เลือกตั้งและการเมือง
“อนุทิน” เผย “หวังอี้” บอกเขมรไม่อยากสู้รบกับไทยแล้ว จีนพร้อมเป็นกาวใจสองประเทศ
3 ชั่วโมงที่แล้ว
12 views
“อนุทิน” เผยจีนพร้อมเป็นตัวกลาง เคลียร์ปัญหาไทย-กัมพูชา ชี้ “หวังอี้” บอกเขมรไม่อยากสู้รบกับไทยแล้ว ย้ำไทยตัดสินใจทุกอย่างยึดผลประโยชน์ประเทศเป็นหลัก ยันจีนพร้อมหนุนไทยแก้วิกฤตพลังงาน-ปุ๋ยขาดแคลน
วันนี้ (24 เม.ย.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลัง ในการหารือและร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้มีการหารือเรื่องใดบ้าง ว่า ได้มีการหารืออย่างเป็นทางการที่กระทรวงการต่างประเทศ และมีน้ำใจมีไมตรีที่จะแวะมาที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อคารวะนายกรัฐมนตรีของไทย จึงมีการพูดคุยและยืนยันความสัมพันธ์และการสนับสนุนกันระหว่าง 2 ประเทศ
ซึ่งมีการพูดคุยกันทุกเรื่องและขอให้ทางการจีนได้ช่วยเจรจาทั้งเรื่องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ การบริหารจัดการจัดส่งพลังงานน้ำมันดิบแก๊ส ซึ่งขอให้รวมประเทศไทยอยู่ในบริบทการเจรจาด้วย เพราะเส้นทางการเดินเรือต่าง ๆ จากตะวันออกกลางไปประเทศมีส่วนที่ผ่านประเทศไทยด้วย ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนได้กล่าวว่าขออย่ากังวล เพราะไทยจีนก็เหมือนพี่น้องกัน
นอกจากนี้ ได้พูดคุยเรื่องของปุ๋ย ตนได้เรียนว่าเรื่องวิกฤตพลังงาน ประเทศไทยสามารถจัดการเรื่องน้ำมันได้ตอนนี้ค่อนข้างที่จะนิ่งแล้ว แต่ไม่ได้บอกว่ามั่นคงแล้ว เพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์การสู้รบจะยืดเยื้อไปถึงเมื่อไหร่ แต่เราสามารถให้ความเชื่อมั่นว่าเรื่องของน้ำมันจะไม่มีคำว่าขาดแคลนหรือมีปัญหาอย่างแน่น ซึ่งได้ตรวจสอบกับกลุ่มผู้ค้าน้ำมัน และโลจิสติกส์ทุกอย่างแล้วประเทศไทยจะไม่มีปัญหาใด ๆ ที่จะทำให้เกิดปัญหาอย่างหนัก
นายอนุทิน ยังกล่าวกับนายหวังอี้ ว่า เมื่อสถานการณ์สามารถจัดการได้แล้ว ยังเหลืออีกสองประเด็นใหญ่ ๆ หากเราสามารถได้รับการสนับสนุนจากประเทศจีน ไทยก็จะไม่มีปัญหาใด ๆ ที่เป็นผลกระทบอย่างหนักจนไม่สามรถรับได้จากสถานการณ์ตะวันออกกลาง เช่น เรื่องปุ๋ย อยากให้ประเทศจีนพิจารณาเรื่องการจำหน่ายปุ๋ย ถ้าประเทศจีนมีปริมาณปุ๋ยที่มากเพียงพอ รัฐบาลก็อยากได้มาดูแลเกษตรกรไทย เพราะประเทศไทยเป็นประเทศอุตสาหกรรม และเกษตรกรรม และอยากให้จัดสรรปุ๋ยมาในปริมาณที่เพียงพอกับประเทศไทย รวมทั้งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ได้เจรจากับทางประเทศรัสเซียในการขอซื้อปุ๋ยอีกด้วย ซึ่งหากจีนกับรัสเซียมีโควตาปุ๋ยมาจำหน่ายให้กับประเทศไทยได้ ก็จะช่วยทำให้แก้ไขปัญหาของไทยไปได้เยอะ
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า นายหวังอี้ ได้เดินทางไปประเทศกัมพูชาก่อนที่จะมาไทย ซึ่งยินดีที่จะเป็นตัวกลางในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งจีนบอกว่าท่าทีของกัมพูชาต่อไทย “เหมือนกับว่าทางกัมพูชาไม่อยากสู้รบกับไทยแล้ว ไม่อยากเผชิญหน้า ไม่อยากมีความขัดแย้งแล้ว” และทางการจีนได้มาแจ้งให้กับไทยทราบ และไทยยืนยันไม่อยากมีความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านเลย ในทุกภูมิภาค แต่ทุกเรื่องมีขั้นตอนในการพูดคุย และการสร้างกติกาขึ้นมาก่อนการพูดคุยในทิศทางใดที่จะทำให้ความสัมพันธ์ถูกรื้อฟื้นกลับขึ้นมาได้ แต่คงไม่ใช่ชั่วข้ามคืน ซึ่งต้องมีการสร้างความเชื่อมั่นต่อกันและกัน ทั้งความน่าเชื่อถือ และความสัมพันธ์ ซึ่งเป็นท่าทีที่ตนได้แจ้งกับนายหวังอี้ไป
ส่วนที่ทางการจีนได้มาบอกกับไทยว่าทางกัมพูชาไม่อยากสู้แล้วนั้น ถือเป็นการแสดงความเป็นกลางหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราอย่าพึ่งพยายามไปเดาใจอะไร แต่เราต้องนึกถึงสิ่งที่ไทยจะได้อะไรจากท่าทีนี้ ประเทศไทยจะปลอดภัย 100 % และไม่เสียเปรียบด้านใดเลย อธิปไตยและดินแดนก็ยังคงอยู่ ดังนั้น ถ้ารัฐบาลจะตัดสินใจในแนวทางใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศ
ขณะเดียวกันยังไม่มีมีการพูดถึงเรื่องการเปิดด่านชายแดนไทยกัมพูชา ส่วนท่าทีของทหารกัมพูชาซึ่งดูขัดแย้งกับความต้องการในการยุติสงครามนั้น นายอนุทิน มองว่าไม่รู้ว่ามีการยั่วยุขนาดไหน แต่ไม่ใช่การยั่วยุจากที่รัฐบาลสั่งมา ตราบใดที่ยังมีการกระทำอยู่ในเขตของกัมพูชาไม่ล่วงล้ำดินแดนเข้ามา ไทยต้องอดทนต้องนิ่งพอนิ่งให้เป็นและต้องไม่ยั่วยุกลับ
เมื่อถามว่าทางการจีนเข้าใจบรรยากาศ และท่าทีระหว่างไทยและกัมพูชา ใช่หรือไม่ นายอนุทิน ยืนยันว่าเข้าใจดี เพราะเราได้มีการพูดคุยกันลึกพอสมควรว่าปัญหาที่แท้จริงมาอย่างไร และวิธีการแก้ไขควรใช้แนวปฏิบัติเช่นไร
เมื่อถามว่าทางการจีนได้มายืนยันความเป็นกลางในการพูดคุยกับกัมพูชา ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราไม่ได้บอกว่าจีนมายืนยันความเป็นกลาง แต่จีนบอกว่าประเทศไทยเป็นประเทศบ้านพี่เมืองน้องของจีน ซึ่งตนได้บอกกับจีนไปว่าไทยเป็นประเทศเล็ก ๆ แต่จีนบอกว่าไม่ใช่สำหรับจีน เพราะสำหรับจีนแล้ว ไทยเป็นประเทศที่ใหญ่ในภูมิภาคนี้ ดังนั้น ไทยไม่จำเป็นต้องให้ยืนยันอะไรว่าจีนจะเป็นกลางหรือไม่ แต่เราต้องดูท่าที
ทางการจีนได้มีพูดคุยถึงความร่วมมือในการปราบแสกมเมอร์หรือไม่ นายอนุทิน ยืนยันว่า ได้พูดคุยกัน ซึ่งทางการจีนบอกว่าไทยได้ให้ความร่วมมือในการปราบปรามแสกมเมอร์กับจีนเป็นอย่างมาก ซึ่งจะเห็นได้ว่าผู้ที่กระทำผิดที่เป็นแสกมเมอร์ตั้งแต่รุ่นใหญ่จนถึงรุ่นเล็ก ซึ่งการที่ไทยใช้มาตรการเด็ดขาดในการปราบปรามเรื่องนี้ ทำให้จีนสามารถได้ตัวผู้กระทำผิดเหล่านี้ไปดำเนินคดีที่ประเทศจีน หากไทยไม่จริงจังในเรื่องนี้ พูดเฉย ๆ แต่ไมาปฏิบัติตาม ป่านนี้แสกมเมอร์ก็ยังวนเวียนกระทำผิดอยู่ในประเทศไทย และจีนก็เห็นถึงท่าทีและความจริงจังของไทยอย่างชัดเจน
ส่วนความสนใจของจีนในการร่วมลงทุนในประเทศไทย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า มีการมาลงทุนเยอะมาก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสมัยใหม่ อุตสาหกรรมยานยนต์และที่เกี่ยวเนื่อง ทั่งเซ็นเซอร์ต่าง ๆ และหุ่นยนต์ รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ AI และมองไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนอีกด้วย
นอกจากนี้ ได้มีการพูดคุยเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งจากวันนี้เป็นต้นไปต้องมีการนำมาพิจารณาเพิ่มเติมอย่างเข้มข้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าประเทศอินโดนีเซีย เริ่มเปรยว่าจะคิดค่าผ่านทางบริเวณช่องแคปมะละกา แม้จะยังไม่เกิดขึ้น แต่ก็มีความจำเป็นที่ไทยจะต้องเริ่มคิดเหมือนกัน เพราะหากเรือต้องผ่านช่องแคบหรือผ่านน่านน้ำของใคร เวลาเกิดเหตุนอกเหนือการควบคุม ก็เกิดความเสียหายมาก เราต้องเลือกพิจารณาทางเลือกอื่นของเราประกอบไปด้วย
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่าขับรถให้กับนายหวังอี้ นั่ง เป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า เหมือนอาชีพเก่าขับแท็กซี่มาก่อน และผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่ขับรถให้นั่งใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า น่าจะใช่
ส่วนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนชมว่าหล่อนั้น นายอนุทิน ตอบกลับทันทีว่า คนที่บ้านก็พูดแบบนี้
แท็กที่เกี่ยวข้อง อนุทิน ชาญวีรกูล ,หวังอี้