เลือกตั้งและการเมือง
“ฐปณีย์” ยื่นหนังสือถึงนายกฯ ร้องตรวจสอบปฏิบัติการ IO คุกคามสื่อ “อนุทิน” รับปากหารือ
17 เม.ย. 2569
44 views
“ฐปณีย์” ยื่นหนังสือถึงมือนายกฯ ร้องตรวจสอบปฏิบัติการ IO ใส่ร้าย หวั่นสร้างความเกลียดชัง อันตรายถึงชีวิต ทำลายสันติภาพชายแดนใต้ “อนุทิน” รับปากจะหารือในที่ประชุมความมั่นคง ยันการทำร้ายร่างกายจากเจ้าหน้าที่รัฐไม่เกิดขึ้นแน่นอน
วันที่ 17 เม.ย.69 น.ส.ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวรายการข่าว 3 มิติ ช่อง 3 และผู้ก่อตั้งสำนักข่าว The Reporters ได้ยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.กรทะรวงมหาดไทย ที่ ศอ.บต.จ.ยะลา โดยขอให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบปฏิบัติการ IO ที่ใส่ร้ายโจมตีทางโซเซียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นกับสื่อมวลชน ประชาชน นักกิจกรรม ภาคประชาสังคม และ สส. ซึ่งส่วนตัวห่วงอันตรายถึงชีวิตและห่วงว่าจะยิ่งสร้างความเกลียดชัง ทำลายการสร้างสันติภาพในพื้นที่ชายแดนใต้
ขณะที่นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รับทราบปัญหาแล้ว และจะเร่งดำเนินการดูแล แต่เรื่องการทำร้ายร่างกายจากเจ้าหน้าที่ภาครัฐจะไม่เกิดขึ้น และหากเกิดขึ้นถือว่าไม่ใช่การกระทำของรัฐ และกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในที่ประชุมด้านความมั่นคงในช่วงบ่ายวันนี้
สำหรับหนังสือที่ถึงนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ขอให้ตรวจสอบการใช้ปฏิบัติการข่าวสาร IO คุกคามสื่อมวลชน
ตามที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย โดยฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ ออกแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 15 เม.ย..69 โดยแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อกรณีที่มีการใช้ปฏิบัติการข่าวสาร (IO) คุกคามสื่อมวลชนอย่างรุนแรงต่อ นางสาวฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าว รายการข่าว 3 มิติ และสำนักข่าว The Reporters หลังจากปฏิบัติหน้าที่ตั้งคำถามในที่แถลงข่าวของแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน.ภาค 4 เกี่ยวกับเหตุลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ตอบกลับด้วยประโยคว่า “ถ้าเป็นผม ไม่ปล่อยให้รอดหรอก” ซึ่งเป็นท่าทีที่สร้างความตระหนกต่อสังคม โดยเฉพาะในตำแหน่งผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพ
สมาคมนักข่าวฯแสดงความกังวลยิ่งกว่าคือ หลังจากการตั้งคำถามดังกล่าว พบว่ามีเพจโซเชียลมีเดียจำนวนมากพากันเผยแพร่ข้อความใส่ร้าย นางสาวฐปนีย์อย่างพร้อมเพรียงกัน ในลักษณะที่มีการประสานงานและมีเป้าหมายชัดเจน จนปรากฏเต็มหน้าฟีดของผู้ใช้งานทั่วไป พฤติการณ์ที่รวดเร็วผิดปกติเช่นนี้สะท้อนถึงลักษณะของปฏิบัติการข่าวสารที่มีผู้อยู่เบื้องหลัง มิใช่การแสดงความคิดเห็นตามธรรมชาติของประชาชน
ดิฉันในฐานะผู้เสียหาย จึงขอยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผู้อำนวยการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) เพื่อขอให้ตรวจสอบการใช้ปฏิบัติการข่าวสาร IO ในหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะในพื้นที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่มีบทบาทต่อการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่ามีการปฏิบัติการเช่นนี้หรือไม่
เนื่องจากในการสืบค้นข้อมูลจากเพจที่มีการเขียนข้อความใส่ร้ายป้ายสี และโจมตีด้วยถ้อยคำที่รุนแรง พบว่าเป็นเพจที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงมีความเป็นไปได้ว่าจะเกี่ยวข้องกับหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
อีกทั้งการใช้ถ้อยคำใส่ร้าย ว่าเป็นนักข่าวโจร โฆษก BRN เป็นการใส่ร้ายป้ายสีที่ไม่เป็นความจริง ซึ่งหากเป็นการกล่าวหาตัวบุคคล ดิฉันจะแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่เนื่องจากบางเพจสืบค้นไปแล้วไม่มีตัวตน และเป็นเพจอวตาร ที่หากเป็นการทำปฏิบัติการ IO จากหน่วยงานรัฐอย่างที่ตั้งสงสัยจริง จะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะบางข้อความมีการคุกคามถึงชีวิต
นอกจากนี้ปริมาณความถี่และการกระทำอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความเป็นห่วงว่า การเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ จะยิ่งสร้างความเกลียดชังของคนที่ติดตาม และในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่อาจหลงเชื่อ ไปโดยไม่ได้รับฟังข้อเท็จจริงใด
และการใช้ปฏิบัติการ IO ในลักษณะเดียวกับที่เกิดกับดิฉัน ยังเกิดขึ้นกับประชาชนผู้เห็นต่าง นักกิจกรรม ภาคประชาชนและภาคประชาสังคม และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงห่วงว่าหากสถานการณ์รุนแรง จะไม่ส่งผลดีต่อกระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชนอย่างรุนแรง และอาจไม่ปลอดภัยเป็นอันตรายกับชีวิตได้
จึงขอให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และนำปัญหานี้มาเป็นส่วนหนึ่งของการลดเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดน
ทั้งนี้แถลงการณ์ของสมาคมนักข่าวฯ ยืนยันว่า ผู้สื่อข่าวมีสิทธิและหน้าที่โดยสมบูรณ์ในการตั้งคำถามในประเด็นที่ประชาชนสงสัย โดยเฉพาะการตั้งคำถามต่อเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่แถลงข่าว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำหน้าที่สื่อมวลชน ปัญหาจึงมิได้อยู่ที่ “คำถาม” ของผู้สื่อข่าว แต่อยู่ที่ท่าทีของผู้มีอำนาจ ซึ่งไม่อาจถูกนำมาใช้เป็นเหตุผลในการตอบโต้ โจมตี หรือสร้างกระแสความเกลียดชังเพื่อคุกคามความปลอดภัยของสื่อมวลชน
แถลงการณ์ของสมาคมนักข่าวฯ ระบุด้วยว่า ปัญหาการใช้ปฏิบัติการข่าวสาร (IO) โดยหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางมาอย่างยาวนาน ทั้งในเวทีรัฐสภาและภาคประชาสังคม ในลักษณะการสร้าง "เรื่องเล่า" เพื่อปั่นกระแสและตีตราบุคคลหรือกลุ่มที่เห็นต่าง ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ภาคประชาชน หรือสื่อมวลชน ปัจจุบันปฏิบัติการเหล่านี้ได้ยกระดับเป็นการคุกคามสื่อในรูปแบบใหม่ที่มุ่งทำลายความน่าเชื่อถือของผู้ที่ตั้งคำถามตรวจสอบอำนาจรัฐ ถือเป็นการละเมิดเสรีภาพสื่ออย่างร้ายแรง และเป็นความพยายาม "ปิดปากสื่อ" ด้วยวิธีการที่ตรวจสอบได้ยากแต่สร้างความเสียหายแก่สังคม
สมาคมนักข่าวฯ จึงขอประณามพฤติกรรมที่ใช้ปฏิบัติการข่าวสารคุกคามสื่อมวลชน และขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบและยุติการใช้นโยบายที่สร้างความแตกแยก เนื่องจากสื่อมวลชนต้องสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบอำนาจรัฐได้อย่างเสรีและปลอดภัย เพื่อรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์สูงสุดของสาธารณชนและระบอบประชาธิปไตย
แท็กที่เกี่ยวข้อง ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ,ปฏิบัติการ IO