เลือกตั้งและการเมือง
“วีระยุทธ-ศุภโชติ” จี้รัฐบาล “อนุทิน” เลิกย้ำแค่น้ำมันสำรองพอ แต่ต้องตอบให้ชัดทำไมปั๊มไม่มีน้ำมันเติม
3 ชั่วโมงที่แล้ว
30 views
“วีระยุทธ-ศุภโชติ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จี้รัฐบาล “อนุทิน” เลิกย้ำแค่น้ำมันสำรองพอ แต่ต้องตอบให้ชัดทำไมปั๊มไม่มีน้ำมันเติม! แฉกลไกกองทุนฯ ทำตลาดป่วนจนเกิดการกักตุน-เลือกปฏิบัติ เปิดบทพิสูจน์ “บ้านใหญ่-เทคโนแครต” จะกู้ชีพคนตัวเล็กหรือช่วยเครือข่ายอิทธิพล พร้อมเสนอ 3 ทางออกเร่งด่วนรับมือวิกฤตพลังงาน
17 มี.ค. 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายศุภโชติ ไชยสัจ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงข่าวกรณีการบริหารจัดการพลังงานท่ามกลางความขัดแย้งในพื้นที่ตะวันออกกลาง
โดยนายวีระยุทธ กล่าวว่า วิกฤตอาการน้ำมันที่กำลังเกิดขึ้น ความวุ่นวาย ความปั่นป่วน และความตื่นตระหนกของประชาชนในเวลานี้ เป็นสิ่งที่รัฐบาล โดยเฉพาะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งพยายามย้ำกับสังคม ไม่ตรงกับสิ่งที่ประชาชนอยากรู้
เนื่องจากสิ่งที่เป็นรัฐบาลพยายามย้ำมาโดยตลอด ว่าน้ำมันมีพอ น้ำมันสำรองเพียงพอ ไม่ต้องกังวล บางครั้งก็บอกด้วยซ้ำว่า ไทยเรามีน้ำมันสำรองสูงที่สุดในอาเซียนนั้น ก็อาจจะจริง แต่สิ่งที่ประชาชนอยากรู้ในชีวิตประจำวันทุกวันนี้ คือคำถามง่ายๆ ว่า ทำไมไปเติมน้ำมันที่ปั๊มแล้วน้ำมันหมด และจะเติมน้ำมันได้ที่ไหน ตราบเท่าที่รัฐบาลไม่สามารถตอบคำถามให้กับประชาชนได้ ความปั่นป่วน ความกังวล ก็จะยังดำรงอยู่ ดังนั้น รัฐบาลจำเป็นจะต้องตอบคำถามที่ประชาชนสงสัย
หากมองย้อนกลับไปในด้านการบริหารจัดการ ก็ยังมีปัญหาสำคัญ 2 อย่าง คือ 1.แนวทางการทำงานของกองทุนน้ำมัน ในเรื่องการพยุงราคา และการอุดหนุนราคาน้ำมัน ซึ่งมีการเตรียมประกาศไว้ว่า จะมีการพยุงราคาเป็นเวลา 15 วัน ก็คาดการณ์ได้ว่าน่าจะทําให้เกิดการปั่นป่วนในตลาด
ฝั่งของผู้ขาย ทางค้าส่งปั๊มน้ำมันรายใหญ่ หรือคนที่อยู่ในซัพพลายเชนน้ำมัน ก็มีแนวโน้มกักตุน โดยเฉพาะคนที่หวังผลกำไรในระยะสั้น เพื่อรอวันที่การพยุงราคาเปลี่ยนไป เมื่อน้ำมันราคาขึ้นก็จะทำกำไร จึงมีความต้องการที่จะเก็บน้ำมันไว้สูงกว่าปกติ
ขณะเดียวกันฝั่งผู้ซื้อ ทุกคนย่อมตุนน้ำมันไว้ก่อน เพราะรู้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงราคา จึงไม่แปลกที่จะเกิดความต้องการเทียม ทำให้มีปริมาณความต้องการซื้อและขายไม่ปกติ เมื่อปริมาณความอยากซื้อมากกว่าปกติ แต่ปริมาณอยากขายน้อยกว่าปกติ ทำให้เกิดช่องว่างในตลาด จนทำให้เกิดความตื่นตระหนกและความปั่นป่วนในตลาดน้ำมันอย่างที่เป็นอยู่
2. ในการเรียกประชุมด่วนของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ซึ่งปรากฏเพียงแค่บริษัทน้ำมันรายใหญ่ 5-6 บริษัท เข้าร่วมประชุมด้วย เพื่อสอบถามว่ามีน้ำมันเพียงพอหรือไม่ เมื่อผู้ประกอบการดังกล่าว บอกว่ามีน้ำมันเพียงพอ รองนายกฯ ก็เอามาชี้แจงต่อสื่อมวลชน แต่ถามการรับฟังเพียงแค่บริษัทน้ำมันรายใหญ่ สะท้อนปัญหาทั้งหมดหรือไม่ ก็ต้องตอบว่า ไม่ เพราะมีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ไม่ถูกรับฟังเสียงจำนวนมาก
เช่น ปั๊มน้ำมันขนาดเล็ก ที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดฝอย ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงกว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ จนบางรายต้องหยุดกิจการและมีแนวโน้มจะปิดกิจการ ส่วนกลุ่มชาวนา ขณะนี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยว จึงจำเป็นต้องใช้น้ำมันจำนวนมากต่อวัน แต่ไม่สามารถนำแกนลอนไปเติมที่ปั๊มน้ำมันได้ เสียงตรงนี้ไม่ถูกรับฟัง ด้านชาวประมง ก็ประสบปัญหาเรื่องน้ำมันเขียว เมื่อราคาสูงขึ้น ก็ทำให้เขาต้องคำนวณว่าการออกทะเลในแต่ละวันคุ้มค่าหรือไม่ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อซัพพลายเชนสินค้าอาหารทะเลต่อไป ฝั่งผู้ประกอบการขนส่งโดยเฉพาะรายย่อย อย่างกลุ่มคนขับรถบรรทุก ก็ไม่ถูกรับฟังเสียงเช่นเดียวกัน
เพราะฉะนั้น การบริหารจัดการน้ำมันรอบนี้ จะเป็นบทพิสูจน์ของบ้านใหญ่ และเทคโนแครต ที่เป็นสององค์ประกอบสำคัญของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย การทํางานในภาวะที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนเช่นนี้ จะให้ความเป็นธรรมได้แค่ไหน ตั้งแต่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็น ผอ.ศบก. มีกิจการครอบครัวที่อยู่ในอุตสาหกรรมน้ำมัน ตอนนี้มีปัญหาระดับชาติ คือเดิมผู้ประกอบการน้ำมันต้องไปเติมน้ำมันจากผู้ค้าส่ง แต่ตอนนี้ราคาน้ำมันน่าปั๊มกลับถูกกว่า ทำให้เกิดการแย่งน้ำมันจากหน้าปั๊ม ไปจากประชาชนทั่วไป
นอกจากนั้น ยังมีปัญหาระดับท้องถิ่นด้วย เพราะเครือข่ายบ้านใหญ่ และเครือข่ายธุรกิจในแต่ละพื้นที่ มีปัญหาในการแย่งชิงน้ำมันจากประชาชนด้วยเช่นเดียวกัน หลายจังหวัดพบว่า เมื่อคนตัวเล็กตัวน้อยไปต่อแถวเติมน้ำมันรอเท่าไหร่ก็ไม่ได้เติมสักที แต่พอมีเครือข่ายธุรกิจบ้านใหญ่เข้ามา ก็แซงคิวเข้าไปเติมได้เลย พอน้ำมันหมดก็ไม่มีน้ำมันเหลือให้กับคนตัวเล็กตัวน้อยตัวน้อย
"นี่เป็นบทพิสูจน์ การทำงานของรัฐบาลคุณอนุทินว่า ในยามคับขันบ้านใหญ่ จะเอาตัวรอดก่อน หรือให้ความเป็นธรรม กับผู้ประกอบการ หรือคนตัวเล็กตัวน้อยในพื้นที่ และเป็นบทพิสูจน์ของตัวเทคโนแครตเองด้วย ว่าจะทำงานต่อสู้เพื่อพี่น้องประชาชน หรือจะยอมรับผลประโยชน์ของกลุ่มเครือข่ายอิทธิพล เพราะคุณเอกนิติพูดมาตลอด ในเรื่องความโปร่งใสและการทำข้อมูล ระบบดิจิทัล วันนี้จะเป็นบทพิสูจน์ ว่าจะเกิดการพูดแล้วทำได้จริงหรือเปล่า เพราะสิ่งที่ประชาชนต้องการในเวลานี้ คือแดชบอร์ดข้อมูลที่จะรู้ว่า ปั๊มแถวบ้านเขา มีน้ำมันเหลืออยู่เท่าไหร่ แล้วจะไปเติมที่ปั๊มไหน ถ้าได้ข้อมูลเรียลไทม์ก็จะยิ่งดี แต่อย่างน้อยที่สุดควรมีข้อมูลรายวัน เพื่อให้เขาได้วางแผนใช้ชีวิต ประกอบธุรกิจได้" นายวีระยุทธ กล่าว
นายวีระยุทธ ยังกล่าวถึง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องราคาสินค้า และผลประกอบการของภาคธุรกิจ ซึ่งก็มีความท้าทาย ที่สำคัญเช่นเดียวกัน คิดว่าจะสามารถจัดการที่ต้นทาง ไม่ใช่แค่ปลายทางของราคาสินค้า ซึ่งจะถูกขึ้นราคา ตั้งแต่การขนส่ง โลจิสติกส์ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ ของราคาสินค้าทั้งหมดในประเทศ จะเข้าไปจัดการได้อย่างไร
หลายธุรกิจเริ่มประสบปัญหาแล้ว เช่น ธุรกิจการท่องเที่ยว ถูกเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติกำลังซื้อสูง ทั้งตะวันออกกลางและยุโรป ขาดหายไป ก็ยิ่งถูกซ้ำเติมเพราะคนไทยไม่กล้าเดินทางไกล เนื่องจากต้องวางแผนการเติมน้ำมัน และต้องเผชิญความไม่แน่นอน ว่าจะมีการเติมน้ำมัน ได้ที่ไหน อย่างไร ในระหว่างทาง ทำให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจึงเป็นกลุ่มที่กำลังประสบปัญหา และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
นายวีระยุทธ เสนอว่า ท่ามกลางความปั่นป่วน ความโกลาหลแบบนี้ สิ่งที่รัฐบาลจะทำได้มีอยู่ 2 อย่าง ที่จะมาหยุดความปั่นป่วน ความกังวลของประชาชน คือ ความชัดเจน เรื่องข้อมูล รวมถึงแนวทางการบริหารของกองทุนน้ำมัน จะเอาอย่างไร จะเป็นการใช้เงินพยุงราคาแบบกวาดแล้วขาดทุน ตอนนี้ก็ระดับหมื่นล้านบาทแล้ว การกำหนดวันแบบที่เป็นมา แล้วสร้างปัญหา หรือจะเปลี่ยนแนวทางใหม่ เช่น ทยอยขยับเป็นขั้นบันไดหรือไม่ เพื่อส่งสัญญาณให้ประชาชน และภาคอุตสาหกรรมได้เริ่มปรับตัว อาจจะมีการช่วยเหลือแบบยุทธศาสตร์เฉพาะเจาะจงก็ได้ เช่นเน้นลงไปที่กลุ่มเปราะบางโดยเฉพาะ หรือธุรกิจขนส่งที่เป็นต้นน้ำ
และความพร้อม เพราะเราต้องมองไปยังระยะหลายเดือนข้างหน้า ว่าจะมีการทำอย่างไรกับบางจุดที่เริ่มก่อปัญหา เช่น การขาดแคลนเม็ดพลาสติก ซึ่งส่งผลต่อเนื่องกับซัพพลายเชน กระทบเป็นลูกโซ่ อาทิ สี ปูน รวมถึงบรรจุภัณฑ์ ที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมอาหาร ควรต้องมีการเตรียมความพร้อมแล้ว ขณะเดียวกันสินค้าจำนวนมากของเราก็ถูกนำเข้ามาจากตะวันออกกลางค่อนข้างสูง อย่างปุ๋ยไนโตรเจน หากขาดหายไป ก็จะส่งผลกระเทือนไปถึงเกษตรกรแน่นอน ตลอดถึงการเก็บเกี่ยว รายได้ และสินค้าการเกษตร ในอนาคตที่จะตามมา
นายวีระยุทธ ย้ำว่า พรรคประชาชน ไม่ได้นิ่งนอนใจ เรามีการลงพื้นที่สำรวจทั่วประเทศ
นายศุภโชติ กล่าวเสริมว่า พรรคประชาชน ไม่ได้นิ่งนอนใจ เรามีการลงพื้นที่สำรวจทั่วประเทศ สรุปได้ 3 อย่าง คือ 1.ประชาชนไม่มีน้ำมันเติม 2.ผู้ประกอบการน้ำมัน ถูกจำกัดการปล่อยโควตาน้ำมันออกจากคลังน้ำมัน
"เป็นคำถามกับรัฐบาลกลับไปว่า แล้วสิ่งที่พูดกับสิ่งที่ทํา ในเมื่อมันขัดแย้งกันขนาดนี้ แสดงถึงความล้มเหลว ในการบริหารวิกฤตครั้งนี้หรือไม่" นายศุภโชติ ย้ำ
3.ค่าไฟ ซึ่งอาจสูงขึ้นในอนาคต เนื่องจากไฟฟ้าในประเทศผลิตจากก๊าซพลังงานธรรมชาติค่อนข้างมาก สิ่งที่รัฐบาลสามารถทําได้ทันที เพื่อทุเลาปัญหาภาระค่าครองชีพบิลค่าไฟ คือ การลดอัตราค่าไฟสำหรับกลุ่มเปราะบาง จากนโยบายที่รัฐบาลเคยใช้หาเสียงเอง ขอเรียกร้องให้มีการบังคับใช้ในบิลที่จะถึงนี้ทันที รวมถึงประกาศโควตารับซื้อไฟฟ้าเพิ่มเติมจากโซลาร์เซลล์ เพื่อช่วยลดการผลิตไฟฟ้าจาก LNG ตลอดจนโครงการควบคุม การตอบสนองด้านไฟฟ้า ซึ่งสามารถขอความร่วมมือ หรือจ่ายค่าชดเชยให้กับโรงงาน หรือผู้ประกอบการผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ ในการลดการผลิตไฟฟ้าจากต้นทางได้ จึงควรเร่งออกมาตรการเร่งด่วน
สําหรับการดําเนินการต่อไปของพรรคประชาชน ผ่านกลไลในรัฐสภานั้น นายวีระยุทธ กล่าวว่า เนื่องจากวาระการประชุมของ สส. ที่คาดว่าภายในสัปดาห์นี้ จะเป็นการเลือกนายกรัฐมนตรี กว่าจะเปิดสภา ซึ่งสามารถตั้งกระทู้ หรือญัตติได้ จึงจะเป็นในสัปดาห์ถัดไป แต่แน่นอนว่า หากมีเรื่องเร่งด่วน เราสามารถเสนอเป็นวาระสําคัญขึ้นมาได้ ซึ่งเรากําลังจับตาดูอยู่ หากมีความจําเป็นเร่งด่วน ก็จะทํา รวมถึงการประชุม ครม.ที่มีมติในวันนี้ด้วย จะส่งสัญญาณความชัดเจน และความพร้อมให้กับประชาชนได้แค่ไหน
แท็กที่เกี่ยวข้อง ราคาน้ำมัน ,ข่าวการเมือง