เลือกตั้งและการเมือง
“พิพัฒน์” ยันรัฐบาลจะแบกราคาน้ำมันจนถึงที่สุด ก่อนปล่อยลอยตัว วอนคนไทยช่วยกันประหยัด
2 ชั่วโมงที่แล้ว
86 views
“พิพัฒน์” ยันรัฐบาลจะแบกราคาน้ำมันจนถึงที่สุด ก่อนปล่อยลอยตัว วอนคนไทยช่วยกันประหยัด เปิดแอร์ 26-27 องศา รวมตัวกันใช้ขนส่งสาธารณะ-รถส่วนตัวไปกินข้าว ยันสงกรานต์น้ำมันพร้อม ลั่นชัดสิ้นเดือนนี้ ทุกปั๊มกลับสู่สภาพปกติ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาวิกฤตราคาน้ำมันและสถานการณ์พลังงานที่ตึงเครียดจากปัญหาในตะวันออกกลาง ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งตรวจสอบการกักตุน โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องเร่งหาแนวทางบรรเทาผลกระทบ โดยเฉพาะการตรวจสอบเส้นทางการขนส่งน้ำมันเพื่อป้องกันการลักลอบหรือกักตุน
“พวกเราไม่ได้นั่งเฉย พวกเราไม่ได้นิ่งนอนใจ รัฐบาลกำลังหาทางออกทุกวิถีทาง และกำลังลงในรายละเอียดทุกไอเทม น้ำมันทุกลิตรที่ออกจากโรงกลั่น เราจะใช้ระบบ GPS ติดตามรถน้ำมันทุกคันเพื่อดูว่ามีการวิ่งออกนอกเส้นทางหรือไม่ เพื่อพิสูจน์ว่าที่บอกว่ามีการลักลอบหรือกักตุนนั้น จริงหรือไม่” คาดภายใน 1 สัปดาห์ จะรู้ข้อเท็จจริง
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อ รัฐบาลจำเป็นต้องเตรียมแผนรองรับในหลายมิติ ทั้งเรื่องการนำภาษีลาภลอยมาใช้กับโรงกลั่นว่าจะทำได้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังใช้ไม่ได้เพราะเรายังเป๋นรัฐบาลรักษาการ มีเพียงนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เป๋นนายกรัฐมนตรีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงการพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต และสุดท้าย ประชาชนอาจจะต้องแบ่งเบาภาระไปบ้าง โดยนายกรัฐมนตรีก็ให้การบ้านกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหาคือกัน ขอยืนยันว่า รัฐบาลพยายามทำทุกวิถีทาง ซึ่งวันนี้ในสภา ก็มีการอภิปรายโจมตีว่าไม่เห็นรัฐบาลแก้ไขปัญหาอะไร ซึ่งเราพยายามแก้ทึกวิถีทางภายใต้อำนาจที่มีจำกัดในการแก้ไขปัญหา
“พวกท่านวิจารณ์พวกเรามากมาย พวกท่านทำอะไรบ้าง พวกท่านเสนอแนะพวกเราได้หรือไม่ ไม่ใช่สักแต่วิจารณ์ หากท่านมีความรู่และมีความเข้าใจ สามารถเสนอหรือแนะนำมาที่ตัวผมได้ ซึ่งตัวผมพร้อมรับคำแนะนำที่ดี ไม่ใช่พวกท่านทำหน้าที่วิจารณ์ และขอร้องการใส่ร้ายป้ายสี ไม่ได้ทำให้ประเทศของเราเดินหน้าไปได้ แต่หากพวกท่านมีข้อแนะนำที่ดี เชื่อว่าประเทศไทยจะเดืนหน้าไปได้ ยังไม่ถึงภาวะวิกฤตอย่างที่พวกท่านกังวล” นายพิพัฒน์กล่าว
นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า สถานการณ์น้ำมันดิบวันนี้ ที่มีการสั่งซื้อเพิ่มและสำรองในคลังเชื่อว่ามีมากกว่า 100 วัน และขณะนี้ถือเป็นข่าวดีที่รัฐบาลอิหร่าน โดยการเจรจาของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ขอให้เรือบรรทุกน้ำดิบไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ เบื้องต้นทราบว่าเป็นเรือของบางจาก ซึ่งถือเป็นดีลที่ดีเพราะเราไม่ใช่คู่สงครม แต่เราขอเป็นคู่ค้าในอนาคตอาจจะขอแลกเปลี่ยน หรือส่งสินค้าเข้าไปในตะวันออกกลาง พลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้ตลอด แต่หากมัวแต่โจมตีรัฐบาลไม่ให้พวกเราโผล่หน้าขึ้นมา รัฐบาลยังไม่ได้สมบูรณ์แบบ จึงขอฝากไปยังเพื่อที่วิพากย์วิจารณ์ไม่ว่าจะด้วยความหวังดีหรือมีเจตนาไม่ดี ผมพร้อมรับเสนอ เพราะตลอดระยะเวลา 20 วันที่ผ่านมา ผมรับไปหลายขนานแล้ว
ส่วนรัฐบาลจะเลิกตรึงราคา ปล่อยลอยตัวให้เป็นไปตามกลไกตลาดหรือไม่นั้น นายพิพัฒน์ ยอมรับว่า รัฐบาล คงจะอุ้มไม่ไหว เพราะวันนี้กองทุนน้ำมันใช้เงินเงินอุดหนุน จนติดลบไปกว่า 30,000 ล้านบาทแล้ว จากเดิมที่สถานะกองทุนเป็นบวกกว่า 2,500 ล้านบาท หากสถานการณ์ลากยาวไปมากกว่า 1 เดือน หรือ 2 เดือน 3 เดือน ไม่มีใครทราบ ซึ่งรัฐบาลก็คงต้องแบก แต่ขณะเดียวกันประชาชนก็ต้องช่วยกันประหยัดด้วย เช่น ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ ในเวลากลางคืน จาก 20-25 องศาเซลเซียส เป็น 26-27 องศาเซลเซียส หรือ หากจะออกไปเที่ยวหรือไปรับประทานอาหารก็ให้ใช้ขนส่งมวลชนหรือรวมกลุ่มหลายคนออกไปด้วยกัน ไม่ใช่จะให้รัฐบาลช่วยอย่างเดียว แต่คนไทยทุกคนต้องช่วยกัน ซึ่งสุดท้ายหากถึงคราววิกฤตจริงๆ ถ้าเราไม่สามารถหาน้ำมันดิบมาได้เพียงพอสำหรับใช้ ซึ่งเดิมเราใช้น้ำมันดีเซลอยู่ 67 ล้านลิตรต่อวัน แต่เมื่อภาวะวิกฤต บางวันใช้ไปถึง 100 ล้านลิตร ซึ่งปัจจุบันเราใช้อยู่ที่ 84-86 ล้านลิตร และหากสมมุติว่ารัฐบาลขอจำกัดการใช้น้ำมันของพวกเรา แค่ครึ่งเดียว พวกเราจะทำอย่างไร หากไม่ได้เตรียมตัว ดังนั้นการที่รัฐบาลจะลอยตัวค่าน้ำมัน ก็ขอให้รัฐบาลได้ต่อสู้จนถึงที่สุด พวกเราจะหาวิธีช่วยเหลือประชาชน พร้อมยกตัวอย่าง ประเทศมาเลเซียที่เดิมราคาน้ำมันถูกกว่าประเทศไทยลิตรละ 10-12 บาท แต่ปัจจุบันราคาน้ำมันถูกกว่าประเทศไทยเพียงลิตรละ 6-7 บาทเท่านั้น
ด้านนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) บอกว่า ที่ประชุม ศบก. วันนี้ไม่ได้มีการหารือเรื่องการปรับขึ้นค่าไฟ อย่างไรก็ตามจะเป็นไปตามที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับการพลังงาน ได้เคยแถลงข่าวเมื่อวานนี้ ว่า ค่าไฟจะเพิ่มจากปัจจุบัน 3.88 บาท เป็น 3.95 บาท
นายพิพัฒน์ เปิดเผยถึงกรณีรถขนมวลชนไม่รับจองตั๋วเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ เนื่องจากไม่มั่นใจในสถานการณ์น้ำมัน จะสามารถให้ความมั่นใจกับประชาชนได้อย่างไร ว่า ขอประชาสัมพันธ์ให้กับคนที่เดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตนหารือกับกระทรวงคมนาคม และบขส. โดยในส่วนของบขส รถร่วม รถเสริม ยังหาได้ตามปกติ ส่วนเรื่องน้ำมัน ให้ บขส.รับผิดชอบ โดยขอความอนุเคราะห์จาก ปตท. มาเติมน้ำมัน ที่สถานีขนส่ง เช่น หมอชิต สายใต้ สายตะวันออก เตรียมไว้ทุกเส้นทางสำหรับรถร่วมออกจากกรุงเทพฯ ให้เต็มทุกคัน เมื่อถึงปลายทางจะเตรียมน้ำมันสำรอง สำหรับรถที่เข้าร่วมที่จะเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ หากไม่สามารถวิ่งจนถึงปลายทางได้ ขอให้แจ้งแต่ละจังหวัด จะให้ผู้ว่าฯ ดำเนินการประสานกับปั๊มน้ำมันในเส้นทางที่ผ่าน เพื่อให้สามารถแวะเติมน้ำมัน ยืนยันเตรียมการเรียบร้อย
ส่วนการเดินทางด้วยตนเอง นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สัปดาห์นี้ อย่างช้าสิ้นเดือนนี้ สภาพคล่องของสถานีบริการจะต้องกลับสู่สภาพเดิม ขออย่ากังวลว่าไม่มีน้ำมันเติม เมื่อไปเที่ยว
เมื่อถามว่าแสดงว่าน้ำมันจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ รัฐบาลรัฐบาลจะเลิกตรึงราคาหรือตึงน้อยลง มากขึ้นเพื่อให้มีความคล่องตัวมากขึ้น ในการที่ประชาชนจะเดินทางกลับใช่หรือไม่
นายดนุชา เรื่องน้ำมัน การข่วยเหลือของรัฐ กองทุนน้ำมัน ทำหน้าที่ผยุงราคาไม่ให้ผันผวน ส่วนจะยังไงต่อก็ขึ้นกับสถานการณ์ ขณะนี้สถานการณ์ไม่ปกติ จึงขอให้รัฐดำเนินการถึงที่สุดก่อน
ส่วนการเตรียมน้ำมันช่วงสงกรานต์ วันนี้คุยกับผู้ค้าน้ำมันทุกรายแล้ว ซึ่งจะเตรียมน้ำมันเพิ่มเติม รถขนส่ง และคลังโมบาย เพื่อให้การเติมน้ำมันจุดต่าง ๆ ได้รวดเร็วมากขึ้น สถานการณ์ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งที่น้ำมันแห้งจากปั๊ม เพราะมีการนำรถบรรทุกเข้ามาเติมมากขึ้น น้ำมันบางปั๊มเติมเข้าไปแล้ว เปิดปั๊มมาไม่กี่ชั่วโมงก็หมด เพราะรถบรรทุกเข้าไปเติม
ตั้ง 23 มีนาคม เป็นต้นมา ผู้ค้าน้ำมันทุกรายจัดน้ำมันให้จ็อบเบอร์ เท่าช่วงก่อนจะมีปัญหา ดังนั้น การแย่งเติมน้ำมัน จะดีขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้น้ำมันแห้งในปั๊มเร็วกว่าควรจะเป็นลดลง หากกลับสู่ภาวะปกติ ก่อนสงกรานต์ ช่วงสงกรานต์ก็ไม่น่ามีปัญหา แต่อย่างไรก็ตามผู้ค้าน้ำมันเตรียมน้ำมันสำรองไว้ สำหรับช่วงนั้นแล้ว ก็ไม่ต้องกังวล
แท็กที่เกี่ยวข้อง พิพัฒน์รัชกิจประการ ,ราคาน้ำมัน