เลือกตั้งและการเมือง

“พริษฐ์” ซัดรัฐบาลไม่จริงใจ ปัดตกร่างแก้รัฐธรรมนูญไม่ฟังเสียงประชาชนจากประชามติ

3 ชั่วโมงที่แล้ว

9 views

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายถึงการให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่างพ.ร.บ.ที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบ และยังดำเนินการไม่แลวเสร็จตามมาตรา 147วรรคสองของรัฐธรรมนูญ ว่า ตั้งข้อสังเกตถึงร่างกฎหมายที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ได้มีมติยืนยัน ต่อรัฐสภาคือ เรื่องรัฐธรรมนูญ ทั้งที่เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ผลประชามติชัดว่าเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ เห็นตรงกันว่า รัฐธรรมนูญฉบับปี 60 นั้นมีปัญหาที่จะแก้ไขเพียงบางมาตราไม่เพียงพอ แต่จำเป็นต้องมีการจัดทำฉบับใหม่ และนับตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.เป็นต้นมาตนคิดว่าสังคมได้เห็นถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญปี60 ชัดขึ้น ไปกว่าเดิมอีก เราเห็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รายงานผลล่าช้าคะแนนผิดพลาดสอดไส้บาร์โค้ดเข้าไปในบัตรเลือกตั้ง แต่ประชาชนทำอะไรไม่ได้ เราเห็นสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ใช้วาระของการครบรอบ 1 ปีที่ตึกถล่ม โดยการออกมิวสิควิดีโอแทนที่จะแสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มรูปธรรม เราเห็นประธานสภาฯ ท่าก่อนปัดตกข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับคลิปหลุดระหว่างประธานสภาฯคนก่อนกับกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เราเห็นของ ป.ป.ช. ออกแถลงการณ์เสมือนกับเป็นการฟอกขาวให้กับอดีตรัฐมนตรีในคดีซุกหุ้น และเราก็เห็น กกต.ขยับเข้าใกล้การเป่าคดี ให้กับนายกฯและสมาชิกอีกหลายคนในกรณีการฮั้วสว.ปัญหาของประเทศรุนแรงขนาดนี้เสียงของประชาชนชัดเจนขนาดนี้ แต่รัฐบาลกลับทำตัวนิ่งเฉยปฏิเสธความรับผิดชอบ แล้วบอกว่าเรื่องรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องของรัฐสภา



นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ตนทราบดีว่าในเชิงขั้นตอนทางกฎหมาย อย่างไรก็ตามการแก้ไขมาตรา 256 เพื่อเพิ่มกลไกในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างไรก็ต้องดำเนินการที่รัฐสภาแห่งนี้ แต่จะบอกว่าครม.ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้เลยก็คงจะไม่ใช่ เพราะ ครม.มี2ทางเลือกคือ1.มีมติก่อนวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อนำเอาสองร่างที่ผ่านวาระหนึ่งไปแล้ว กลับมานำเสนอให้รัฐสภามีมติยืนยันในวันนี้ และ2.ออกมาประกาศชัดว่าไม่เห็นด้วยเพราะอะไร และครม.จะเสนอร่างรัฐธรรมนูญในนาม ครม.เข้ามาสภาเมื่อไหร่ แต่ปัญหาคือครม.ไม่เลือกสักทาง จะยืนยันร่างเดิมก็ไม่ทำแล้วปล่อยให้ตกไปโดยไม่มีคำอธิบายอย่างสมเหตุสมผล จะเสนอร่างใหม่เข้ามาในนาม คครม.ก็ไม่มีความชัดเจนแม้แต่คำแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก็ไม่พูดถึงเรื่องนี้แม้แต่ประโยคเดียว



“ผมตั้งใจฟังข้ออ้างต่างๆ ที่ตัวแทนรัฐบาล และนายกฯหยิบยกขึ้นมาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ยอมรับตามตรงว่าฟังไม่ขึ้นแม้แต่ข้อเดียวโด นายกฯบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของสภาไม่เกี่ยวครม. ผมก็งงว่าท่าทีของสภาแห่งนี้จะไม่เกี่ยวกับท่าทีของครม. ได้อย่างไรในเมื่อมี ส.ส.รัฐบาล 300 กับคนที่มาจากพรรคที่รวมอยู่ใน ครม.ยังไม่นับ สว.อีก 160กว่าคน ที่เขาว่ากันว่าได้รับอิทธิพลทางความคิดจากนายกฯ ไม่น้อย ส่วนข้ออ้างที่สมาชิกจากรัฐบาลบอกว่า รัฐบาลจะขยับเรื่องนี้แน่แต่ขอเป็นช่วงท้ายของรัฐบาลได้หรือไม่ผมขอถามท่านประธานกลับไปว่าท่านรู้ได้อย่างไรว่าตอนนี้ไม่ได้อยู่ในช่วงท้ายของรัฐบาลผมไม่ใช่นอตตาดามูส แต่ผมรู้ว่ารัฐบาลไหนที่ฉวยโอกาสความเดือดร้อนของประชาชน โดยปล่อยให้มีคนรวยจากการกักตุนน้ำมัน ผมเชื่อว่าอยู่ในอำนาจได้ไม่นาน”



นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนข้ออ้างจากรัฐมนตรีบางคนและสส.รัฐบาลบางคนว่ายังขยับเรื่องแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้เพราะต้อง แก้ปัญหาปากท้องก่อนต้นก็เพิ่งรู้วันนี้ว่าตกลงแล้วประเทศเรามีรัฐบาลที่ทำมากกว่าหนึ่งเรื่องไม่ได้ หากจะอ้างปากท้องประชาชน ตนคงไม่ใช้เวทีวันนี้มาอภิปรายว่าการที่รัฐบาลเอาเงินเยียวยาของประชาชนเป็นตัวประกันเพื่อยักษ์ไส้สอดไส้โครงการพลังงาน 200,000 ล้านบาทเข้าไปในพอร์ตแล้วก็ฉบับเดียวกันเพื่อหลีกหนีการตรวจสอบของสภาเป็นแนวทางที่เอาปากท้องของประชาชนมาเป็นตัวตั้งได้อย่างไรตนเชื่อว่าข้ออ้างเหล่านี้ทางรัฐบาลก็ รู้ดีว่าฟังไม่ขึ้น เพราะพอสังคมไม่ซื้อข้ออ้างเหล่านี้รัฐมนตรีก็แก้เก้อ โดยการบอกว่า แม้รัฐบาลไม่เสนอร่าง แต่พรรคภูมิใจไทยจะมีการประชุมในสัปดาห์หน้าเพื่อเคาะและเสนอร่างเข้ามาที่รัฐสภา ซึ่งตนต้องไปจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าร่างนั้นมีเนื้อหาอย่างไรมีข้อเสนอเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีความพยายามที่จะให้เกิดการกินรวบเนื้อหาของฉบับใหม่หรือไม่



นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า ตนเกิดข้อสงสัยในหัวว่า หากเรายึดตรรกะของรัฐบาลว่ายังขยับเรื่องรัฐธรรมนูญไม่ได้ เพราะต้องแก้ปัญหาปากท้องก่อน หมายความว่าตอนนี้สส.ของพรรคภูมิใจไทยไม่สนใจเรื่องปากท้องแล้วหรือ ดังนั้นการแก้เก้อเมื่อวานตนไม่คิดว่าจะไปหักล้างความรู้สึกของพี่น้องประชาชนว่าการกระทำของรัฐบาลที่ผ่านมา ไม่ได้แสดงออกถึงความจริงใจในการเดินหน้ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาถึงวันนี้ ตนได้ข้อสรุปว่าเหตุผลที่รัฐบาลไม่จริงใจเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ใช่เพราะรัฐบาลต้องการไปแก้ปัญหาปากท้องก่อน แต่เหตุผลที่แท้จริงก็เป็นเพราะว่านายกฯ รัฐบาล และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญ 60 ที่เป็นปุ๋ยชั้นดี และแหล่งบ่มเพาะ ระบบตั๋วสีน้ำเงิน ที่เป็นปัญหาการเมืองไทยในปัจจุบัน



“เป็นเพราะนายกฯได้ประโยชน์จากกติกาให้ที่มาของสว.ไม่ได้มาจากประชาชน และเปิดช่องให้มีการฮั้วสว. เป็นเพราะนายกฯได้ประโยชน์จากกกต. ที่ไม่ว่าจะจัดเลือกตั้งแย่แค่ไหน จะเป่าคดีนายกฯหรือไม่อย่างไรประชาชนก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะนายกฯ ได้ประโยชน์จาก ป.ป.ช. ที่ต่อให้นายกฯมีคดีก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะมี ป.ป.ช.ที่พร้อมออกมาปกป้อง และรู้ดีว่าฝ่ายค้าน จะทำอะไรป.ป.ช.ก็ยาก เพราะเรื่องร้องเรียนจะไปไม่ถึงศาลหากไม่ได้รับการอนุญาตจากท่านประธานรัฐสภา รวมถึงกรณีที่ ครม.ปล่อยให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับเดิมตกไป ผมเห็นว่าหากรัฐบาลไม่สามารถพิสูจน์ให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัยได้ ว่าพร้อมทำตามคำสั่งประชาชน ทำรัฐธรรมนูญใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วม ประชาชนอดสงสัยไม่ได้ว่า หารัฐบาลไม่ฟังคำสั่งประชาชนแล้วรัฐบาลฟังคำสั่งใคร”

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ