เลือกตั้งและการเมือง

"จุลพันธ์" ยกระดับสิทธิทันตกรรมประกันสังคม ไปทำฟัน รพ.รัฐ ไม่จำกัดครั้ง-เพิ่มวงเงินรากฟันเทียม-ฟันปลอม

8 ชั่วโมงที่แล้ว

687 views

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงนโยบายการยกระดับสิทธิประโยชน์เพื่อพี่น้องผู้ประกันตน ว่า กระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้สำนักงานประกันสังคม พัฒนาสิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรม เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและส่งเสริมสุขภาพช่องปากให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 โดยได้มีการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรมครั้งสำคัญ เพื่อให้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างเท่าเทียมและมีประสิทธิภาพสูงสุด

นายจุลพันธ์ ย้ำว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2569 ผู้ประกันตนทั้งมาตรา 33 และมาตรา 39 สามารถเข้าใช้สิทธิด้านทันตกรรมได้ที่หน่วยงานหรือโรงพยาบาลของรัฐ ที่ทำความตกลงครอบคลุมบริการพื้นฐาน ทั้งการอุดฟัน ขูดหินปูน ถอนฟัน และผ่าฟันคุดทุกรูปแบบ รวมถึงการรักษาที่ซับซ้อนขึ้น เพื่อเตรียมช่องปากก่อนการใส่ฟันเทียม ไม่ว่าจะเป็นการเกลารากฟัน การขลิบเหงือก และการแต่งกระดูก โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งในการเข้ารับบริการ โดยยึดตามแผนการรักษาของทันตแพทย์ เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนเกิน ยกเว้นกรณีเข้าคลินิกพิเศษ ผู้ประกันตนต้องรับผิดชอบค่าธรรมเนียมแพทย์เอง โดยอ้างอิงอัตราตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขสำหรับคนไทย พ.ศ. 2568

ส่วนสิทธิประโยชน์เดิมซึ่งครอบคลุมการอุดฟัน ขูดหินปูน และถอนฟันที่ 900 บาทต่อปี ตามหน่วยงานเอกชนหรือคลินิก ที่ทำความตกลงกับสำนักงานประกันสังคมยังคงมีอยู่ตามปกติ แต่จะมีการยกระดับเพิ่มเติมในกรณีการผ่าฟันคุด ในอัตรา 1,500 - 2,500 บาทต่อซี่ โดยผู้ประกันตนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านฟันปลอมและรากฟันเทียม โดยในส่วนของฟันปลอมถอดได้ มีการเพิ่มวงเงินดังนี้

- ฟันปลอมชนิดถอดได้บางส่วน (1-5 ซี่): เดิมเบิกได้ไม่เกิน 1,300 บาท เพิ่มเป็นไม่เกิน 1,500 บาท

- ฟันปลอมชนิดถอดได้บางส่วน (มากกว่า 5 ซี่): เดิมเบิกได้ไม่เกิน 1,500 บาท เพิ่มเป็นไม่เกิน 2,000 บาท

- ค่าซ่อมฟันปลอม ในอัตรา 900 บาทต่อครั้ง

- ฟันปลอมชนิดถอดได้ทั้งปาก (บนหรือล่าง): เดิมไม่เกิน 2,400 บาท เพิ่มเป็นไม่เกิน 3,000 บาท

- ฟันปลอมชนิดถอดได้ทั้งปาก (บนและล่าง): เดิมไม่เกิน 4,400 บาท เพิ่มเป็นไม่เกิน 6,000 บาท

ในส่วนของรากฟันเทียม ได้มีการเพิ่มสิทธิพิเศษสำหรับการฝังรากฟันเทียม เพื่อรองรับฟันเทียมทั้งปากสำหรับผู้ที่สูญเสียฟันทั้งหมด โดยมีวงเงินสนับสนุนค่าผ่าตัดใส่รากฟันเทียมรายละ 17,500 บาท และค่าชุดรากฟันเทียมอีก 3,300 บาท พร้อมการติดตามผลการรักษา เพื่อให้ผู้ประกันตนกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีดังเดิม

ทั้งนี้ สิทธิดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่อมีการส่งเงินสมทบครบ 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนวันที่เข้ารับบริการ และครอบคลุมสิทธิสำหรับผู้ที่สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนไม่เกิน 6 เดือน สำหรับผู้ที่เข้ารับบริการในสถานพยาบาลที่ไม่ได้ทำความตกลงไว้ ยังคงสามารถนำหลักฐานมาขอรับเงินคืนตามอัตราที่กำหนดได้ผ่านระบบ e-Self Service หรือที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ และหากมีความจำเป็นต้องรักษาจากอุบัติเหตุหรือโรคในช่องปากกะทันหัน ก็สามารถใช้สิทธิการรักษาพยาบาลปกติได้ทันที

โดยสามารถสอบถามข้อมูลหรือตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการได้ที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ หรือสายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง

คุณอาจสนใจ

Related News