เลือกตั้งและการเมือง

"ดร.โจ" ไม่เชื่อพรรคประชาชน มีไอโอ โต้ "แก้วตา" คน กทม. ฐานเสียงส้มปึ๊ก

2 ชั่วโมงที่แล้ว

11 views

2 มิ.ย. 2569 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกลยุทธ์เดือนสุดท้ายในการหาเสียงเลือกตั้ง กทม. ว่า การทำงานแบบเป็นทีมของพรรคประชาชนจะเป็นกลยุทธ์ เพราะวันนี้ไม่ได้มีผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หรือ ส.ก. เรายังมี สส. ด้วย ที่มาทำงานร่วมกันเรา มี สส.ใน กทม.ทุกเขตอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น เราจะมีการทำงานแบบแสดงพลังความสามัคคีแบบเป็นทีมของพรรคประชาชน

เมื่อถามว่าประเมินเก้าอี้ ส.ก. ที่จะได้เท่าไหร่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ตนคาดหวังว่าในฐานะที่เป็นผู้สมัครผู้ว่ากทม. ที่นำทีม ส.ก. 50 เขตลงสมัคร ก็คาดหวังให้ทุกคนได้เข้าไปในสภากทม. อยู่แล้ว ยังคาดหวังทุกคนอยู่

เมื่อถามว่าในพื้นที่ กทม. ยังมีบางส่วนที่เป็นบ้านใหญ่ เช่น แถบชานเมือง จะทำอย่างไร นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า เราจะใช้การทำงานที่เข้าถึงชุมชนมากขึ้น ที่ผ่านมาเรามีการเปิดรับสมัครอาสาส้ม ก็จะใช้เครือข่ายสมาชิกพรรคในการเข้าถึงระดับชุมชน ระดับครัวเรือน ระดับครอบครัวเป็นการเข้าถึงเชิงลึกมากขึ้นกว่าเดิม

เมื่อถามถึงกรณี น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม. พรรคประชาชน ที่ออกมาแฉว่าพรรคประชาชนมีไอโอปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร และมีมากขึ้นโดยเฉพาะช่วงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ก็ไม่ทราบว่าความหมายของไอโอที่เขาพูดถึงคืออะไร เรื่องนี้ก็อาจจะต้องมองดูข้อเท็จจริงมากกว่าใครพูดอะไร ข้อเท็จจริงต่างๆ เราน่าจะสามารถพิสูจน์ได้

“ผมไม่ได้เชื่อว่าจะมีไอโออะไรเหล่านั้น เพราะพรรคประชาชนเราทำการเมืองอย่างตรงไปตรงมา เรื่องนี้พรรคประชาชนสามารถชี้แจงได้” นายชัยวัฒน์ กล่าว

เมื่อถามว่าการที่ น.ส.ธิษะณา ออกมาในช่วงนี้ จะทำให้เสียเปรียบหรือไม่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า การเมืองมีการโจมตีกันอยู่ตลอดเวลา ถ้ามีการสร้างข่าวร้ายในลักษณะนี้ ย่อมมีผลต่อกระแสบ้าง แต่เราก็ยึดหลักความถูกต้องและการทำงานอย่างตรงไปตรงมาของพรรคประชาชนมาโดยตลอด ตนคิดว่าคน กทม. ที่เป็นฐานเสียงให้กับพรรคประชาชนในการเลือกตั้งมาตลอดตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปี 2569 มีวิจารณญาณที่จะสามารถ วิเคราะห์เรื่องเหล่านี้ได้

นอกจากนี้ นายชัยวัฒน์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัส ว่า เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบวันช็อต คือกระตุ้นแล้วหมดไป ไม่ได้เหลืออะไรไว้ แล้วไม่ได้สร้างโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่จะรองรับการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต ที่ผ่านมา เราเห็นการกระตุ้นในลักษณะนี้มาหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่สมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมถึงดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท มีการแจกคนละครึ่ง คนละครึ่งพลัส อะไรต่างๆ แต่อย่างที่เราเห็น เศรษฐกิจของประเทศไทยก็ยังโตต่ำ

เพราะฉะนั้น ตนคิดว่าการกระตุ้นระยะสั้นก็อาจจะจำเป็น แต่มันควรจะเป็นการกระตุ้นระยะสั้นที่ตรงเป้ามากกว่านี้ แต่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวของประเทศเป็นเรื่องสำคัญมากกว่า ว่าเราจะสร้างรายได้ให้คนไทยมีรายได้มากขึ้นได้อย่างไร การกระตุ้นโดยการเอาภาษี ซึ่งคือเงินของประชาชนมาแจกให้กับประชาชน มันไม่ได้ช่วยให้รายได้ของประชาชนและรายได้ของคนไทยเติบโตขึ้น เป็นสิ่งที่อยากจะฝากบอกรัฐบาลให้คิดถึงระยะยาว ว่าจะทำอย่างไรให้รายได้ของคนไทยเติบโตขึ้นอย่างยั่งยืนมากกว่า

คุณอาจสนใจ

Related News