เลือกตั้งและการเมือง
“กองทัพบก” โต้ “มาลี” กล่าวหา “ไทย” ยิงปืนไรเฟิล ขณะนำทูตทหารสังเกตการณ์ ชี้จุดประทัดเตือนทหารเขมรยั่วยุ
4 ชั่วโมงที่แล้ว
33 views
จากกรณีที่กระทรวงกลาโหม ราชอาณาจักรกัมพูชาอาณาจักรกัมพูชา ได้นำคณะทูตทหารต่างประเทศ (MACPP) รวมทั้งสื่อมวลชนกัมพูชาและสื่อมวลชนต่างประเทศ ลงพื้นที่ เพื่อสังเกตการณ์ที่ประตูด่านโอร์เสม็ด จังหวัดอุดรมีชัย ฝั่งประเทศกัมพูชา ตรงข้ามจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จงสุรินทร์ ของไทย หลังจากการหยุดยิง
โดยกัมพูชา ระบุว่า การเยี่ยมเยียนของกลุ่มทูตทหารต่างประเทศ (MACPP) เลขาธิการคณะกรรมการชายแดนทหารชนบท (RBC) ของกองทัพบกที่ 4 กัมพูชา ได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการแก่ทีมเลขาธิการคณะกรรมการทหารชนบท (RBC) ของกองทัพภาคที่ 2 ของประเทศไทยแล้ว เกี่ยวกับกิจกรรมการสังเกตการณ์ของกลุ่มทหารต่างประเทศ (MACPP) ดังกล่าวโดยระหว่างที่กัมพูชา นำทูตทหารต่างประเทศ ลงพื้นที่สังเดตุการณ์บริเวณดังกล่าว กัมพูชาระบุว่า เกิดการยิงจากกองทัพไทย 5 ครั้ง ระหว่างเวลา 10.35 น. ถึง 11.09 น.ด้วยการยิงปืนไรเฟิล M79 และ M 16 จํานวน 9 ลูก
ขณะเดียวกัน ร้อยโทมาลี โสเจียตา โฆษกหญิงของกระทรวงกลาโหมราชอาณาจักรกัมพูชา ได้ออกแถลง ระบุว่า มีความประสงค์จะแจ้งให้ประชาชนทราบรวมทั้งสมาชิกของสื่อแห่งชาติและต่างประเทศดังนี้ วันพุธที่ 29 เมษายน 2026 เวลา 10.20 น. กระทรวงกลาโหมราชอาณาจักรกัมพูชาได้อํานวยความสะดวกในการทัวร์ประจําปีครั้งที่สองของปี 2026 สําหรับกองทหาร Attachés ในพนมเปญ (MACPP) เพื่อทําการสังเกตการณ์ที่ด่านพรมแดนนานาชาติ O’ Smach ในจังหวัด Oddar Meanchey
ตามการดําเนินการของข้อตกลงการหยุดยิง น่าจะเน้นย้ำต่อไปว่าสํานักเลขาธิการคณะกรรมการชายแดนภูมิภาค (RBC) ของกองทัพภาคที่ 4 ของกัมพูชาได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการต่อสํานักเลขาธิการของกองทัพภาคที่ 2 ของไทยก่อนที่จะมีการเยี่ยมชมประจําปีครั้งที่สองของกองทัพภาคที่ 2 ประจําปี 2026 โดยกองทัพบก กองทัพไปพนมเปญ (MACPP) กิจกรรมของกองทหาร Attaché Corps to Phnom Penh (MACPP) ในราชอาณาจักรกัมพูชาสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในระดับสูงต่อความปลอดภัยและความสงบ ไม่เพียงแต่ระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง แต่สําหรับภูมิภาคและโลกกว้าง น่าเสียดายที่ระหว่างการสังเกตการณ์และการตรวจสอบในสถานที่จริง มีการยิงปืนห้าครั้งโดยกองกําลังทหารไทย ระหว่างเวลา 10:35 น. ถึง 11:09 น. มีการยิงทั้งหมดเก้านัด ประกอบด้วยอาวุธ M79 และ M16 ประเภท
กองกําลังกัมพูชาจะยังคงติดตามอย่างใกล้ชิดและยังคงเฝ้าระวังในการปฏิบัติตามบทบาทของพวกเขาในการปกป้องความซื่อสัตย์ของดินแดนกัมพูชาและประชาชนอย่างมั่นคง ควรสังเกตว่าเหตุการณ์นี้ขัดกับจิตวิญญาณของการหยุดยิงและข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายจัดตั้งขึ้นเพื่อลดความตึงเครียดและส่งเสริมสันติภาพ ความปลอดภัยและความเงียบสงบตามแนวชายแดน
ในฐานะที่เป็นรัฐที่ปฏิบัติตามกฎหมายและความรับผิดชอบ กัมพูชายึดมั่นในการแก้ปัญหาข้อพิพาทอย่างสันติ การบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างสองประเทศของเราซึ่งเป็นส่วนช่วยสร้างความสงบสุข ความมั่นคง และความเป็นหนึ่งเดียวของอาเซียนซึ่งต้องการความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงและความเคารพอย่างเต็มที่สําหรับกฎหมายระหว่างประเทศ กฎบัตรอาเซียน และสนธิสัญญาและข้อตกลงที่มีอยู่ทั้งหมดที่ผูกมัดเรา
กระทรวงกลาโหมประเทศกัมพูชาขอยืนยันความมุ่งมั่นที่มั่นคง จริงใจ และไม่เปลี่ยนแปลงของเราในการเคารพและใช้แถลงการณ์ร่วมกันของการประชุมพิเศษครั้งที่สามของกัมพูชา – ประเทศไทย คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ในวันที่ 27 ธันวาคม 2025 การประกาศร่วมกันเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพระหว่างกัมพูชา และ ประเทศไทย ในวันที่ 26 ตุลาคม 2025 และข้อตกลงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมีวัตถุประสงค์เพื่อหาทางออกที่สันติสุข ยุติธรรม และยั่งยืนตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงสนธิสัญญาและข้อตกลงที่มีอยู่ระหว่างทั้งสองประเทศ ประชาชนและนักข่าวระดับประเทศและต่างประเทศได้รับทราบถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ลงวันที่วันพุธที่ 29 เมษายน 2026
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์ที่มีการยิงเกิดขึ้นดังกล่าว ทางกัมพูชาได้มีการถ่ายภาพคลิปเสียงดังได้อย่างชัดเจน ชาวโซเชียลกัมพูชาก็มีการบันทึกเสียงได้และแชร์ลงในโลกโซเชียลด้วยเช่นกัน
ต่อมาเพจเฟซบุ๊กของ “วาสนา นาน่วม” โพสต์ ข้อความระบุว่า “แค่ประทัด ไม่ต้องตกใจ เขมร กล่าวหาทหารไทยยิงปืนขู่ “โฆษกทบ.” แจง ทหารไทย เตือนเบาๆ ด้วยประทัด หลังทหารกัมพูชาประชิดแนวลวดหนาม ผิดข้อตกลง ขณะนำคณะทูตทหารตปท. เข้าพื้นที่ชายแดนช่องจอม สุรินทร์ ชี้เป็นการพยายามสร้างภาพความรุนแรงให้ฝ่ายไทย ยันไทยยังคงสงวนสิทธิ์ในการป้องกันตนเองตามหลักสากล ปกป้องความปลอดภัยของประชาชนและอธิปไตยของไทยในทุกกรณี
ด้านพลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงสถานการณ์บริเวณชายแดนช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ ว่า หน่วยที่ควบคุมพื้นที่ได้รับการประสานจากชุดประสานงานชายแดนไทย–กัมพูชา ว่าในเวลา 10.00 น. ฝ่ายกัมพูชาจะนำคณะทูตเข้าตรวจพื้นที่ใกล้แนววางกำลังของฝ่ายไทย ซึ่งกองกำลังฝ่ายไทยรับทราบและได้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ต่อมา พบว่าทหารกัมพูชาได้กระทำการยั่วยุด้วยการเข้าใกล้แนวลวดหนามของฝ่ายไทย ทั้งที่มีการแจ้งเตือนและทำความเข้าใจเรื่องข้อตกลงร่วมกันไว้แล้ว แต่ยังคงพบการกระทำซ้ำ หน่วยจึงได้ดำเนินการจุดประทัด จำนวน 3 นัด เพื่อเป็นสัญญาณแจ้งเตือนตามขั้นตอน ส่งผลให้ฝ่ายกัมพูชาถอยห่างออกจากบริเวณแนวลวดหนาม
ทั้งนี้ หน่วยได้รายงานเหตุการณ์ให้กองกำลังสุรนารี และกองทัพภาคที่ 2 รับทราบแล้ว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนในการออกหนังสือประท้วงฝ่ายกัมพูชาต่อการละเมิดข้อตกลงตามถ้อยแถลงร่วมฯ อย่างเป็นทางการต่อไป
โฆษกกองทัพบก กล่าวเน้นย้ำว่า เหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวไม่สมควรเกิดขึ้น เนื่องจากเป็นการแสดงออกถึงการไม่เคารพต่อข้อตกลงระหว่างประเทศ และความพยายามสร้างสถานการณ์เพื่อให้ไทยมีภาพลักษณ์ที่ใช้ความรุนแรง
ซึ่งขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ในทางกลับกัน ฝ่ายไทยยึดมั่นในการปฏิบัติตามกติกาและข้อตกลงอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตามฝ่ายไทยยังคงสงวนสิทธิ์ในการป้องกันตนเองตามหลักสากล เพื่อปกป้องความปลอดภัยของประชาชนและอธิปไตยของไทยในทุกกรณี
แท็กที่เกี่ยวข้อง