เลือกตั้งและการเมือง

"ชัชชาติ" มองหลายนโยบาย "ดร.โจ" น่าสนใจ ยันพร้อมทำงานร่วมกัน

2 ชั่วโมงที่แล้ว

15 views

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครชิงผู้ว่าฯ กรุงเทพ ให้สัมภาษณ์กับสื่อ กล่าวว่า ระหว่างหาเสียงที่ได้เจอกับผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคประชาชนก็ไม่ได้มีอะไร ได้กล่าวให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ซึ่งส่วนตัวมองว่านโยบายของ ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตรก็มีหลายนโยบายที่น่าสนใจ ซึ่งไม่ได้มีอะไรเป็นการแข่งกันนำเสนอนโยบายที่ดีเพื่อประชาชนหากใครได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม. เราก็พร้อมที่จะช่วยหากมีการร้องขอมาและวันนี้ก็ได้พบกับผู้สมัคร สก.ของพรรคประชาชนด้วย ถ้าหากได้รับเลือก ก็พร้อมที่จะทำงานร่วมกันไม่ได้มีปัญหา ถือว่าเป็นบรรยากาศที่ดีไม่ได้ทะเลาะกันทำงานร่วมกันได้



ทั้งนี้ในช่วงหนึ่งเดือนระหว่างการหารเสียงมีแผนและตั้งใจว่าจะลงพื้นที่ให้ครบทุกเขตเพราะทุกเขตมีความหมายไม่น้อยมากต่างกันและการลงพื้นที่ถือเป็นเรื่องที่ดีเป็นการได้สัมผัสรับฟังปัญหาอย่างจริงจังไม่ใช่แค่ลงหาเสียงซึ่งในแต่ละจุดที่รับฟังปัญหาอาจนำไปสู่ การเพิ่มนโยบายที่ตอนนี้มีอยู่ 250 นโยบายแล้วและก็คาดว่าจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยเรื่อยโดยการลงพื้นที่อาจแบ่งกระจายให้กับทีม เพื่อได้ครอบคลุมทุกเขตทุกชุมชนโดยทุกตอนเย็นก็จะนำมารวบรวมกัน



นายชัชชาติ ยังเผยอีกว่า เขตสายไหมถือเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือที่มีลักษณะแตกต่างจากหลายเขต เนื่องจากเป็นพื้นที่ขยายตัวใหม่ มีขนาดใหญ่ และมีประชากรมากกว่า 215,000 คน ซึ่งนับเป็นหนึ่งในไม่กี่เขตของกรุงเทพมหานครที่มีประชากรเกิน 200,000 คน สะท้อนแนวโน้มการย้ายถิ่นฐานของประชาชนจากพื้นที่ใจกลางเมืองออกมาสู่พื้นที่รอบนอกมากขึ้น



แม้พื้นที่สายไหมจะมีโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่รองรับ ทั้งรถไฟฟ้าที่ขยายมาถึงคูคต ทางด่วนที่เชื่อมต่อถึงสุขาภิบาล 5 และจตุโชติ แต่ปัญหาสำคัญยังอยู่ที่ระบบคมนาคมเชื่อมต่อในระดับพื้นที่ หรือเส้นเลือดฝอยที่จะพาประชาชนเข้าสู่ระบบขนส่งหลักหรือ เส้นเลือดใหญ่ได้อย่างสะดวก จึงมีความจำเป็นต้องเร่งพัฒนาถนน ทางเชื่อม และโครงข่ายการเดินทางในชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงรถไฟฟ้าและระบบขนส่งสาธารณะได้สะดวกมากขึ้น



นอกจากนี้ ยังมีประเด็นด้านการบริการสาธารณะที่ต้องรองรับประชากรจำนวนมากในพื้นที่ โดยที่ผ่านมาได้มีการขยายบริการของกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเปิดโรงพยาบาลสายไหม การปรับปรุงศูนย์บริการสาธารณสุข การก่อสร้างสถานีดับเพลิงแห่งใหม่บริเวณคลองสอง การพัฒนาโครงข่ายถนน รวมถึงการจัดตั้งศูนย์บริการด่วนมหานคร เพื่อกระจายการให้บริการสู่ชุมชน ลดภาระการเดินทางของประชาชนที่ต้องติดต่อราชการที่สำนักงานเขต



สำหรับปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่สายไหม โดยเฉพาะบริเวณคลองสองและคลองหก นายชัชชาติกล่าวว่า กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการก่อสร้างเขื่อน ปรับปรุงระบบระบายน้ำ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนในพื้นที่



นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า สิ่งที่สะท้อนจากการลงพื้นที่คือประชาชนรับรู้ถึงประโยชน์จากการพัฒนาเส้นเลือดฝอย อย่างเป็นรูปธรรม เพราะเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันโดยตรง หากไม่มีโครงสร้างพื้นฐานและบริการระดับชุมชนที่เข้มแข็ง คุณภาพชีวิตของประชาชนก็จะไม่ดีขึ้น ดังนั้นแนวทางสำคัญในอนาคตคือการเสริมความแข็งแรงทั้งเส้นเลือดฝอยและเส้นเลือดใหญ่ควบคู่กัน



พร้อมกันนี้ นายชัชชาติเปิดเผยถึงการลงพื้นที่ตลาดยิ่งเจริญในช่วงเช้าว่า ได้รับกำลังใจจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่บอกว่าขอให้ “อย่าประมาท” ในการเลือกตั้ง โดยยอมรับว่าการเลือกตั้งไม่มีสิ่งใดแน่นอน จึงต้องทำงานให้หนักขึ้น พร้อมพัฒนานโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง



นอกจากนี้ ยังพบปัญหาของครอบครัวเด็กออทิสติกที่ประสบปัญหาการเข้าถึงการศึกษา จึงมีแนวคิดพัฒนาศูนย์การศึกษาและการดูแลเด็กพิเศษเพิ่มเติม เพื่อรองรับเด็กออทิสติกอีก 5,000 คน และผลักดันให้มีศูนย์การศึกษาเด็กพิเศษครอบคลุมทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร



ขณะเดียวกัน ยังมีนโยบายพัฒนาเครือข่ายผู้ดูแลผู้สูงอายุ หรือ Caregiver ในชุมชน เพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพให้ประชาชนและรองรับสังคมผู้สูงอายุที่กำลังขยายตัว



สำหรับปัญหาการเดินทางในพื้นที่สายไหม นายชัชชาติยอมรับว่า พื้นที่ดังกล่าวยังมีจำนวนรถโดยสารประจำทางไม่เพียงพอ แม้อำนาจหน้าที่ด้านรถโดยสารจะไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบโดยตรงของกรุงเทพมหานคร แต่สามารถดำเนินการในส่วนของระบบขนส่งเชื่อมต่อ หรือ Feeder รวมถึงการจัดพื้นที่จอดรถเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินทางเข้าสู่ระบบขนส่งหลักได้มากขึ้น



โดยปัจจุบัน กรุงเทพมหานครอยู่ระหว่างทดลองโครงการระบบขนส่งเชื่อมต่อในพื้นที่เขตทวีวัฒนา และอาจพิจารณาขยายผลมายังพื้นที่สายไหมในอนาคต ทั้งนี้จะต้องประเมินความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่ควบคู่กันไป เพื่อให้โครงข่ายการเดินทางระดับชุมชนสามารถเชื่อมต่อกับระบบขนส่งหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ



ส่วนกรณีสถานีขนถ่ายมูลฝอยสายไหม ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจ นายชัชชาติกล่าวว่า ปัญหาหลักของพื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่เรื่องกลิ่น แต่เป็นปัญหาน้ำเสียจากรถขนขยะที่อาจรั่วไหลบริเวณทางเข้าออกสถานีขนถ่ายขยะ โดยได้กำชับให้มีการตรวจสอบสภาพรถอย่างเข้มงวด พร้อมปรับปรุงการบริหารจัดการเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน



ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครเคยมีแนวคิดก่อสร้างโรงงานเตาเผาขยะขนาด 1,000 ตันต่อวันในพื้นที่สายไหม แต่เนื่องจากสภาพพื้นที่ปัจจุบันมีชุมชนและหมู่บ้านพักอาศัยรายล้อมจำนวนมาก จึงเห็นว่าไม่เหมาะสมและได้ชะลอโครงการออกไปก่อน ปัจจุบันพื้นที่สายไหมจึงทำหน้าที่เป็นเพียงจุดขนถ่ายขยะ ก่อนส่งต่อไปกำจัดยังพื้นที่อื่น โดยกรุงเทพมหานครมีศูนย์จัดการขยะหลัก 3 แห่ง ได้แก่ หนองแขม อ่อนนุช และสายไหม



จากนั้นนายชัชชาติ พร้อมคณะผู้ช่วยหาเสียง ได้ลงพื้นที่บ้านประชารัฐริมคลองชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่ โดยนายชัชชาติได้กล่าวถึงแนวคิดการจัดการน้ำเสียในชุมชน ผ่านการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียขนาดชุมชนก่อนปล่อยลงสู่ลำคลอง เพื่อช่วยลดภาระการขนส่งน้ำเสียไปยังระบบบำบัดส่วนกลาง เนื่องจากปริมาณน้ำเสียในพื้นที่มีไม่มากนัก จึงสามารถบริหารจัดการได้ภายในชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดต้นทุนในการดำเนินงาน



ขณะเดียวกัน ตัวแทนชุมชนได้สะท้อนความต้องการให้กรุงเทพมหานครสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ภายในชุมชน เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ซึ่งนายชัชชาติได้รับข้อเสนอดังกล่าวไว้พิจารณาเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ