เลือกตั้งและการเมือง
"เอกนัฏ" ฟิตจัด เรียกถกโรงกลั่น ลั่นเลิกใช้ตัวเลขทิพย์กำหนดเพดานค่าการกลั่น
3 ชั่วโมงที่แล้ว
89 views
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่าในที่ประชุมคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ คตร. ได้รายงานในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ไปดำเนินการต่อ ซึ่งแนวทางที่ คตร. นำเสนอมีหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นการเรียกโรงกลั่น หรือใช้อำนาจในฐานะคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน โดยวันที่ 7 เม.ย. ตนจะเรียกประชุมทันที ในช่วงเวลา 13.00 น.
เมื่อถามว่าแนวทางที่วางไว้จะทำให้ราคาน้ำมันลดลงได้หรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า มีสองส่วน คือส่วนที่น้ำมันขึ้นเพราะราคาตลาด และอีกส่วนที่ราคาขึ้นมา เพราะในสถานะปัจจุบันที่เรานำเงินกองทุนไปแบกรับภาระ ซึ่งส่วนนี้ต้องชัดเจน เพราะเป็นการแบกรับภาระให้ราคาน้ำมันให้ถูกลงสำหรับประชาชน ไม่ใช่ไปแบกกำไรของโรงกลั่น เพราะปัจจุบันระบบบ้านเรามีการกำหนดราคาหน้าโรงกลั่น ซึ่งก่อนที่จะนำเข้าระบบราคาไปอ้างอิงตลาดที่สิงคโปร์ เราเห็นว่าสถานการณ์ปัจจุบันมีความผันผวนแปรปรวน ราคาน้ำมันสำเร็จที่สิงคโปร์เพิ่มสูงขึ้นผิดปกติ แพงมากกว่าเรทราคาน้ำมันดิบที่ขึ้น จึงทำให้ตัวเลขที่เราเรียกว่าค่าการกลั่นสูงขึ้น เพราะในส่วนราคาอ้างอิงสิงคโปร์จะมีราคาต้นทุนน้ำมันดิบ และค่าการกลั่นจึงเห็นตัวเลขพุ่งสูงขึ้น ซึ่งใน คตร. ตนเข้าใจว่าได้มีการหารือ และมีการแจ้งว่าพุ่งสูงขึ้นผิดปกติจริงๆ
นายเอกนัฏ กล่าวอีกว่า ในเดือนมีนาคม ที่ตัวเลขจริงลงกัน จะมาอ้างว่าไม่ใช่แค่น้ำมันที่แพงขึ้น แต่น้ำมันดิบมีของพรีเมียมขึ้น เรื่องการประกันและขนส่งที่แพงขึ้น วันนี้ต้นเดือนเมษายน เราได้เรียกต้นทุนลงมาแล้ว ซึ่งต้องนำมาดูว่าเมื่อหักลบกลบหนี้เสร็จแล้ว ตัวกำไรที่เกิดจากค่าการกลั่นมีมากผิดปกติหรือไม่ ถ้ามากผิดปกติก็ทำได้สองแนว คือ1. ให้เอากำไรหรือผลประโยชน์ส่วนเกินคืนกลับมาจะรูปแบบใดก็แล้วแต่ ซึ่งตนยืนยันว่ามันมีวิธีไม่ใช่เรื่องของการบริจาคอย่างเดียว และ 2. คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานก็สามารถใช้อำนาจในการนำพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) ไปกดราคาหน้าโรงกลั่นได้เลยซึ่งอย่างน้อยที่สุด ตอนนี้ก็มี 2 วิธี
เมื่อถามว่าจะมีการการตั้งค่าการกลั่นหรือไม่ว่าควรจะอยู่ที่เท่าไหร่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า เราต้องมาดูซึ่งปัจจุบันตัวเลขที่ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานกระทรวงพลังงาน (สนพ.) เป็นค่าการกลั่นในสถานการณ์ปกติ เมื่อสถานการณ์ผิดปกติก็สูงขึ้น ส่วนที่สูงขึ้นก็เนื่องมาจากวัตถุดิบพรีเมียม หรือจะเป็นค่าประกันที่แพงขึ้น เราอาจจะอนุญาตให้นำมาหักกลบหนี้ได้ อย่างไรก็ตาม ดูแล้วก็แพงขึ้นผิดปกติ ซึ่งในส่วนนี้ก็ต้องเอาคืนกลับมา
เมื่อถามว่าที่บอกว่าแพงขึ้นผิดปกติคือตัวเลขที่เท่าไหร่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า ตนขอให้ตัวเลขแบบนี้ว่า ค่าการกลั่นในสถานการณ์ปกติอยู่ที่ 2 บาทกว่า ซึ่งจะเห็นในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 2 บาท ไม่เกิน 3 บาท แต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เฉลี่ยอยู่ที่ 7 บาท เดือนเมษายนผ่านมาเพียง 6 วัน ค่าการกลั่น พุ่งไปประมาณ 16 - 17 บาท ซึ่งถือว่าผิดปกติ
เมื่อถามว่าราคาน้ำมันคืนนี้จะมีการปรับขึ้นอีกหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า เป็นการถามผิด เพราะเราชอบไปดูแต่ราคาน้ำมันดิบ สิ่งที่เป็นปัญหาวันนี้ คือราคาที่หน้าโรงกลั่นที่ไม่ได้อ้างอิงราคาน้ำมันดิบ แต่อ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งส่วนนี้เป็นตัวเลขที่เป็นปัญหา และอีกส่วนคือราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นประมาณ 70 เหรียญ ไปจนถึง 100 เหรียญ แต่ราคาน้ำมันสำเร็จ เช่น ดีเซล ราคาเพิ่มขึ้นจากราคา 100 กว่าเหรียญ ไปจนถึง 300 กว่าเหรียญ เป็นการเพิ่มขึ้นที่สูงมาก แต่ประเทศไทยนั้นมีโรงกลั่น เราไม่ได้ซื้อน้ำมันดิบ แต่เราซื้อน้ำมันสำเร็จมากลั่น ซึ่งในสถานการณ์แบบนี้ โรงกลั่นต้องช่วยกัน ไม่ใช่อาศัยสถานการณ์ความแปรปรวนทำให้น้ำมันสำเร็จที่มีน้อยและผลิตออกมาน้อย ซึ่งโรงกลั่นในประเทศมี 6 โรง กลับมาบีบให้คนไทยต้องใช้น้ำมันในราคาแพง หรือหากวันนี้น้ำมันไม่แพง ก็เพราะกองทุนน้ำมันมาชดเชย ซึ่งก็ยังเป็นภาระกับผู้ใช้น้ำมันอยู่ดี ดังนั้นควรมาอยู่ในสถานะที่แฟร์ ซึ่งการที่โรงกลั่นอยู่ในประเทศไทยได้ถือว่าเป็นสิทธิประโยชน์ส่วนหนึ่งในเวลาวิกฤต ก็ควรจะมาช่วยกัน ซึ่งตนขอให้โอกาสเขาก่อน และยืนยันว่า กบง.มีอำนาจแน่นอน ทั้งมีคำสั่งจากสำนักนายกรัฐมนตรีที่ให้อำนาจ กบง.กำหนดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นกันได้ รวมไปถึงกำหนดเงื่อนไขต่างๆ ซึ่งวันนี้สามารถนำตัวเลขทุกอย่างมาพูดคุยกันได้ และนายกรัฐมนตรีได้ใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. ในการเรียกข้อมูลทั้งหมดดังนั้นของจริงที่เกิดขึ้นควรที่จะนำมาพูดคุยกันว่าเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ราคาน้ำมันจะมีการปรับลดลงหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า ตามสิ่งที่ตนได้บอกว่า เราต้องแยกออกเป็น 2 ส่วน คือสิ่งที่เกิดขึ้นตามราคาตลาด เนื่องจากมีการสู้รบกันอยู่ ซึ่งไม่รู้ว่าจะยุติเมื่อไหร่ และอีกส่วนคือ กลไกการกำหนดราคาในประเทศไทยว่าสมควรหรือไม่ ซึ่งเรามีอำนาจในการกำหนด หากกลไกถูกบิดเบือน ซึ่งหากไปให้กำไรกับโรงกลั่นมากเกินไป ซึ่งจะเป็นภาระกับกองทุนน้ำมันและประชาชน ต้องมีการเรียกเก็บคืนมา และมีการลดราคาหน้าโรงกลั่นและปั๊มน้ำมันลง ซึ่งเป็นสิ่งที่ในวันพรุ่งนี้ ตนจะทำทันที
ส่วนมีตัวเลขในใจว่าจะกดราคาน้ำมันลงเท่าไหร่นั้น นายเอกนัฏ กล่าวว่า ต้องเอาตัวเลขจริงที่เกิดขึ้น ประเทศไทยต้องเลิกใช้ตัวเลขทิพย์หรือตัวเลขในจินตนาการ เพราะวันนี้สถานการณ์ไม่ปกติ
เมื่อถามว่าที่มีข้อเสนอจากนักวิชาการบางส่วนว่าค่าการกลั่นเพดานไม่ควรเกิน 3 บาทต่อลิตรนั้น นายเอกนัฏ กล่าวว่า เขาพูดถูกในเวลาปกติค่าการกลั่น ไม่ควรเกิน 3 บาทต่อลิตร และในเวลาไม่ปกติตัวเลขที่ออกมา ต้องมีการนำมาเปรียบเทียบว่าควรเป็นเท่าไหร่ พร้อมระบุว่าคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็ววันนี้ และตนในฐานะประธาน กบง. มีอำนาจในการกำหนดราคาหน้าโรงกลั่น หากเห็นว่ามีราคาที่สูงเกินและมีกำไรที่ไม่ควรได้ แต่วันนี้ยังให้โอกาสตามมติของคณะรัฐมนตรีที่เกิดขึ้น ในการนำตัวเลขจริงมาเปิดเผย ซึ่งเปิดโอกาสให้โรงกลั่นเข้ามาว่าจะช่วยกันได้อย่างไรบ้าง
แท็กที่เกี่ยวข้อง โรงกลั่นน้ำมัน ,เอกนัฏพร้อมพันธุ์ ,วิกฤตพลังงาน