เลือกตั้งและการเมือง
“เพื่อไทย” ถอยปรับแก้ร่าง รธน. ที่มา สสร. “จุลพันธ์” ยันไม่กระทบสัมพันธ์ร่วมรัฐบาล หลังภูมิใจไทยถอนชื่อ
4 ชั่วโมงที่แล้ว
20 views
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยสส.พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยถอนชื่อออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ว่า ยอมรับว่ามีความเปลี่ยนแปลง ร่างของพรรคเพื่อไทยมีความพร้อมที่จะยื่นเข้าสู่การพิจารณา 100% มีการลงชื่อโดย 7 พรรคการเมือง แต่เมื่อสมาชิกส่วนหนึ่งมีมติพรรคว่า จะถอนชื่อออกจากร่างของพรรคเพื่อไทยด้วยความห่วงใยในบางประเด็น เราก็น้อมรับฟังด้วยความเคารพและเคารพสิทธิ์ของสมาชิกที่จะดำเนินการได้
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ซึ่งเป็นเรื่องปกติในสภาที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง เนื่องจากเป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน ยืนยันว่าไม่กระทบในเรื่องความสัมพันธ์ใดๆ การถอนชื่อของพรรคภูมิใจไทยออก ไม่ใช่มีแค่ 30 คน แต่หมายถึงการเดินหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในฉบับของพรรคเพื่อไทย เมื่อมีการถอนชื่อแบบนี้พรรคเพื่อไทย ต้องทำ 2 เรื่อง คือ
1.การพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยถึงเหตุผลและความจำเป็น แนวความคิดหรือข้อห่วงใย ในเรื่องความสุ่มเสี่ยงของตัวกฎหมายคืออะไรบ้าง และจะปรับแก้หรือเดินหน้าต่อไปอย่างไร
2.สมาชิกพรรคเพื่อไทย ต้องประชุมกันอีกครั้งในสัปดาห์หน้าเพื่อพูดคุยถึงร่าง แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่ามีข้อห่วงใยอย่างไร
อย่างไรก็ตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องมีความร่วมมือร่วมใจกัน เพราะกติกาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การลงมติ ต้องมีเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของรัฐสภา และจะต้องได้เสียงอย่างน้อย 1 ใน 3 ของ สว. เพราะฉะนั้น ไม่ใช่แค่ 30 คนแต่มีมากกว่านั้น ทั้งองคาพยพของพรรคภูมิใจไทย สมาชิกวุฒิสภา ที่มีความคิดเห็นเป็นไปในแนวทางใกล้เคียงกัน ฉะนั้นเราต้องพิจารณาตรงนี้ให้ถี่ถ้วน และต้องใช้เวลาอีกหลายวันข้างหน้าเพื่อพูดคุยกันภายในให้ตกผลึกว่าเราจะดำเนินการอย่างไร
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยไม่เสียหลักการใช่หรือไม่ เพราะหากดูร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของหลายพรรคการเมืองโดยเฉพาะประเด็นที่มา สสร. มีแค่ร่างของพรรคภูมิใจไทยเท่านั้นที่มีหลักการต่างจากพรรคอื่น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่เสียหลักการเราต้องเคารพเสียงประชาชน ต้องยอมรับความจริงว่าพรรคเพื่อไทยวันนี้มีแค่ 74 เสียง ไม่สามารถที่จะลงชื่อพรรคเดียวเพื่อผลักดันร่างของเราได้
ในส่วนของร่างหลักก็หนีไม่พ้นว่าพรรคภูมิใจไทยมีสมาชิกมากที่สุด สุดท้ายร่างของภูมิใจไทยก็คงต้องกลายเป็นร่างหลักในการพิจารณา ดังนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของหลักการแต่เป็นเรื่องของสมการทางการเมือง เมื่อมีจำนวนเท่านี้เราก็ต้องผลักดันไปตามที่เราได้รับความไว้วางใจจากประชาชน
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยประเมินแล้วใช่หรือไม่ ว่าถ้าฝืนส่งร่างนี้เข้าสภามีโอกาสปัดตกในวาระแรก นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่ทำงานหวังผล ตนรับตำแหน่งการทำงานในสภามาขับเคลื่อนเชิงประเด็น ว่าจะสามารถบรรลุแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้ รับภารกิจมาในส่วนของคณะรัฐมนตรีตามภารกิจก็ขับเคลื่อนในกระทรวงตามภารกิจเพื่อให้บรรลุนโยบาย เราต้องทำงานเพื่อที่จะเห็นเป้าหมายที่ชัดเจน เพราะสุดท้ายเราจะสามารถขับเคลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปสู่การบรรลุวัตถุประสงค์ที่จะมี สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่จะเป็นตัวแทนดำเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นประโยชน์สูงสุด และมีความเป็นประชาธิปไตยสูงสุด
วันนี้คงไม่ได้ยื่น แต่หลังจากนี้จะต้องมาทบทวนพูดคุยกันกับหลายฝ่าย สุดท้ายจะมีข้อสรุปอย่างไรก็มีกลไกในการทำงานอีกมาก เพื่อที่จะขับเคลื่อนแนวความคิดและบรรจุแนวความคิดของเราเข้าไป เพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นไปในสิ่งที่เราเชื่อมั่นว่าจะเป็นประชาธิปไตยที่สุด และจะสามารถแก้ไขปัญหาให้กับประเทศได้มากที่สุด
เมื่อถามว่า สสร.ควรมาจากการเลือกตั้งทางอ้อมหรือยึดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป๊ะ ๆ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป๊ะ ๆ ใครวินิจฉัยได้บ้าง เราไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะตอบว่าอะไรถูกอะไรผิด วันนี้สิ่งที่ต้องทำคือต้องทบทวนและขอเวลาไม่นานเพื่อให้ตกผลึกก่อน
เมื่อถามว่าเรื่องนี้ได้มีการพูดคุยกับแกนนำของพรรคภูมิใจไทยแล้วใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ก็ต้องคุยด้วย แต่ไม่ได้มีเรื่องของความขัดแย้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้บอกกับตนเองว่า พรรคภูมิใจไทยมีข้อห่วงใยเรื่องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเรื่องนี้เราทราบล่วงหน้าแล้วถึงมติของพรรคภูมิใจไทยว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เราต้องรับฟัง เพราะถ้า 190 กว่าเสียง ยังไงก็เป็นพรรคหลักในการขับเคลื่อนเรื่องของการแก้ไขกฎหมายต่างๆ
เมื่อถามว่าอาจจะต้องปรับแก้ที่มาของ สสร. เพื่อให้สอดรับกับร่างของภูมิใจไทยใช่หรือไม่ถึงจะทำให้ร่างของเพื่อไทยไปต่อได้ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่จำเป็นขนาดนั้น ให้เวลาเป็นตัวตอบดีกว่า ตนไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะตอบได้ ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบร่วมกันของสมาชิกพรรคเพื่อไทยก่อน
เมื่อถามว่าการถอนชื่อของพรรคภูมิใจไทยแบบนี้จะกระทบต่อการทำงานร่วมกันหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวย้ำว่า ไม่เลยเพราะไม่ใช่อยู่ ๆ ก็ถอนชื่อ และนายอนุทินได้แจ้งเรื่องนี้มาที่ตนเองก่อนแล้ว เพียงแต่ว่าเมื่อเหตุการณ์เดินมาถึงจุดนี้ก็ต้องกลับมาพูดคุยให้ชัดเจน
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยอาจจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเมื่อร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยแล้วอาจเสียหลักการของตัวเอง คล้อยตามพรรคแกนนำ นายจุลพันธ์ ยืนยันว่าไม่ใช่ ยังมีข้อคิดเห็นที่แตกต่างกันอยู่อีกหลายข้อ ที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นร่างของใครก็ตาม การแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายหลักของประเทศ ไม่สามารถเริ่มด้วยการขัดแย้ง ต้องพยายามทำสงวนจุดร่วมและหาจุดที่สามารถเดินหน้าร่วมกันได้ในการขับเคลื่อนการแก้ไข ถ้าเราเริ่มต้นด้วยการยืนประจัญหน้ากัน รับประกันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ สุดท้ายจะไปไม่ถึงฝั่งฝัน
นายจุลพันธ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมรับฟังทุกฝ่าย ความพยายามของพวกตนที่ผ่านมาร่างของพวกเราเชื่อมั่นว่าจะเป็นประโยชน์สูงสุด และเป็นประชาธิปไตยโดยที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่การเดินหน้าต้องรวบรวมเสียงของสมาชิกไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล เพราะเชื่อว่าความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่ายเท่านั้น จึงจะสามารถผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เกิดขึ้นได้จริง
แท็กที่เกี่ยวข้อง