เลือกตั้งและการเมือง

“พิพัฒน์” สั่งตรวจสารเสพติดแบบปูพรม พนง.ขับรถ รฟท.-ขสมก.-บขส. พร้อมตรวจแอลกอฮอล์ทุกวัน

4 ชั่วโมงที่แล้ว

28 views

“พิพัฒน์” สั่งตรวจสารเสพติดแบบปูพรม พนง.ขับรถ รฟท.-ขสมก.-บขส. พร้อมตรวจแอลกอฮอล์ทุกวัน “รฟท. ” สั่งคนขับรถไฟ-พนักงานไม้กั้น ออกจากงานรอการสอบสวน เตรียมส่ง จนท.เสริมดูแลจุดเครื่องกั้น พร้อมเข้มงวดรถขนสินค้าเฉพาะในช่วงเวลา 22.00-04.00 น.

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึงผู้บริหารจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ร่วมแถลงข่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมระบุว่า เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น และนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้กระทรวงคมนาคมเร่งตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง รวมถึงวางแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก

ด้านมาตรการแก้ปัญหา กระทรวงคมนาคมเตรียมให้ รฟท. ศึกษาภายใน 3 เดือน ถึงความเป็นไปได้ในการลดหรือยกเลิกรถไฟที่วิ่งเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ผ่านจุดตัดถนนต่างระดับ โดยเฉพาะเส้นทางสายตะวันออก สายใต้ และสายตะวันตก ซึ่งรวมแล้วมีจุดตัดประมาณ 27 จุด

เบื้องต้นมีแนวคิดให้รถไฟจากสายตะวันออกสิ้นสุดที่สถานีลาดกระบัง ส่วนสายใต้ให้สิ้นสุดที่ตลิ่งชัน จากนั้นเชื่อมต่อการเดินทางด้วย ขสมก. รถไฟฟ้าสายสีแดง หรือ Airport Rail Link แทน

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมจะพิจารณามาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น การช่วยเหลือค่าโดยสารผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือนโยบายตั๋วร่วม เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับภาระเพิ่มขึ้น

และหากสามารถลดหรือยกเลิกการเดินรถไฟผ่านจุดตัดในกรุงเทพฯ ชั้นในได้ จะช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุได้ แต่หากผลศึกษายังไม่สามารถดำเนินการได้ภายใน 3 เดือน จะมีการหารือแนวทางเพิ่มเติมอีกครั้ง

นายพิพัฒน์ ยังชี้แจงประเด็นเรื่องใบอนุญาตของพนักงานขับรถไฟว่า ปัจจุบันมีทั้งใบอนุญาตที่ออกโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย และใบอนุญาตตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางราง ซึ่งกรณีนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการส่งเอกสารระหว่างหน่วยงาน ทำให้กรมรางยังออกใบอนุญาตอีกฉบับไม่แล้วเสร็จ

ขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคมได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงจำนวน 14 คน โดยมีรองปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน เพื่อเร่งตรวจสอบสาเหตุและข้อบกพร่องที่เกี่ยวข้อง

ส่วนความคืบหน้ารายละเอียดที่จะเยียวยาผู้เสียหาย นายสิริพงศ์ ระบุว่ากรณีการเยียวยาให้กับผู้ที่เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจำนวนเงินที่จะใช้ในการเยียวยามียอดเพิ่มมากขึ้นทุกวัน เนื่องจากนายกรัฐมนตรีสั่งการในระดมทุกภาคส่วน

สำหรับยอดเยียวยาในครั้งนี้ ยังไม่รวมกับยอดกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยของสำนักนายกฯรัฐมนตรี ซึ่งจะมีการเพิ่มเติมมา ในเบื้องต้นสำหรับผู้ที่เสียชีวิตจะได้รับเงินเยียวยา 2,390,000 บาท

ส่วนกรณีค่าปลงศพผู้เสียชีวิตสามารถเบิกจ่ายได้จริงทุกบาท และจะทำการจัดเงินสนับสนุนไปให้ โดยย้ำว่าจ่ายจริงตามที่ทายาทผู้จัดงานมีค่าใช่จ่าย ส่วนที่เหลือจะจ่ายให้เมื่อมีการจัดส่งรายชื่อผู้เป็นทายาทโดยธรรมให้เรียบร้อย

สำหรับกรณีที่ได้รับบาดเจ็บทั้งบาดเจ็บเล็กน้อยและบาดเจ็บสาหัสในเบื้องต้นเริ่มต้น 130,000 บาท ส่วนบาดเจ็บถึงขั้นที่ต้องผ่าตัดอยู่ที่ 1,000,000 บาท ขณะที่คนที่ยังได้รับการรักษาพยาบาลอยู่ในตอนนี้ทางกระทรวงจะดูแลค่าใช้จ่ายให้ ส่วนผู้บาดเจ็บที่กลับบ้านจะมีการติดต่อเพื่อให้เงินเยียวยา

ขณะที่นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ชี้แจงว่า พนักงานขับรถไฟของ รฟท. ต้องผ่านการปฏิบัติงานในตำแหน่งช่างเครื่องไม่น้อยกว่า 7 ปี ก่อนสอบเป็นพนักงานขับรถ รวมถึงต้องผ่านการตรวจสุขภาพและสารเสพติดตามมาตรฐาน

ปัจจุบัน รฟท.มีพนักงานขับรถประมาณ 911 คน จากกรอบอัตรา 1,200 คน และอยู่ระหว่างดำเนินการออกใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางราง โดยได้ส่งรายชื่อให้กรมการขนส่งทางรางแล้ว 591 ราย และคาดว่าจะดำเนินการรับรองครบภายในเดือนกรกฎาคมนี้

สำหรับเหตุการณ์อุบัติเหตุครั้งนี้ ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหากับพนักงานขับรถไฟและเจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องกั้นถนนแล้ว โดยผลตรวจเบื้องต้นพบสารแอมเฟตามีนและกัญชาในร่างกายพนักงานขับรถไฟ โดยได้สั่งย้ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกจากงานเดินรถชั่วคราวระหว่างสอบสวน

นอกจากนี้ รฟท.ยังเตรียมปรับแผนการเดินรถสินค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ให้เดินรถเฉพาะช่วงเวลา 22.00-04.00 น. เพื่อลดความเสี่ยงในช่วงการจราจรหนาแน่น รวมถึงเตรียมนำระบบอัตโนมัติ ATP มาเชื่อมการทำงานร่วมกับเครื่องกั้นถนนในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาพัฒนาอีกประมาณ 2-3 ปี

ด้านนายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุลผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ระบุว่า ขสมก. พร้อมให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบตามกรอบที่กระทรวงคมนาคมกำหนดไว้

เบื้องต้นได้ดำเนินมาตรการดูแลความปลอดภัยของพนักงานขับรถอย่างต่อเนื่อง ทั้งการตรวจวัดแอลกอฮอล์เป็นประจำทุกวัน และการตรวจสารเสพติดเป็นระยะ เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการปฏิบัติหน้าที่

นอกจากนี้ ยังได้ออกมาตรการระยะสั้นเพิ่มเติม โดยจัดส่งสายตรวจพิเศษและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ประจำจุดเสี่ยง โดยเฉพาะบริเวณที่รถโดยสารต้องผ่านหรือคร่อมทางรถไฟ เพื่อเพิ่มการกำกับดูแลและลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุซ้ำ

ส่วนการดูแลผู้ได้รับผลกระทบ ขสมก. ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการเขตทั้ง 8 เขต รวมถึงหัวหน้างานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เยี่ยมผู้บาดเจ็บและอำนวยความสะดวกให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีผู้บาดเจ็บพักรักษาตัวในโรงพยาบาลประมาณ 15 ราย และมี 2 รายที่สามารถกลับบ้านได้แล้ว ส่วนการดูแลงานศพและการเยียวยา กระทรวงคมนาคมจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยผู้อำนวยการ ขสมก. ย้ำว่า ขสมก. รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก และพร้อมให้ความร่วมมือในการดูแลผู้ได้รับผลกระทบทุกด้าน

ด้านนายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)กล่าวว่า แผนลดจุดตัดทางรถไฟระดับดินเป็นแผนเดิมที่เตรียมไว้ตั้งแต่ก่อนเปิดใช้รถไฟฟ้าสายสีแดงในปี 2564 โดยมีแนวคิดให้รถไฟทางไกลเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารที่สถานีชานเมือง เช่น บ้านภาชี ไปเปลี่ยนที่สถานีนครปฐม และลาดกระบัง เพื่อลดการเดินรถเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของกรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมเตรียมนำแผนดังกล่าวกลับมาศึกษาอีกครั้งอย่างจริงจัง เพื่อเร่งลดความเสี่ยงจากจุดตัดทางรถไฟในระยะยาว หลังเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา



คุณอาจสนใจ

Related News