เลือกตั้งและการเมือง

“เกษตรกรโคนม” เฮ ครม.อนุมัติงบกองทุนฟื้นฟู 600 ล้านบาท ช่วยสภาพคล่อง อ.ส.ค.

28 เม.ย. 2569

50 views

“เกษตรกรโคนม” เฮ ครม.อนุมัติงบกองทุนฟื้นฟู 600 ล้านบาทช่วยสภาพคล่อง อ.ส.ค. “วัชระพล” ลั่น พร้อมเป็นเด็กเดินเอกสารบรรเทาความเดือดร้อน

นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีการอนุมัติเงินกองทุนสงเคราะห์ เกษตรกรเพื่อ ดำเนินโครงการรับซื้อน้ำนมดิบเพื่อการผลิตขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ว่า เงินก้อนนี้เป็นเงินของกองทุนฟื้นฟูเพื่อการเกษตร ซึ่งตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วมีแนวคิดจะนำเงินก้อนนี้ไปเพิ่มสภาพคล่องให้ อ.ส.ค. ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากสหกรณ์โคนมหลายสหกรณ์ว่าไม่มีเงินไปจ่ายค่าน้ำนมดิบ และได้เข้าไปพูดคุยกับสหกรณ์โคนมหลายแห่งหาทางออกร่วมกัน จนมาถึงการอนุมัติงบในวันนี้ที่ได้เงินจากกองทุนฟื้นฟูไปช่วยเหลือเกษตรกรโคนม

อย่างไรก็ตามเงินของกองทุนฟื้นฟูมียอดรวมประมาณ 2,000 กว่าล้านบาท การดึงออกมา 600 ล้านบาท ไม่ทำให้เกิดผลกระทบอะไร ส่วนที่ก่อนหน้านี้สหกรณ์โคนมระบุจะมีการปิดถนนวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนได้เข้าไปเจรจากับตัวแทนเกษตรกร ตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย.ว่าจะรับหน้าที่เดินงานให้เต็มที่ เป็นเด็กเดินเอกสารเอง ไปคุยกับทุกหน่วยงานว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่บรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกร วันนี้ผ่าน ครม.เรียบร้อยแล้ว จึงต้องแสดงความยินดีกับเกษตรกรโคนม ส่วนจะจ่ายเงินได้วันไหนนั้น มีขั้นตอนอยู่แต่คิดว่าคงไม่ช้า

สำหรับการอนุมัติจัดสรรเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรให้ อ.ส.ค. กู้ยืมเพื่อนำไปดำเนินโครงการรับซื้อน้ำนมดิบเพื่อการเกษตร ระยะที่ 2 วงเงิน 600 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 โดยกำหนดระยะเวลาชำระคืนภายใน 7 ปี (พ.ศ. 2568–2575)

มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินของ อ.ส.ค. และใช้เป็น "เงินหมุนเวียน" ในการรวบรวมและรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในพื้นที่ส่งเสริมของ อ.ส.ค. ทั้ง 5 ภาค ได้แก่ ภาคกลาง (สระบุรี) ภาคใต้ (ประจวบคีรีขันธ์) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ขอนแก่น) ภาคเหนือตอนบน (เชียงใหม่) และภาคเหนือตอนล่าง (สุโขทัย) ครอบคลุม 44 สหกรณ์ สมาชิกเกษตรกรรวม 5,110 ราย

ทั้งนี้ โครงการระยะที่ 2 เป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการระยะที่ 1 หลังจากในปี 2568 อ.ส.ค. ประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินอย่างรุนแรง จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ยอดขายผลิตภัณฑ์นมไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ขณะเดียวกันต้นทุนการผลิตปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงผลกระทบจากข้อตกลงการค้าเสรีไทย–ออสเตรเลีย และความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย–นิวซีแลนด์ ที่ลดภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์นมและนมผงเหลือร้อยละ 0 ส่งผลให้ผู้ประกอบการบางส่วนหันไปใช้นมผงทดแทนน้ำนมดิบในประเทศ ซึ่ง อ.ส.ค. ได้ดำเนินการช่วยเหลือ ตามโครงการระยะที่ 1 โดยรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเพิ่มเติม สำหรับเกษตรที่ไม่มีแหล่งจำหน่าย แต่ยังสามารถแก้ขปัญหาในภาพรวมได้

สำหรับโครงการระยะที่ 2 ตั้งเป้ารับซื้อน้ำนมดิบจากสหกรณ์โคนมในเครือ อ.ส.ค. ปริมาณ 26,375,000 กิโลกรัมต่อ 1 รอบการผลิต โดยเกษตรกรในโครงการสามารถจำหน่ายน้ำนมดิบได้ปีละ 3 รอบการผลิต รวม 79,125,000 กิโลกรัม ตลอดระยะเวลาโครงการ 7 ปี (พ.ศ. 2569-2575)



คุณอาจสนใจ

Related News