เลือกตั้งและการเมือง

“พิพัฒน์” สั่งสอบข้อเท็จจริง 3 หน่วยงานสังกัดคมนาคม ปมติดโผรับสินบนสูงสุด

2 ชั่วโมงที่แล้ว

8 views

“พิพัฒน์” สั่งสอบข้อเท็จจริง 3 หน่วยงานคมนาคม ปมติดโผรับสินบนสูงสุด จ่อเรียก อธิบดี-ผู้บริหาร ชี้แจง ด้าน อธิบดีกรมเจ้าท่า ลั่นหากพบเจ้าหน้าที่ทุจริต โทษไล่ออกสถานเดียว

หลังจากวานนี้ คณะทำงาน Zero Corruption คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. เปิดเผยรายชื่อหน่วยงานรับที่เรียกรับสินบน ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งสอบข้อเท็จจริงทันที หลังหน่วยงานสังกัดกระทรวงคมนาคมติดโผสินบนถึง 3 หน่วยงาน

โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าถึงกรณีผลสำรวจของคณะทำงาน Zero Corruption คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่ระบุว่ากรมเจ้าท่า กรมทางหลวง ติดโผ 10 หน่วยงานรัฐที่รับสินบนสูงสุด ส่วนกรมการขนส่งทางบก ติด 1 ใน 10 หน่วยงานที่มีอัตราการเสนอสิ่งตอบแทนสูงสุด ว่า จะเชิญอธิบดี หรือ ผู้บริหารของแต่ละหน่วยงานเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงว่า มีมูลความจริงหรือไม่ และหากพบว่ามีข้อเท็จจริง ก็อาจมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามขั้นตอน

ขณะที่ นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวว่า สำหรับรายละเอียดข้อมูลที่ระบุว่ามีการเรียกรับเงินสูงถึงหลักแสนบาทนั้น ทางกรมฯ ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นประเด็นงานบริการด้านไหน เพราะในแต่ละปีกรมเจ้าท่ามีงานบริการมากกว่า 200,000 รายการ และเกี่ยวข้องกับสมาคมต่างๆ กว่า 8 สมาคม จึงต้องนำมาตรวจสอบดูว่าเป็นส่วนงานใด โดยเตรียมจะประสานไปยังคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. เพื่อขอรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับนำมาตรวจสอบให้ชัดเจนว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับงานบริการส่วนใด ก่อนพิจารณาแนวทางแก้ไขต่อไป

โดยยืนยันว่า จะดำเนินการเรื่องนี้ด้วยความโปร่งใส หากตรวจสอบพบว่ามีเจ้าหน้าที่กระทำผิดทุจริต จะมีโทษไล่ออกสถานเดียว ทั้งนี้ ปัจจุบันงานบริการของกรมฯ ประมาณ 80-90% ได้ปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งการยื่นคำร้องและการจ่ายเงินมานานแล้วกว่า 2-3 ปี โดยเฉพาะงานทะเบียนเรือที่เป็นระบบนำร่องใช้ทั่วประเทศ

ด้าน กรมสรรพสามิต ชี้แจงกรณีผลการสำรวจของ กกร. ว่า ได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว และได้เร่งตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยในทันที เพื่อให้เกิดความเข้าใจข้อมูลอย่างครบถ้วนและรอบด้าน

ทั้งนี้ กรมสรรพสามิตเห็นว่าผลการสำรวจดังกล่าว สะท้อนความคิดเห็นจากกลุ่มตัวอย่างผู้บริหารและตัวแทนภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการนำมาประกอบการพัฒนาการดำเนินงานของหน่วยงาน โดยเฉพาะการทบทวน และปรับปรุงกระบวนงานที่อาจมีความเสี่ยง รวมถึงยกระดับความโปร่งใสในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ และตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น

โดยยืนยันว่า กรมสรรพสามิตได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต โดยดำเนินมาตรการอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ทั้งในด้านวินัย การตรวจสอบภายใน และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการให้บริการและกำกับดูแล เพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เพิ่มความโปร่งใส และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและผู้ประกอบการ

คุณอาจสนใจ

Related News