เลือกตั้งและการเมือง

“อภิสิทธิ์” จี้ “เอกนิติ” เอาให้ชัดคนละครึ่งพลัสใช้งบตัวไหน เชื่อยกเลิก MOU 2544 ไม่มีปัญหา เหตุไม่ได้ใช้งานจริง

2 ชั่วโมงที่แล้ว

14 views

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลในขณะนี้ว่า อยากให้รัฐบาลเร่งสร้างความชัดเจนซึ่งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้พยายามถึงขั้นตอนต่าง ๆ ว่า พ.ร.บ.โอนงบประมาณจะทำอย่างไร ร่าง พ.ร.บ. รายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 เริ่มชัดขึ้นแล้วเพื่อไปสู่คำตอบว่าในที่สุดจำเป็นจะต้องกู้เงินหรือไม่ รวมถึงที่ท่านจะเน้นช่วยกลุ่มเปราะบาง โครงการรายละเอียดเป็นอย่างไร ท่านบอกว่าจะต้องทำอย่างแม่นยำ


แต่ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ยังยืนยันว่าจริง ๆ แล้วการช่วยเหลือที่ดีที่สุดในขณะนี้ รัฐบาลยังใช้เครื่องมือได้อีกทั้งภาษีสรรพสามิต ค่าการกลั่นที่สามารถลดได้อีก เพื่อช่วยตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งการช่วยแบบนี้จะลดภาระของรัฐบาลที่ต้องมาช่วยปลายทาง และไม่ควรปล่อยให้สินค้าที่ขึ้นไปแล้วลดลง


เมื่อถึงถามถึงโครงการคนละครึ่งพลัสที่รัฐออก 60 ประชาชนจ่าย 40 จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้มากแค่ไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนยังเห็น รมว.คลังยังแบ่งอยู่ว่าจะมีทั้งกลุ่มเปราะบางและคนทั่วไป จึงอยากเห็นตัวเลขตรงนี้ให้ชัด เพราะสิ่งที่เราเสนอไปตั้งแต่ตอนที่รัฐบาลแถลงนโยบายว่า การใช้เงินของรัฐในตอนนี้ เป้าหมายจริง ๆ คือการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบมากกว่ามองเป็น การใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ


ส่วนโครงการนี้จะได้ผลหรือไม่ ต้องขอดูรายละเอียดต่าง ๆ ของตัวโครงการก่อน เพราะมาตรการช่วยเหลือที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นภาคขนส่ง แท็กซี่ หรือ โครงการของกระทรวงพาณิชย์ ต้องยอมรับว่าไม่ได้สัดส่วนกับจำนวนคนที่ได้รับความเดือดร้อน ดังนั้นโครงการนี้ต้องรอตัวหลักตัวนี้ ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าจะทำได้ พ.ร.บ.โอนงบประมาณหรือไม่ หรือต้องรองบปี 2570 หรือต้องรอเงินกู้ หรือการกู้ยืมเงินเป็นพิเศษ จึงอยากให้รัฐบาลเร่งความชัดเจนตรงนี้


ส่วนกรณีที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. มีมติยกเลิก MOU 2544 ว่า ในส่วนของพรรคพูดมานานแล้ว ว่าเป็นMOU ที่ไม่ได้ใช้งานจริง และมีปัญหาเรื่องแผนที่มาตั้งแต่ต้น เพราะฉะนั้นการเดินหน้าหรือยกเลิกไม่มีปัญหาไม่มีปัญหาอะไรในเชิงหลักการ เพราะการเดินหน้าตาม MOU น่าจะมีปัญหา เพียงแต่ขั้นตอนและวิธีการทางกฎหมายจะต้องรัดกุม เราต้องดูว่าทางฝั่งกัมพูชามีความเคลื่อนไหวอย่างไร แต่โดยรวม ตั้งแต่การเลือกตั้งเราก็พูดชัด MOU 2544 สามารถยกเลิกได้


เมื่อถามว่าการที่ไทยและกัมพูชา เข้าเป็นสมาชิกอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยกฎหมายทางทะเล พ.ศ 1982 จะมีปัญหาในอนาคตหรือไม่ เพราะกัมพูชามักจะไม่ปฏิบัติตาม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การใช้กฎหมายถือเป็นหลักสากล แต่ในกรณีที่ต้องมีการเจรจาก็ต้องมาทำข้อตกลงกันใหม่ เพราะข้อตกลงเดิมไม่ได้เดินอยู่แล้ว เพราะมีปัญหาหลายอย่าง


ส่วนการยกเลิกจะเป็นผลดีหรือไม่นั้นนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตอนนี้คงต้องดูว่าการดำเนินการจะต้องทำอย่างรัดกุมตามหลักกฎหมาย และต้องดูการเคลื่อนไหวของกัมพูชาประกอบกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ