เลือกตั้งและการเมือง
“โรม” ขู่ฟ้องเอาผิด “รมว.ยุติรรม” หากรู้แต่ไม่ดำเนินการปม “ฮุน โต” เจ้าตัวแจงยิบกัมพูชาไม่ให้ความร่วมมือ
3 ชั่วโมงที่แล้ว
18 views
“รังสิมันต์ โรม” สส.พรรคประชาชน ขู่กลางสภา ฟ้อง ม.157 หาก “รมว.ยุติรรม” รู้ว่า “ฮุน โต” เป็นเจ้าของฮุ่ยวันเพย์ แต่ไม่ดำเนินการ ด้าน “รุทธพล” แจงยิบ กัมพูชาไม่ให้ความร่วมมือ ต้องมีข้อมูลรองรับถึงจะเอามาเปิดเผยในสภาได้ เผย ประสานออกหมายแดงจับ “ยิม เลียก-ภรรยา และ เบน สมิธ -ภรรยา” แล้ว
การประชุมสภา ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณาวาระกระทู้ถามทั่วไป โดยนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ถามนายกรัฐมนตรี เรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์ และการฟอกเงินของเครือข่ายบริษัทฮุ่ยวัน โดยพล.ต.ท. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มาตอบคำถามแทนนายกรัฐมนตรี
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า จากผังของตำรวจสอบสวนกลางเกี่ยวกับการสืบสวน ผังการฟอกเงิน หรือ สกายฟอล โดยบริษัท ฮุ่ยวัน เพย์ (Huione Pay) มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับทุนเทาในกองทุน CAI สิ่งที่ตนอยากได้คำตอบ คือ ตกลงแล้วความคืบหน้าของคดีความนายเบน สมิธ ที่ปัจจุบันมีการออกหมายจับไปแล้ว ได้มีการออกหมายแดง หรือขอ Silver Notice เพื่อจะนำไปสู่การสืบต่อไปจากอินเตอร์โพลหรือไม่ และจะมีการขยายผลไปถึงนักการเมือง เครือข่ายทางการเมืองที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งมีอดีตรัฐมนตรี ปัจจุบันเป็นสส. บางคนเป็นอดีตนายกฯ ท่านจะมีการขยายผลในคดีนี้ต่อไปอย่างไร
พล.ต.ท.รุทธพล ชี้แจงว่า ความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับเครือข่ายนายเบนสมิธ และ ฮุ่ยวัน เพย์ คดีดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับนายยิม เลียก มีพยานหลักฐานยืนยันว่าเป็นเครือข่ายเดียวกัน ซึ่งการปราบปรามสแกมเมอร์ มี2 ส่วนในการดำเนินการ คือ คดีอาญาและการยึดทรัพย์ ซึ่งการดำเนินคดีอาญามี 3 คดี คือ1.มีการออกหมายจับเครือข่ายนายยิม เลียก และ ภรรยา พร้อมพวก 42 คน จับกุมผู้ต้องหา 30 คน คดีนี้ได้ส่งฟ้องต่ออัยการพิเศษ แต่นายยิม เลียก และภรรยาหลบหนี ขณะเดียวกันได้ประสานอินเตอร์โพลออกหมายแดงต่อ 2.คดีนายเบน สมิธ และภรรยา คดีฉ้อโกง หลอกลวงลงทุน 900 ล้านบาท ปอศ. ออกหมายจับและประสานอินเตอร์โพล เพื่อออกหมายเลขประกาศจับกุมต่อไป และ3.คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)ร้องทุกข์ 5 คน มี นายยิม เลียก -นางวิรินยา ยิมจ์-นายเบน สมิธ-น.ส.แคทธารียา บีเวอร์ -นางสุภารัตน์ สง่าเมือง ในความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน โดยได้พยานหลักฐานค่อนข้างมาก จึงต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจน เพื่อส่งฟ้องสำนวนไปยังอัยการและศาล
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวต่อว่า การยึดอายัดทรัพย์ที่กระทำผิดมูลฐาน 2 ครั้ง ครั้งแรก ปปง. มีคำสั่งยึดทรัพย์สินของนายยิม เลียก และภรรยา นายเบน สมิธ และภรรยา พร้อมพวก 68 รายการเป็นจำนวนเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท และครั้งที่สองศาลได้สั่งยึดอายัดไว้ 34 รายการมูลค่า 8.2 พันล้านบาท โดยปปง.ได้ดำเนินการยึดทรัพย์ทั้งสิ้น 103 รายการเป็นเงิน 2 หมื่นล้านบาทเสร็จแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาแต่ละขั้นตอน หากเสร็จสิ้นจะประกาศในราชกิจจาเพื่อให้ผู้เสียหายยื่นคำร้อง ขอคุ้มครองสิทธิ์ต่อไป
พล.ต.ท.รุทธพล ชี้แจงต่อว่า การดำเนินการกับบริษัทอุ่ยวันเพย์ เป็นการดำเนินการของ ปอท. มี 3 หน่วยงานร่วมดำเนินการ ข้อมูลจะต้องมีการรวบรวมจากกองปราบปราม-ปอศ.-ปอท. แต่เห็นว่าในคดีที่ประชาชนให้ความสนใจควรดำเนินการในรูปแบบคณะกรรมการ เพราะการติดตามผลคืบหน้าจะได้มีความชัดเจน และขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง โดยคดีของ ฮุ่ยวันเพย์ มีการจับกุม หลังจากผู้เสียหายอายุ 75 ปี ได้แจ้งความต่อ ปอท. เบื้องต้นได้ยึดทรัพย์กลุ่มผู้ต้องหา จำนวน 46 ล้านบาท ปัจจุบันพนักงานสืบสวนมีความเห็นสมควรส่งฟ้องได้ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการแล้ว คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญา
“ข้อจำกัดในคดีนี้คือประเทศกัมพูชา ไม่ให้ความร่วมมือในการส่งข้อมูลรายละเอียดผู้ถือหุ้นของฮุ่ยวันเพย์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ประเทศกัมพูชา ให้กับทางปอท.จึงเป็นเหตุไม่สามารถติดตามในรายละเอียดได้เท่าที่ควร เราสามารถดำเนินการได้เท่าที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย“
ทั้งนี้นายรังสิมันต์ ถามว่า ผ่านไปแล้ว9 เดือนยังไม่มีความคืบหน้า ในการขยายผลเกี่ยวกับเครือข่ายฮุ่ยวันเพย์ เพื่ออายัดทรัพย์เอามาคืนให้กับผู้เสียหาย และตอนนี้มีรายงานข่าวออกมาแล้วว่าฮุ่ยวันเพย์ ที่ตั้งอยู่ในกัมพูชา ปิดตัวแล้ว ทรัพย์สินมีการแยกย้ายถ่ายโอนแล้ว ถ้าเรายังทำงานช้าแบบนี้จะเอาเงินมาคืนให้กับประชาชนได้อย่างไร ข้อมูลที่ชี้แจงมาไม่มีอะไรใหม่เลย ทั้งที่คาดหวังว่ารัฐมนตรีจะตอบให้ตรงประเด็นกว่านี้ว่ามีการขยายผลกับฮุ่ยวันเพย์อย่างไร
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ส่วนหมายแดงอินเตอร์โพล์จับนายยิม เลียก และภรรยา กับนายเบน สมิธ และภรรยา เคยได้รับคำตอบตั้งแต่ก่อนยุบสภา จนถึงปัจจุบันนี้ยังเป็นคำตอบเดิม ตกลงอาชญากรเราไม่จำเป็นต้องเอาจริงเอาจังในการทำงานเชิงรุกจริงหรือ สิ่งที่สภาแห่งนี้ควรจะได้รับคำชี้แจงจากท่านคือตกลงแล้วไม่ใช่แค่การประสานงาน แต่ออกหมายแดงได้แล้วหรือยัง และต้องการทราบกรณี ฮุ่ยวันเพย์ ไม่ต้องดูหรือว่าใครเกี่ยวข้องหรือเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มนี้
“การอ้างว่านายฮุน โต หลานสมเด็จฮุนเซน ออกมายอมรับว่าเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทนี้ จนถึงวันนี้มีการออกหมายจับหรือดำเนินคดีหรือไม่ หรือตามข้อมูลที่ชี้แจงอาจจะเป็นแค่ตัวเล็กตัวน้อย ตกลงแล้วจะมีการออกหมายจับ นายฮุน โต และออกหมายแดงจับด้วยหรือไม่ หรือการทำลายเครือข่ายสีเทา หรือนักการเมืองสีเทาที่บางคนยังอยู่ในสภาแห่งนี้ บางคนอยู่นอกสภา”
พล.ต.ท.รุทธพล ชี้แจงว่า เรื่องการดำเนินการกับแพลตฟอร์มฮุ่ยวันเพย์ สอท. ได้ตรวจพบบริษัทที่ทำธุรกรรมกับฮุ่ยวันเพย์ถูกแจ้งความดำเนินคดีกว่า 70 คดี ซึ่งมีความเสียหาย 193 ล้านบาท และได้ตรวจค้น5จุดในจังหวัดสมุทรปราการจับผู้ต้องหาได้ 1 คน และจะได้สืบสวนต่อไป ซึ่งการดำเนินการต้องเป็นไปตามพยานหลักฐาน ให้ชัดเจนก่อนที่จะนำขึ้นสู่ศาล ไม่สามารถนำมาจากแชทGTPได้
“ส่วน นายฮุน โต ที่เป็นผู้ถือหุ้น โดยหลักฐานรายละเอียดที่จะนำมาพูดในสภาได้ ต้องมีข้อมูลที่ยืนยันรองรับได้ และการทลายเครือข่ายที่เกี่ยวข้องหรือนักการเมืองไทย ยืนยันว่าทางรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีได้ตั้งคณะกรรมการ เรื่องการปราบปรามในเรื่องนี้ และตั้งคณะอนุกรรมการ 3 ชุดขึ้นมาดำเนินการ แล้วจะประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาขอข้อมูลจากสมาชิก เพื่อผลประโยชน์ของชาติต่อไปและจะติดตามหมายอินเตอร์โพล”
ทั้งนี้นายรังสิมันต์ กล่าวทิ้งท้ายว่า พร้อมให้ข้อมูล หรือพรุ่งนี้ (15 พ.ค.) ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาที่รัฐสภา ตนพร้อมนำข้อมูลพยานหลักฐานมาให้ ยืนยันไม่กั๊กข้อมูล พร้อมให้ความร่วมมือ และกังวลว่ารัฐมนตรีรับทราบว่านายฮุน โต เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทฮุ่ยวันเพย์ แต่ไม่ดำเนินการเอาผิดอาจจะกลายเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งหากรัฐมนตรีรู้แต่ไม่ทำ ตนก็พร้อมที่จะเอาจริงกับเรื่องนี้แน่นอน
แท็กที่เกี่ยวข้อง รังสิมันต์โรม ,รุทธพล ,ฮุนโต