เลือกตั้งและการเมือง

สว.ถอยแทบไม่ทัน ไม่ดันรายงานศึกษาขึ้น VAT 10% เข้าที่ประชุมแล้ว “รัชดา” ยันรัฐบาลพิจารณามาตรการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายประชาชนเท่านั้น

3 ชั่วโมงที่แล้ว

41 views

ที่อาคารรัฐสภา นายกัมพล สุภาแพ่ง ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ได้ยื่นเรื่องขอถอนวาระการพิจารณา ศึกษาเรื่องแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีของประเทศไทย โดยให้เหตุผลว่า ไม่ได้กลัว แต่ไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่เจตนาให้ทุกฝ่ายมีความเป็นอยู่ที่ดี โดยเฉพาะเงินเหล่านี้จะตกไปอยู่กับชนชั้นล่าง


พร้อมชี้แจงถึงการจัดทำรายงานเนื่องจาก ปัญหาการขอขึ้นค่าแรง งบประมาณการดูแลผู้สูงอายุ สาธารณูปโภค สวัสดิการการรักษาพยาบาล ที่ยังไม่มีงบประมาณดำเนินการเพียงพอ จึงมีข้อเสนอแนะให้กรรมาธิการเศรษฐกิจฯศึกษาในเรื่องนี้ ซึ่งได้มีการศึกษาข้อมูลทั้งอดีตปัจจุบันและอนาคตอย่างครอบคลุม และหลังจากรายงานเสร็จสิ้นก็เตรียมที่จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภา


นายกัมพล ยังกล่าวต่อว่าเห็นด้วยกับการทำรายงานศึกษาชิ้นนี้ เพราะหากจะต้องนำเงินไปดูแลผู้สูงอายุ ภาครัฐจะต้องหาเงิน และได้ให้ข้อเสนอแนะไปว่า จะต้องไม่กระทบกับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งในการศึกษาเป็นการเพิ่ม VAT แบบขั้นบันได เช่น ปีละ1% 3ปีก็3% เน้นกลุ่มผู้มีรายได้ ขณะเดียวกันวุฒิสภาก็ไม่มีหน้าที่ไปสั่งคณะรัฐมนตรีให้ดำเนินการตามรายงาน เพียงแต่ ในอำนาจหน้าที่ได้ศึกษาและให้ข้อเสนอแนะเท่านั้น หากรัฐบาลจะไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร


"บางทีอ่านรายงานไม่ละเอียด พูดว่าขึ้น 10% ถ้าเป็นผมเห็นอย่างนั้นก็ไม่เอา เพราะผมก็ไม่ได้มีเงินทองมาก ทุกวันนี้ก็เสียภาษีเยอะ ทำเป็นเพียงรายงานเพื่อต่อไปในอนาคตเราพร้อม แต่บังเอิญมาตรง กลับสงครามตะวันออกกลาง แล้วเอาเข้ามาในสภาใหญ่ ทั้งที่รายงานฉบับนี้ทำตั้งแต่ปีที่แล้ว ผมก็เลยงงเพราะเพิ่งรู้เมื่อวาน "นายกัมพลกล่าว


นายกัมพล ยังกล่าวย้ำว่า อยู่ๆ ก็มาพูดกันเรื่องขึ้นภาษี เป็นเราก็ตกใจ จึงคิดว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะเป็นเพียงแค่รายงานเชิงวิชาการเท่านั้น เดี๋ยวจะหาว่า สว. และกรรมาธิการไม่ทำงาน ท้ายที่สุดแล้วจึงตัดสินใจถอนรายงานออก ทั้งที่รายงานไม่มีผลกระทบกับประชาชน เพราะอาจจะได้สวัสดิการที่ดีขึ้น แม้จะไม่ใช่ในตอนนี้แต่เป็นในอนาคต


"ขึ้นเป็นขั้นบันไดไม่กระทบอะไรเลย กระทบผู้มีรายได้มากมาจุนเจือพวกเรา เพื่อจะได้เสมอภาคกันไม่งั้นเขาได้เปรียบเราตลอด พ่อค้านายทุนต่างๆ ที่ร่ำรวย เสียภาษีก็มีการหลบเลี่ยงได้ ผมก็มาจากคนจน"นายกัมพลกล่าว


นายกัมพล ยังกล่าวย้ำว่า รายงานจะเข้าเมื่อไหร่ก็ได้ ที่ประเทศมีความพร้อม ประชาชนอยู่ดีกินดีแล้ว เพราะเรื่องนี้ประชาชนได้ประโยชน์ ซึ่งในรายงานมีการศึกษาเปรียบเทียบภาษีของแต่ละประเทศ โดยเมียนมา VAT อยู่ที่ 5% ประเทศไทย 7% นอกนั้นประเทศในอาเซียนสูงกว่าประเทศไทยทั้งหมด สูงสุด 14 %


นายกัมพล ยังยืนยันว่ารายงานการขึ้นภาษีไม่ได้เกี่ยวข้องกับ พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนล้านบาทแต่บังเอิญรายงานฉบับนี้เข้าวาระการประชุมในจังหวัดที่ไม่ดี


ขณะที่ น.ส รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจง กรณี นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ วิจารณ์รัฐบาลว่า รัฐบาลข้ามหัวข้าราชการ จะทำการออกพระราชกำหนดกู้เงิน เพื่อใช้ประคับประคองเศรษฐกิจยามฉุกเฉิน แต่ข้าราชการระดับสูงของกระทรวงการคลังยังไม่ทราบเรื่อง


ขออธิบายว่า รองนายกรัฐมนตรีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เพียงตอบโดยให้ความเห็นทางกฎหมาย ว่า“ถ้าจะออกพระราชกำหนดกู้เงินก็ทำได้ตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญ คือเป็นกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วน เพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เช่น วิกฤตโควิด-19 ก็เคยกู้แบบนี้ ซึ่งไม่ได้มีปัญหาข้อกฎหมาย


และเมื่อถูกถามต่อว่า ขณะนี้เข้าเกณฑ์ 172 ไหม? รองนายกฯ ได้ตอบไปว่า “สถานการณ์เช่นนี้ก็เข้านะ เงินคงคลังเหลือไม่มาก ไหนจะผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แถมปีนี้ยังจะมี super El Niño อีก ซึ่งกระทบต่อผลิตผลทางการเกษตร ต้องมีไว้สำหรับกรณีฉุกเฉินที่ไม่รู้ว่าจะมีอะไรอีก”


นางสาวรัชดา ย้ำว่า การบริหารราชการแผ่นดิน รัฐบาลและข้าราชการต้องทำงานร่วมกัน รับฟังกันและกัน การด่วนสรุปว่า มีการตัดสินใจข้ามหัวข้าราชการจึงเป็นความคิดเห็นที่เกินเลยไปมากทีเดียว

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ