั้งโต๊ะแถลง เปิดชาร์ตแฉระบอบอากง มือหลังบ้านเรียกรับผลประโยชน์ใน กทม. ยืนยันพูดความจริงไม่ใช่การดิสเครดิตทางการเมือง แต่มุ่งหวังให้เกิดการแก้ไขปัญหา โดยต้องยอมรับว่าการทุจริตใน กทม. ยังมีอยู่ แม้แต่นายชัชชาติ ก็พูดตรงกันว่า การทุจริตยังมี แต่สังคมไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ว่า กทม. ที่เชื่อว่าเป็นคนดี มีความสามารถอย่างนายชัชชาติ ยังทำให้ กทม. บริสุทธิ์ไม่ได้
อากงเปรียบเหมือนผู้ว่าฯ กทม. เงา งานทั้งหมดอากงจะเป็นคนจัดการโดยผู้ว่าชัชชาติเป็นคนลงนาม อากง เป็นข้าราชการการเมืองที่แต่งตั้งโดยผู้ว่าฯ กทม. อากง เป็นหนึ่งในจุฬา คอร์นเนกชันของนายชัชชาติ
อีกทั้ง ผู้ว่าฯ ยังแต่งตั้งชายปริศนาที่ตนขอเรียกว่า ปร. ซึ่งเป็นอดีต ผอ.เขต เป็นมือขวาอากง ดูแล 4 ฝ่าย ที่ทำเงิน ฝ่ายโยธา ฝ่ายเทศกิจ ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและฝ่ายรักษาความสะอาด ซึ่งค่าเก้าอี้ ผอ.เขต 4 ล้าน เป็นเรื่องที่ผู้ช่วยเขตของตำแหน่งผู้อำนวยการเขตมาร้องเรียนกับพรรคเศรษฐกิจว่าไม่เห็นด้วยที่แก๊งอากง เป็นผู้บริหารจัดการใน กทม. ทั้งหมด หากอยากขึ้นตำแหน่งผอ.เขต ให้ไปคุยที่ เซฟเฮาส์ ย่านสุทธิสาร โดยไม่ให้เอาโทรศัพท์เข้าไปในระหว่างการพูดคุย คนที่ไม่จ่ายเงินก็จะไม่ได้ขึ้นตำแหน่ง ผอ.เขต
ดังนั้นหากอยากรู้ว่ามีการจ่ายเงินค่าเก้าอี้จริงหรือไม่ ต้องไปถามกับ ผอ.เขต เช่น เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ดินแดง ทุ่งครุ วังทองหลาง จตุจักร พระนคร บางซื่อ ลาดพร้าว สะพานสูง ทวีวัฒนา จอมทอง บางเขน คลองเตย ปทุมวัน ราษฎร์บูรณะ
อย่างไรก็ตาม ผอ.เขต เงินเดือนไม่มาก ดังนั้น หากจะต้องการขึ้นตำแหน่ง ผอ.เขต ก็จะต้องเรียกเงินจากฝ่ายที่ทำเงินได้ เช่นฝ่ายรักษาความสะอาด ฝ่ายเทศกิจ ฝ่ายโยธา เป็นต้น ยกตัวอย่างการขายขายของบน ทางเท้าที่ปัจจุบันจะไม่สามารถขายได้แล้ว เพราะมีระเบียบห้ามขาย แต่ที่เห็นว่ามีการขายของบนทางเท้านั่นหมายความว่ามีการเรียกเก็บเงินจากผู้ค้า
การทุจริตในฝ่ายโยธาที่มีหน้าที่ในการออกใบอนุญาตในการต่อเติม-ก่อสร้างอาคาร ปัจจุบันมีการเปิดให้ยื่นใบขออนุญาตผ่านระบบออนไลน์ เพื่อไม่ให้ผู้ขอกับผู้อนุญาตต้องเจอกัน จนเกิดการเตะถ่วงดอง ไปขออนุญาตและต้องเข้าไปเคลียร์เองที่สำนักงานเขต แต่หากมีการขออนุญาตหรือให้นายจ้างของสำนักงานเขตเป็นผู้เขียนแบบให้ ผ่านทุกกรณี
นายคริส ชี้ว่า นายชัชชาติ ไม่สามารถปฏิเสธการรับผิดชอบได้ แม้จะอ้างว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเล็กๆ ทำกันเองตนเองไม่เกี่ยวก็ตาม คนที่ขึ้นมาเป็นผอ. เขตตอนนี้ทำเงินได้อย่างน้อยน้อย ปีละ10 ล้านบาท
ขณะเดียวกันเรื่องการทุจริตเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ช่วยเขต มีการร้องเรียนมาตั้งแต่ปี 2566 แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น และในคราวนั้นผู้ช่วยเขต ที่จะต้องขึ้นเป็น ผอ.เขต ก็เป็นผู้ร้องเรียน เหมือนครั้งนี้
นายคริส ย้ำว่าหากนายชัชชาติได้กลับมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. อีก ต้องขจัดระบอบอากง ออกจาก กทม. ให้ได้ พร้อมตั้งข้อสังเกต ว่านายชัชชาติเกรงใจใครหรือไม่ เพราะมีการแทรกแซง การแต่งตั้งโยกย้าย ผอ.เขต 16 คน จากระบอบอากง จนไม่เป็นไป ตามระเบียบการแต่งตั้ง ผอ.เขต มีความผิดปกติ โดยมีเป้าประสงค์ เพื่อเข้ามาการเลือกตั้ง หลังจากนายชัชชาติลาออก
ดังนั้น ระบอบ อากงไม่ใช่แค่ทุจริตแต่กล้าอยู่เหนือกฎหมาย บางคนมีคำสั่งให้ไปดำรงตำแหน่งที่สำนักปลัดกรุงเทพมหานครแล้ว แต่ยังทำหน้าที่เป็น ผอ.เขต หลังจากนั้นมีการแต่งตั้งบุคคลเหล่านั้นกลับมาทำหน้าที่ ผอ.เขตอื่นโดยให้เหตุผลว่ามีการแก้ไขระเบียบแล้ว
ขณะเดียวกัน ตอนนี้ประชาชนเดือดร้อนการทุจริตยังมีอยู่ จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะพูดเรื่องนี้เพื่อแก้ไขการทุจริตในกทม. เรื่องที่พูดไปทั้งหมดหวังว่าจะเป็นการถกเถียงในที่สาธารณะว่ามีจริงหรือไม่ ถ้าไม่มีจริงก็ขอให้บอกมา ก็จะเอาหลักฐานแต่ละเขตมาโชว์ ยืนยันว่านี่ไม่ใช่การหาเสียงแต่เป็นการพูดความจริงเพื่อพัฒนากรุงเทพมหานครให้ดีขึ้น หากวันนี้ระบบอากง ยังอยู่การทุจริตในสำนักงานเขตก็ยังอยู่เมื่อการทุจริตยังอยู่ประชาชนก็จะเดือดร้อนต่อไป
นายชัชชาติ จะถือตัวเองเป็นพระบริสุทธิ์คนเดียว โดยที่ระบอบอากง ผู้ว่าฯ เงายังอยู่คงใช่ ดังนั้นหากนายชัชชาติมีความจริงใจต้องจัดการ กับระบอบอากง
นายคริส เปิดเผยว่า ในยุคผู้ว่าฯ คนก่อน ก็มีกระบวนการลักษณะนี้ โดยหนึ่งในสส.ของพรรคเศรษฐกิจ ซึ่งเคยเป็น สก. มาก่อนเคยอภิปรายกระบวนการ แบบนี้ในสภา กทม.มาหลายครั้งแล้วแต่ไม่ได้รับการแก้ไข แต่ในช่วงตลอดสี่ปีที่ผ่านมา ปัญหานี้หนักขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น ต้องการให้นายชัชชาติมีความเด็ดขาดกว่านี้ในเรื่องของสำนักงานเขต พร้อมเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายการแสดงบัญชีทรัพย์สินตั้งแต่ระดับหัวหน้าฝ่าย จนไปถึงผอ.เขต
หลัง นายคริส แถลงข่าวแล้วเสร็จ พรรคเศรษฐกิจได้ให้พลตำรวจโท ชาญเทพ เสสะเวช ผู้สมัครผู้ว่า กทม. พรรค ตอบคำถาม ผู้สื่อข่าวว่า ถ้าเป็นผู้ว่าแล้วเจอปัญหาทุจริตใน กทม. จะแก้ไขอย่างไร ว่า ในเมื่อรู้แล้ว ว่ามีการทุจริต ก็ควรที่จะแก้ไขตรวจสอบ ไม่ใช่แต่งตั้ง และจะเสนอแก้กฎหมายอาญา ให้ผู้จ่ายสินบนไม่ต้องรับผิด เพื่อให้กล้าที่จะเปิดเผยข้อมูล รวมถึงแก้ระเบียบ กฎหมาย ปปช. ให้ข้าราชการแต่ระดับชำนาญการพิเศษต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ปปช จากเดิมที่ ผอ.เขต ไม่ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้
ส่วนจะสู้นายชัชชาติ ได้หรือไม่ ชนะหรือไม่ชนะ ไม่เป็นไร แต่นายชัชชาติเป็นคนสาธารณะเป็นอดีตผู้ว่า กทม. เมื่อมีเรื่องทุจริตก็ควรที่จะตรวจสอบ ถ้าผิดก็ควรที่ลงโทษ เอาผิดไล่ออก
ส่วนนโยบายของตนที่ประกาศจะไม่เก็บค่าขยะ กทม.สามารถทำได้ เพราะค่าเก็บขยะของกทม. 400 ล้าน แต่ต้องไปจ้างเอกชนทำลาย สูงถึง 7,000,000,000 ล้านบาท จึงไม่คุ้มค่า ขณะที่ ขยะ เป็นทองคำสามารถที่จะแปรรูปเป็นไฟฟ้าเป็นปุ๋ย เพื่มมูลค่าได้มากว่า
แท็กที่เกี่ยวข้อง