เลือกตั้งและการเมือง

รมช.เกษตรฯ เรียกประมงแจงแอปฯ FishAI งบ 9 ล้านบาท ยังไม่พบความผิดปกติ

2 ชั่วโมงที่แล้ว

6 views

รมช.เกษตร เรียกประมงแจง “FishAI” 9 ล้านบาท ยังไม่พบความผิดปกติ เป็นตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง สั่งเร่งอัประบบให้คุ้มค่างบ หัวหน้าโครงการเผยตอนนี้แอปฯรู้จักปลาทูแล้ว

เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 5 พ.ค.69 นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เดินทางไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อมาถึงอธิบดีกล่าวสั้นๆ เพียงว่าวันนี้มีประชุม 13.30 น.

โดยเมื่อนักข่าวมาถึง และสอบถามเรื่อง Thailand FishAI นางฐิติพร ก็กล่าวสั้นๆ เพียงว่า วันนี้ตนเตรียมตัวมาประชุมตอนบ่ายโมงครึ่ง เมื่อถามว่าแล้วจะเข้าชี้แจงรัฐมนตรีช่วย เรื่องแอปหรือไม่ เจ้าตัวบอกว่า เดี๋ยวขอเข้าพบท่านรัฐมนตรีช่วยก่อน

เมื่อถามว่าสามารถชี้แจงได้ทุกอย่างเลยใช่ไหม อธิบดีก็บอกว่า ไม่มีประเด็นอะไร ก่อนจะเข้าไปในห้องของนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

จากนั้นเมื่อช่วง 14.15 น. นายวัชระพล พร้อมด้วย นางฐิติพร และ นายพลพิศิลป์ สุวรรณชัย ผู้ทรงคุณวุฒิ มาร่วมแถลงข่าว

โดยนายวัชระพล บอกว่า เบื้องต้นตนเองได้ขอข้อมูล เนื่องจากเพิ่งเข้ามาทำงาน จึงอยากทราบข้อมูลที่มาที่ไปของการทำแอปเป็นอย่างไร ซึ่งทางท่านอธิบดีได้รายงานในเบื้องต้น ว่าเราขอเงินจากกองทุนดีอีเมื่อปี 68 ไม่ได้ใช้งบประมาณของเราเอง และทางท่านผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เป็นคนประสานงบประมาณขอมาทำแอปพลิเคชันนี้

โดยหลังเกิดเรื่อง ตนยังไม่ได้พูดคุยกับทางดีอี เพราะทางกองทุนดีอีมีเงินเยอะอยู่แล้ว และหลายหน่วยงานก็ไปขอทั้งงานวิจัย

สำหรับงบที่เห็นคือกว่า 9 ล้านบาท ไม่ใช่ 22 ล้านบาท อย่างที่มีการพูดกัน ซึ่งผลการหารือกันในวันนี้กับอธิบดี ในรายละเอียดอยากรู้ว่าเงิน 9 ล้านบาททำอะไรบ้าง ในเบื้องต้นที่ดูรายละเอียดจะเป็นการพัฒนาตัว Ai ตัวมันสมอง 5 ล้านบาท ทำแอป 1 ล้านบาท ทำเว็บอีก 1 ล้านบาท และวันแอคเคานต์อีก 1 ล้านบาท ยืนยันว่าไม่ใช่ 9 ล้านบาทไปทำแอปอย่างเดียว จะได้ไม่เข้าใจสับสนกัน

วันนี้ตนยังได้เชิญฝ่ายกฎหมาย และรองปลัดมาพูดคุยกัน เบื้องต้นที่ได้ข้อมูลจากทุกหน่วยงานก็ “ยังไม่มีความผิดปกติอะไร”

เมื่อถามว่า วงเงินที่ให้ไปถือว่าคุ้มค่าหรือต้องเพิ่มเติมอะไรหรือไม่ นายวัชระพล ระบุว่า หลังเปิดตัวโครงการก็เป็นไปตามที่ทุกคนพูด ด้วยความคุ้มค่าในการใช้งานกับประสิทธิภาพมันน้อย ตนเองในฐานะที่กำกับดูแลกรมประมงถึงแม้จะไม่ใช่โครงการที่ตนรู้เรื่องมาตั้งแต่ต้น แต่ก็ได้กำชับให้อธิบดีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือแม้แต่ผู้รับจ้างที่อยู่ในสัญญาต้องพัฒนา ถ้าเกิดมีปัญหาก็ต้องแก้ไขให้เรียบร้อย แต่ที่ทดลองกดเอง ตอนนี้กลับมาใช้งานได้ค่อนข้างปกติแล้ว แต่ด้วยความเป็นมันสมองที่ต้องรู้เทรนด์ต่อ ตอนนี้ทางฝ่ายไอทีของกรมประมง ก็ได้ประสานงานกับผู้รับจ้างแก้ไขให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

เมื่อถามว่า ตอนนี้ชนิดปลาที่ Ai รู้จักมีแค่ 52 ชนิด เพิ่มจากเดิมมาแค่ 2 ชนิดเองนั้น นายวัชระพล บอกว่า เดี๋ยวจะเพิ่มเรื่อยๆ จากที่ได้ข้อมูลมา มันสามารถเทรนด์ได้เรื่อยๆ เพราะฉะนั้น งบประมาณที่ได้มา เป็นงบประมาณในการตั้งต้นตัวพัฒนาระบบ 5 ล้านบาท ในอนาคตเราสามารถต่อยอดไปได้อีกไกล ไม่ใช่แค่ 50 ชนิดจะได้เป็น 100 เป็น 1,000 ชนิด ซึ่งถ้าในความคุ้มค่าในการตั้งต้น ราคาอาจจะดูเหมือนสูง ก็เป็นวิจารณญาณ แต่ว่าตนเองคิดว่าในโครงการนี้เป็นการพัฒนาระบบมากกว่า

ส่วนการตั้งคำถามที่ว่าเป็นการเสียงบประมาณที่ซ้ำซ้อนหรือไม่นั้น นายวัชระพล บอกว่าไม่ได้เป็นคนเริ่มต้นโครงการนี้ ก็คงจะต้องถามกลับไปที่คนที่เริ่มโครงการนี้ตั้งแต่แรก ซึ่งตนมากำกับดูแลได้ไม่ถึงเดือน จึงยังไม่ทราบรายละเอียด

ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนบริษัทที่มารับเหมา เป็นการเหมางานของกรมประมงหรือไม่ เพราะมีกระแสข่าวว่าได้งานไปประมาณ 53 โครงการ ได้มีการตรวจสอบหรือไม่ ทางนายวัชระพลบอกว่า ได้เชิญทั้งคลังและฝ่ายกฎหมาย ซึ่งก็ได้มาให้ข้อมูลว่า บริษัทนี้ที่ไปที่มาเป็นอย่างไร ซึ่งก็เห็นว่าเชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ และทำงานกับทั้งกองทัพเรือ กรมประมงตลอด เบื้องต้นเท่าที่ได้รับรายงานยังไม่มีความผิดปกติอะไร แล้วก็เป็นไปตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด

เมื่อถามย้ำว่าบริษัทนี้ได้งานกว่า 50 กว่างานเลยจริงหรือไม่นั้น นายวัชระพลบอกว่าตนเองไม่ทราบ แต่ได้ถามคลัง และฝ่ายกฎหมายว่าเราดำเนินการตามระเบียบถูกต้องหรือไม่

ทั้งนี้ ตนเองได้รับการร้องเรียนเรื่องประสิทธิภาพ ส่วนเรื่องความโปร่งใสก็ต้องให้รายละเอียดมาเพิ่มก่อน เพราะเท่าที่ถามฝ่ายกฎหมายและคลังเขาบอกว่าไม่มี เมื่อถามว่าต้องตั้งคณะกรรมการสอบหรือไม่ ก็บอกว่ายังไม่ถึงขนาดนั้น

ทั้งนี้ ตนเองก็ขอให้อัปเดตทุกสัปดาห์ว่าความคืบหน้าเป็นอย่างไร หากมีปัญหาอะไร ตนเองในฐานะกำกับดูแลก็จะลงไปดูเองว่าต้องให้ผู้รับจ้างกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ให้คุ้มกับเงินภาษีประชาชน

ส่วนที่หลายฝ่ายอยากให้เปิดเผยทีโออาร์นั้นทำไมถึงได้บริษัทนี้ ตนเองยังไม่มีการพูดคุยกับอธิบดี เพราะตัวเองก็ยังไม่เห็นข่าว แต่เรื่องนี้เรียนตามตรงว่าเราเปิดเผยข้อมูลได้ทุกอย่าง ไม่มีทางที่เราต้องมาหมกเม็ดอะไรกัน ถ้าสังคมตั้งคำถามอะไร ก็ต้องโปร่งใสมากที่สุด

พร้อมยืนยันว่าการมาเทกแอ็คชั่นเรื่องนี้ไม่ได้เป็นการมากลบข่าวกรมฝนหลวง แต่ตนกำกับดูแลกรมประมงโดยตรง ยังไงก็ต้องเทกแอ็คชั่น หากมีเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเราปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ต่อให้มันจะไม่ใช่งานที่ยุคตนเองมาทำ ก็ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้

ด้านนายพลพิศิลป์ ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทำแอปพลิเคชันดังกล่าว โครงการนี้ได้เริ่มต้นขอกองทุน ตั้งแต่ต้นปี 67 และเริ่มได้รับทุนต้นปี 68 และเพิ่งส่งมอบงานไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ส่วนวัตถุประสงค์หลักของแอปพลิเคชันดังกล่าวนั้น การจำแนกชนิดปลาด้วย Ai เป็นเพียง 1 ใน 4 ฟังก์ชัน ซึ่งฟังก์ชั่นอื่นๆ คือ ห้องสมุดเคลื่อนที่ Ai แยกชนิดปลา เครื่องมือสำรวจถ้าไปในพื้นที่ต้องการรายงานชนิดปลาในพื้นที่ของท่าน ก็สามารถส่งเป็นช่องทางกลางให้ผู้ใช้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของกรมได้สะดวก ประหยัดเวลา

ตอนนี้ฟังก์ชันห้องสมุดปัจจุบันมีชนิดฐานข้อมูลที่อ้างอิงได้หมดแล้ว 2,000 กว่าชนิด ส่วนเครื่องมือสำรวจก็พร้อมใช้อยู่แล้ว ส่วนช่องทางในการติดต่อก็พร้อมใช้อยู่แล้ว มีแค่ตรง Ai ซึ่งถ้าเทียบการศึกษา อาจจะเป็นชั้นประถม ซึ่งหากเทรนด์ไปมากๆ เขาก็จะเก่งขึ้น ซึ่งตอนนี้ที่เก่งๆ คือ 52 ชนิดปลา หากผู้ใช้งานสนใจก็เปิดแอปจะรู้ได้เลยว่ามีปลาอะไรบ้าง แต่เท่าที่ทดสอบจาก 50,000 กว่าภาพ เราพบว่าเปอร์เซ็นต์ที่อยู่ใน 50 กว่าชนิดมีความแม่นยำสูงเลยทีเดียว

เมื่อสอบถามว่ามันน้อยไปหรือไม่สำหรับ 50 ชนิดกับเงิน 9,000,000 บาท ผู้ทรงคุณวุฒิ บอกว่าเฉพาะการเทรนด์ ใช้งบประมาณ 5 ล้านบาท ต้องมีการลงพื้นที่ถ่ายภาพไปหลาย 1,000 ภาพแล้วก็มาเทรนด์

เมื่อถามว่าตอนนี้รู้จักปลาทูหรือยัง ผู้ทรงคุณวุฒิบอกได้แล้ว ก่อนกล่าวว่า ตอนนี้ถ่ายปลาท่องโก๋ก็ไม่เห็นปลาทองแล้ว ส่องปลาฉลามก็ไม่เห็นปลากัดแล้ว หากใครใช้อยู่แล้วยังเจอกรุณาไปอัปเดตโปรแกรม

แท็กที่เกี่ยวข้อง  Thailand FishAI ,วัชระพล ขาวขำ ,กรมประมง

คุณอาจสนใจ

Related News