เลือกตั้งและการเมือง
“ดร.มัลลิกา” ประกาศมั่นใจ 100% ชนะเลือกตั้ง ลั่นตนก็แข็งแกร่งไม่น้อยหน้าไปกว่าใคร
2 ชั่วโมงที่แล้ว
21 views
เวลา 07.55 น. ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เดินทางมาถึงยังศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) เพื่อมายื่นใบสมัครรับเลือกตั้งและจับหมายเลขหาเสียง โดยมีบรรดากองเชียร์ผู้ให้การสนับสนุนจำนวนมาก มายืนชูป้ายให้กำลังใจ พร้อมตะโกนส่งเสียงเชียร์ "ดร.มัลลิกา สู้ ๆ"
โดย ดร.มัลลิกา แต่งกายด้วยชุดสูทสีน้ำเงินกรมท่า ท่าทางยิ้มแย้มแจ่มใสมั่นใจเต็มเปี่ยม ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนก่อนเข้าไปในศาลาว่าการว่า ตนมีความมั่นใจ 100% ที่จะนำนโยบาย 12 ยุทธศาสตร์ มาทำงานทันที ซึ่งตนได้มีการประชุมเตรียมความพร้อมและวางแผนรองรับทำตามทุกนโยบายอย่างเต็มที่ ซึ่งการจับเบอร์ในวันนี้นั้น ตนตั้งใจอยากจะได้เบอร์ที่ประชาชนสามารถกาได้ง่ายและมั่นใจว่าจะได้รับชัยชนะ
ดร.มัลลิกา ยังได้เปิดเผยถึงสาเหตุที่ตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่า กทม. เนื่องจากปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ทำให้กรุงเทพมหานครนั้นกลายเป็นเมืองฝุ่นอันดับ 1 ของโลก และทำให้การพัฒนาไม่เท่าเทียมกับเมืองใหญ่ ๆ นั่นจึงทำให้ตนรู้สึกว่า ไม่ทนกับปัญหาเหล่านี้อีกต่อไปแล้ว
โดยได้ประกาศ 1 ในนโยบาย 12 ยุทธศาสตร์ที่จะเริ่มทำทันที นั่นก็คือการจัดการแก้ไขปัญหาฝุ่น โดยจะนำเทคโนโลยี AI และนวัตกรรมมาตรวจจับลดปัญหาฝุ่นละออง รวมถึงจะบูรณาการทำ MOU กับหน่วยงานราชการ ทั้งกรมฝนหลวงและกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งการบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานต่าง ๆ จะสามารถทำให้การแก้ไขปัญหาเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเห็นผลชัดเจน โดยที่ไม่ต้องรอ
ซึ่งตนไม่อยากจะให้ชาวกรุงเทพต้องสูดอากาศหายใจเป็นพิษอีก และคาดหวังอย่างให้ลูกหลานของเรามีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ใช่มาเสียคุณภาพชีวิตหรือใช้ชีวิตอย่างน่าลำบากแบบทุกวันนี้จากฝุ่นละออง เราต้องฟอกอากาศกรุงเทพ ซึ่งเราพร้อมที่จะสามารถทำได้อย่างทันที
นอกจากนี้ ในนโยบายยุทธศาสตร์ 12 ด้าน ยังมีด้านอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เช่น AI traffic แก้ปัญหาการจราจรด้วยเทคโนโลยี AI, AI radar ใช้เทคโนโลยี AI ในการคาดการณ์สภาพอากาศฟ้าฝนอย่างมีประสิทธิภาพ, นโยบายการให้กู้ยืมเงินธุรกิจรายย่อย หรือ SME จับคู่กู้เงิน เพื่อเป็นการฟื้นฟูเศรฟษฐกิจภาพรวม, นโยบายสร้างเมืองที่ปลอดภัย ไร้อาชญากรรม ทำให้กรุงเทพฯเป็นเมืองที่ปลอดภัย 24 ชั่วโมง ทุกคนสามารถใช้ชีวิตในช่วงกลางคืนได้อย่างปลอดภัย, นโยบายปราบทุนเทา, นโยบายจ้างงาน 2-3 แสนงาน เพื่อแก้ปัญหาว่างงานในกรุงเทพ ซึ่งเราจะร่วมมือกับหอการค้าและสภาอุตสาหกรรม, นโยบายยกระดับสถานีอนามัยกรุงเทพทั้ง 50 เขต เป็นโรงพยาบาลเพื่อให้บริการตรวจสุขภาพกับประชาชน, นโยบายขยายเมือง สร้าง Coffee cafe 50 เขตทั่วกรุงเทพ รวมทั้งนโยบายการแก้ปัญหาโลกร้อน สร้างพื้นที่สีเขียว ซึ่งจะบูรณาการทุกหน่วยงานอย่างจริงจัง
นโยบายทั้งหมดนี้ ตนยืนยันว่าจะทำได้อย่างทันที โดยใช้ประสบการณ์ที่ตนเคยทำงานมา 3 กระทรวง เคยทำงานให้กับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายท่าน รวมทั้งประสบการณ์เคยช่วยงาน ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ขณะเดียวกัน ตนก็มีทีมงานที่มีประสิทธิภาพที่ประชุมหารือปรับแผนการทำงานตลอดเวลา ทุกนโยบายสามารถทำได้เพียงแค่ 3 ขั้นตอนและเห็นผลได้จริง ทุกนโยบายครอบคลุมคนทุกเจนอย่างแน่นอน
ดังนั้น ประชาชนสามารถเชื่อมั่นได้อย่างแน่นอนว่า หากได้ตนมาเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะสามารถทำงานได้อย่างทันที อย่างว่องไว ไม่ต้องศึกษาดูงาน ไม่ต้องเรียนรู้ คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนจะดีขึ้นอย่างแน่นอน ถ้ามัวแต่รอ ประชาชนชาวกรุงเทพก็ถูกจะสูญเสียศักยภาพในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี
ทั้งนี้ ตนเองต้องขอขอบคุณทุกกำลังใจจากพี่น้องประชาชน รวมทั้งต้องขอขอบคุณทุกเสียงผลโพลที่สะท้อนออกมา ซึ่งถือว่าเป็นเสียงสะท้อนที่ตนต้องรับฟัง แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงมีเสียงของพี่น้องประชาชนบางส่วนที่ยังไม่ออกมา ดังนั้น ตนจึงยังไม่สามารถตัดสินตามผลโพลต่าง ๆ ได้ จึงใช้โอกาสนี้ที่จะทำงานและหาเสียงเพื่อให้ประชาชนเห็นความตั้งใจแน่วแน่ของตนว่าจะทำได้จริง สามารถเป็นผู้ว่าฯ ที่ทำได้เลยภายใน 4 ปี ไม่ต้องรอต่อวาระถึง 8 ปี
ดร.มัลลิกา ยังได้กล่าวถึงท้ายว่า ถ้าประชาชนอยากเห็นผู้ว่าราชการที่ทำงานได้อย่างว่องไว ทำได้ทันที สามารถหายใจอากาศบริสุทธิ์ได้ ก็ขอให้เลือกตน ตนมีความได้เปรียบเพราะมีประสบการณ์การทำงานที่สูง เคยร่วมงานมาแล้ว 3 รัฐบาล มีความแข็งแกร่งไม่น้อยหน้ากว่าใคร มีทีมเวิร์กที่ดี หาประชาชนได้ตนเป็นผู้ว่าฯ แล้ว จะไม่สูญเปล่าอย่างแน่นอน
หลังจากนั้น ดร.มัลลิกา ก็ได้เดินมายังบริเวณด้านหน้าพระรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ เพื่อถวายสักการะ โดยได้นั่งคุกเข่าและยกมือตั้งจิตอธิษฐานถวายสักการะ ก่อนที่จะเดินไปให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนตามซุ้มสื่อต่าง ๆ แล้วหลังจากนั้นก็จะเดินเข้าอาคารศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ต่อไป
ทั้งนี้ แม้ดร.มัลลิกา จะมาก่อนเวลา 08.30 น. แต่เอกสารไม่ครบ 1 คน ดังนั้นคนที่มาก่อนเวลา 08.30 น.จะเหลือ 13 คน ทำให้ดร.มัลลิกา จะได้หมายเลข 14 ไป
แท็กที่เกี่ยวข้อง