เลือกตั้งและการเมือง

“อนุทิน” เผยคุย “ฮุน มาเนต” แจ้งยกเลิก MOU44 ไม่มีเรื่องเปิดด่าน ยันคำนึงผลประโยชน์ชาติ-ปชช.

1 ชั่วโมงที่แล้ว

24 views

“อนุทิน” ร่ายยาวซัดโซเชียลประโคมข่าวเท็จ สร้างความเกลียดชัง-แตกแยก เผยคุย “ฮุน มาเนต” แจ้งยกเลิก MOU44 ต่อหน้า ยันชัดไม่มีเรื่องเปิดด่าน ย้ำเกาะกูดเป็นของไทย ขอมั่นใจนายกฯ คนนี้ คำนึงผลประโยชน์ชาติ-ประชาชน

เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 8 พ.ค.69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ในช่วงระหว่างเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ณ ประเทศฟิลิปปินส์ระหว่างวันที่ 7-9 พ.ค.69 โดยมีข้อความระบุว่า “โดยปกติตนเป็นคนที่ทำงานใดๆ แล้วไม่ประสงค์ที่จะต้องออกมาประโคมข่าวหรือสร้างความสำคัญให้กับตัวเอง เพราะหน้าที่ในการเป็นนายกรัฐมนตรีก็คือต้องทำทุกอย่าง ทุกเรื่อง ทำยังไงก็ได้ที่ก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อประเทศไทยและพี่น้องประชาชนของผม

ผมเดินทางมาร่วมประชุมผู้นำของอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ในขณะนี้และประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ซึ่งทำหน้าที่ประธานของที่ประชุมต้องการให้เกิดบรรยากาศการประชุมที่ดี จึงได้นัดให้ผมได้พบกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาก่อนการเปิดประชุมเพื่อลดความตึงเครียดเมื่อเย็นวานนี้ (7 พ.ค.) และไหนๆ ก็ได้พบกันแบบตัวเป็นๆ แล้วผมจึงใช้โอกาสนี้แจ้งนายกรัฐมนตรีกัมพูชาโดยตรงเลยว่า รัฐบาลไทยได้ตัดสินใจยกเลิก MOU44 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

และนายกรัฐมนตรีกัมพูชาก็ได้รับทราบ พร้อมกับกล่าวว่าท่านผิดหวังต่อการที่รัฐบาลไทยได้ตัดสินใจเช่นนี้ รัฐบาลกัมพูชาก็จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหันไปใช้แนวทางและกระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ของอนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายทางทะเลหรือ UNCLOS ในการที่จะดำเนินการเรื่องข้อตกลงทางสิทธิประโยชน์ทางทะเลต่อไป ซึ่งการยึดถือหลักปฏิบัติตามอนุสัญญาดังกล่าวก็เป็นไปตามความต้องการของรัฐบาลไทยเพราะจากนี้ไป หากมีการพูดคุยใดๆ ทั้งสองประเทศก็จะยึดถือหลักการและข้อกำหนดเดียวกันเนื่องจากกัมพูชาก็พึ่งให้สัตยาบันเข้าเป็นภาคีของอนุสัญญานี้เมื่อต้นปี 2569 ที่ผ่านมา”

นายอนุทิน ระบุอีกว่า “สำหรับตนการได้แจ้งให้กัมพูชาได้รับทราบเรื่องการประกาศยกเลิก MOU 44 ของรัฐบาลไทยในการพบกันครั้งนี้ สามารถถือเป็นที่ประจักษ์ได้เลยว่า กัมพูชาได้รับทราบการตัดสินใจของฝ่ายไทยอย่างเป็นทางการแล้ว และนอกเหนือจากนั้น กัมพูชายังได้แจ้งให้ฝ่ายไทยได้รับทราบถึงแนวทางการดำเนินการจากนี้ต่อไปของเขาด้วย และยังได้ประกาศในที่ประชุมใหญ่ของผู้นำชาติอาเซียนด้วย เป็นอันสิ้นสงสัยว่ากัมพูชาจะยอมรับการยกเลิก MOU 44 จากไทยหรือไม่

หากไม่ได้มีการพบกันในครั้งนี้ รัฐบาลไทยก็จะต้องทำการแจ้งเป็นหนังสือไปยังรัฐบาลกัมพูชา และกว่าจะจบกระบวนการได้ก็คงใช้เวลาอีกไม่น้อยกว่าครึ่งปี เมื่อไม่มี MOU 44 แล้ว ก็จะไม่มีเส้นที่ลากผ่านเกาะกูดให้เป็นที่เคลือบแคลงหรือกังวลต่อไปอีก พี่น้องประชาชนของตนสบายใจได้เลยว่า #เกาะกูดเป็นของประเทศไทย”

นายอนุทิน ระบุต่อว่า “ส่วนประเด็นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปักปันเขตแดน การเจรจาในระดับคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) และ คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ก็ยังคงดำเนินการต่อไปตามเดิมที่ทำกันอยู่แล้ว ทั้งสองฝ่ายได้มีการขอให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองประเทศได้พบปะและหารือกันมากขึ้น หากถึงจุดที่เหมาะสมก็ค่อยให้มีการยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตขึ้นมาเป็นขั้นๆ เพราะตอนนี้เหลือแต่คนเฝ้าสถานทูต ไม่มีข้าราชการอยู่ทำงานนานแล้ว งานบริการคนไทยที่อยู่ที่นั่นก็ทำไม่ได้ ซึ่งก็จะได้จัดให้มีการหารือกันต่อไปจนกว่าจะบรรลุข้อตกลง มีการเห็นพ้องกันในเรื่องของการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ว่าให้ฝ่ายตำรวจของทั้งสองประเทศร่วมมือกันดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดกับคนชั่วเหล่านี้ ตนก็ตอบตกลง เพราะประเทศและประชาชนไทยได้ประโยชน์”

นายอนุทิน ระบุด้วยว่า “เรื่องการเปิดด่านไม่มีการพูดถึง เรื่องความร่วมมืออื่นๆ ก็ยังไม่ได้มีการยกขึ้นมา ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นพ้องต้องกันว่าสันติภาพเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากให้เกิดขึ้น ตนก็แจ้งเขาว่าจะสร้างสันติภาพได้ ทั้งสองฝ่ายต้องมีความจริงใจที่จะแก้ปัญหาร่วมกัน สร้างความมั่นใจให้เห็นกันจะๆ หลีกเลี่ยงการใช้กำลังทางทหารต่อสู้กันให้มากที่สุด ทั้งหมดที่พบกันก็มีเพียงแค่นี้

ผมเห็นมีการประโคมข่าวทางโซเชียลมีเดียอย่างมากมายและเป็นข่าวเท็จ ใช้จินตนาการนั่งเทียนเขียนเพื่อให้เกิดความแตกแยกและเกลียดชัง ทั้งที่ผมและนายสีหศักดิ์ พ่วงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ ก็ได้แถลงข่าวโดยละเอียดไปแล้ว

ผมขอยืนยันอีกครั้งว่า รัฐบาลจะดำเนินการทุกอย่างด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และยึดถือความรู้สึกของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ ไม่มีทางเป็นอื่นอย่างแน่นอนครับ ผมอยู่กับสถานการณ์นี้มาตั้งแต่ยังเป็นรองนายกและ มท.1 จนมาเป็นนายกฯรอบสองแล้ว ผมทราบดีว่าจะต้องทำอะไรและทำอย่างไร ทุกขั้นตอนผมจะคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชน และจะอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและหลักการที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับร่วมกัน ขอให้พี่น้องประชาชนทุกคนมั่นใจในนายกฯของท่านคนนี้ในเรื่องนี้ได้เลย แล้วพบกันที่กรุงเทพฯนะครับ กราบสวัสดีทุกท่านจากเมือง Cebu ฟิลิปปินส์ครับ” นายอนุทิน ระบุ

คุณอาจสนใจ

Related News