เลือกตั้งและการเมือง
“อรรถพล” ยันคุยเลขากฤษฎีกา เตรียมออก พ.ร.ก.กู้เงิน ชดเชยกองทุนน้ำมัน หลังติดลบ
5 ชั่วโมงที่แล้ว
50 views
“อรรถพล” ยันคุยเลขากฤษฎีกา เตรียมออก พ.ร.ก.กู้เงิน ชดเชยกองทุนน้ำมัน หลังติดลบ ย้ำตรึงดีเซลครบ 15 วัน ขอดูสถานการณ์ ส่วนเบนซินขึ้นเป็นสเต็ป จ่อชง ครม. ขอความร่วมมือประหยัดพลังงานเพิ่มอุณภูมิเครื่องปรับอากาศ 26-27 องศา
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. แถลงสถานการณ์ประจำวันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2569 ว่า เช้านี้ ได้มีการหารือกับ หน่วยงานเกี่ยวข้อง ในเรื่องมาตรการต่างๆเกี่ยวกับราคาน้ำมันไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันดีเซล LPG และ LNG ซึ่งคนไทยทุกคน เกิดความกังวลว่า หลังกระทรวงพลังงานได้มีการประกาศไปแล้วเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา ว่าน้ำมันเราสามารถอยู่ได้ถึง 95 วัน วันนี้จึงมีการประชุมกัน โดยมีข้อสรุปต่างๆจาก ศบก .กระทรวงพลังงาน และ นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ว่า จะมีการหาสิ่งต่างๆ เข้ามาทำการเสริมในเรื่องน้ำมัน หากไม่สามารถนำน้ำมันดิบ ออกจากช่องแคบฮอร์โมนได้ จะมีน้ำมันจากแหล่งใดที่จะมาเติม และจะมีการนำไบโอดีเซล หรือ เอทานอล มาผสมอย่างไรเพื่อเป็นการยืดระยะเวลา ซึ่งปัจจุบันผสมอยู่แล้ว แต่หากเกิดวิกฤตมากกว่านี้ เราจะสามารถผสมได้เพิ่ม จากกี่เปอร์เซ็นต์เป็นกี่เปอร์เซ็นต์ และจะทยอยทำรายอย่างไร
รวมถึงหารือถึงการตรึงราคา ที่นายกรัฐมนตรีได้มีการประกาศเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ว่าจะมีการตรึงราคาน้ำมันดีเซลเป็นระยะเวลา 15 วัน ซึ่งขณะนี้ผ่านไปแล้วประมาณ 9-10 วัน ตรึงราคาอีก 5-6 วันแต่สำหรับราคาน้ำมันเบนซินซึ่งไม่มีการพูดถึงในการประเมินราคา กระทรวงพลังงานก็มีการนำเงินกองทุนน้ำมันมาเป็นตัวซัพพอร์ต และยังไม่มีการปรับขึ้นราคา แต่จากสถานการณ์ที่เกิดความรุนแรงอย่างไม่มีข้อยุติ จากที่มีการตรึงราคาเฉพาะน้ำมันดีเซล อาจจะประกาศเพื่อเคลื่อนไหวในเรื่องการขึ้นราคา แต่จะขึ้นเป็นสเต็ป ไม่ใช่ว่าขึ้นครั้งเดียว แต่จะเป็นในลักษณะการทยอยขึ้นตามกลไกของ ปตท.
ด้านนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กำลังการกลั่นหรือการผลิตในประเทศไทย ซึ่งต้องนำเข้าน้ำมันดิบเป็นส่วนใหญ่ เพียงแต่โรงกลั่นที่นำเข้าน้ำมันดิบ เป็นน้ำมันสำเร็จรูป มีกำลังการผลิตเหลืออยู่ไม่มาก ซึ่งที่ผ่านมาส่งออกซึ่งขณะนี้มาตรการคือระงับการส่งออก ยกเว้นสปป.ลาวและเมียนมา ซึ่งในส่วนที่มีการระงับการส่งออกได้ มีการประกาศเพิ่มให้สำรองเพิ่มจาก 1% เป็น 3% สิ้น โดยสิ้นเดือนมีนาคมเพิ่มน้ำมันสำรองเป็น 1.5% สิ้นเดือนเมษายน เพิ่มน้ำมันสำรองเป็น 3% ซึ่งสามารถเพิ่มได้ในเวลาได้อีก 7 วัน
และหลังจากที่มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายบริหารพลังงาน คือมาตรการการเพิ่มส่วนผสมของน้ำมันดีเซล โดยเพิ่มผสมของไบโอดีเซลเข้าไป B100 จาก 5% เป็น 7% เพื่อช่วยลดการใช้ตัวเนื้อดีเซล ซึ่งเป็นฟอสซิล จากน้ำมันลงไป 2% โดยจะมีผลในวันที่ 14 มีนาคม 2559 ซึ่งมีระยะเวลาให้ผู้ค้าน้ำมันได้เตรียมตัว จะช่วยในการลดการใช้ดีเซลและส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลในประเทศ ซึ่งผลผลิตปาล์มเข้าสู่ฤดูที่สามารถเก็บเกี่ยวได้จึงไม่ต้องห่วงในเรื่องของความเพียงพอ และสิ่งที่จะทำเพิ่มคู่ขนานกันไป ให้มีการศึกษาเพิ่มเติม ว่าจะสามารถส่งเสริม B10 และ B20 ได้อย่างไร เนื่องจากค่ายรถยนต์บางค่ายไม่สามารถใช้งานได้
ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลจะมีการตรึงให้ครบ 15 วัน ก่อนที่จะไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง น้ำมันดีเซลเรามีการเข้าไปช่วยบางส่วนไม่ได้ช่วยทั้งหมด เนื่องจากราคาอยู่สูงในตลาดโลก จึงต้องมีการขยับ แต่จะมีการประสานงาน ว่าอย่าขึ้นครั้งเดียวแล้วกระชากราคา
ส่วนสิ่งที่จะทำทันทีจาก B5 จะเปลี่ยนเป็น B7 ส่วนตัวน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ปัจจุบันมีตลาดมีอยู่แล้ว ที่เรียกว่า E10 E20 E85 ซึ่งเป็นสัดส่วนการผสมเอทานอล ซึ่งจะมีการส่งเสริมให้ใช้มากขึ้น โดยผ่านราคาเป็นแรงจูงใจ ซึ่งปัจจุบันราคา E10 กับ E20 ห่างกันประมาณ 2 บาท แต่จะเพิ่มขึ้นให้เป็น 3 บาท
ขณะเดียวกันคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน ได้มีการทำประกาศการตรึงราคาก๊าซหุงต้มต่อไป จากประกาศเดิมที่จะหมดในเดือนมีนาคมนี้ แต่จะประกาศตรึงราคาต่อไปอีก 2 เดือน คือพฤษภาคม ขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่าราคาก๊าซหุงต้มจะไม่มีการปรับขึ้นจนถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะค่อยมาดูกันอีกครั้งหนึ่ง
ขณะที่ก๊าซธรรมชาติซึ่งถือเป็นเชื้อเพลิงที่ผลิตไฟฟ้า จากที่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาแถลงไว้ว่าในช่วงก๊าซ 2 เดือน มีนาคมและเมษายน เกือบ 40 ลำ มี 5 ลำที่มาจากการ์ตา ออกมาได้แล้ว 2 ลำ อีก 3 ลำ ยังไม่ได้ออกมา แต่ไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งการให้ทางปตท.ติดต่อนำ 3 ลำที่ยังไม่ได้ออกมาจากกาตาร์ ไปหาแหล่งอื่นทดแทน โดย ณ ปัจจุบันสามารถคอนเฟิร์มได้แล้ว 2 ลำ และอีก 1 ลำจะเป็นผู้ค้าอีก 1 รายที่กำลังรอการคอนเฟิร์ม ซึ่งได้รับข้อเสนอมาแล้ว ก่อนยืนยันว่าตัวก๊าซ LNG ที่จะมาทดแทนก๊าซขึ้นมาจากการได้ในช่วง 2 เดือนมาได้อย่างแน่นอน และส่วนของกาตาร์ก็ไม่ได้ยกเลิก หากออกมาได้ก็จะมาเติมอีกทางหนึ่ง
ขณะเดียวกันในทางคู่ขนานกัน คือในพื้นที่อ่าวแหล่งก๊าซ JDA (Joint Development Area) หรือพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซียให้ผลิตเพิ่ม ซึ่งทางมาเลเซียยืนยันว่าจะผลิตเพิ่มให้กับไทย และขอให้มีการซื้อไฟฟ้าพลังงานน้ำเพิ่มจากสปป.ลาว และพูดคุยกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตในการเพิ่มกำลังการผลิตจากถ่านหิน จึงขอให้ความมั่นใจว่าจะไม่ขาดเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า สามารถบริหารจัดการได้
อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้เป็นการประมาทในเรื่องมาตรการประหยัดพลังงาน จะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ 10 มีนาคม 2569 ปลัดกระทรวงพลังงานทำหนังสือถึงหน่วยงานราชการ มีดำเนินการมาตรการประหยัดพลังงานเช่น การตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศขึ้นไปอยู่ถึง 26-27 องศา และหากไม่จำเป็นไม่รับแขกบ้านแขกเมือง การแต่งกายในแต่ละกระทรวง หรือแต่ละกลุ่มขอความร่วมมือไม่ต้องผูกไทใส่สูท หรือการใช้พลังงานอย่างประหยัด ปิดไฟที่ไม่จำเป็น รวมไปถึงมาตรการ work from home ซึ่งยังถือเป็นไปด้วยการขอความร่วมมืออยู่ การประชุมออนไลน์ ที่อยากให้หน่วยงานแต่ละหน่วยทำกัน และขอความร่วมมือกับทางผู้ค้าน้ำมันที่มีสถานีบริการน้ำมัน ให้ส่งเสริมในเรื่องของการตรวจสภาพเครื่องยนต์ของรถยนต์ให้กับประชาชน เนื่องจากการตรวจสอบเครื่องยนต์และเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาสามารถประหยัดน้ำมันได้จำนวนมาก
ส่วนมาตรการประหยัดพลังงานถ้าไปจำกัดเยอะจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่จะไม่หมุนเวียน ถ้าจะให้ทุกคน WFH 100 % มันจะไม่เกิดการเดินทาง รวมถึงมันไม่เกิดการการใช้จ่ายร้านค้ารอบๆ ที่ทำงาน
ขณะที่ขั้นแรกคง คงเป็นมาตรการขอความร่วมมือ ถ้าถึงขั้นปิดเปิดสถานีบริการน้ำมัน เป็นเวลาจะสร้างการแตกตื่น การปิดห้างสรรพสินค้า เวลา 21.00 น .จะกระทบการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ดังนั้นมาตรการพี่จะออกมาแต่ละมาตรการ ต้องดูให้รอบด้าน
นายพิพัฒน์ ยังระบุอีกว่า ในปัจจุบันความตื่นตระหนกของผู้ใช้น้ำมันโดยเฉพาะ มีไปรอตามสถานีบริการน้ำมันอย่างมากมาย ขอให้แจ้งให้ทราบว่าน้ำมันไม่ได้ขาด ขอให้กลับสู่สภาวะปกติ เพราะฉะนั้นขอทุกคนอย่ากังวลว่าน้ำมันจะหมดสต๊อก ไม่มี ตนขอยืนยัน ว่าน้ำมันไม่ช็อตแน่ ส่วนภาคอุตสาหกรรม ที่เคยซื้อน้ำมันจากจ็อบเปอร์ ขอให้รวมรวมบิล 2 เดือนย้อนหลังเพื่อขอซื้อน้ำมันในราคาที่ประกาศจากบริษัทแม่ผู้ขายน้ำมัน มิดช่นนั้นจะต้องซื้อในราคาที่ลอยตัว
ขณะที่สถานะกองทุนน้ำมันขณะนี้ นายอรรถพล กล่าวว่า วันแรกบวกสองพันกว่าล้าน หลังจากนั้นก็ติดลบเล็กน้อย แต่จากที่ตนยืนยันว่าถือเป็นบทบาทและหน้าที่ของกองทุนน้ำมันที่จะเข้ามาช่วยดูแลในสภาพราคาน้ำมันที่ผันผวน และกองทุนน้ำมัน เคยติดลบสูงสุด 120,000 ล้านบาท ซึ่งโชคดีว่าก่อนเกิดเหตุการณ์เป็นบวกอยู่นิดหน่อย เพราะฉะนั้นสถานภาพปัจจุบันติดลบอยู่นิดหน่อย
ส่วนมีการเตรียมความพร้อมเรื่องแหล่งเงินออกพระราชกำหนด จะต้องเร่งด่วนเพียงใด นายอรรถพล ยืนยันว่า ตัวกองทุนมีหน้าตักของตัวเอง ในการที่จะติดลบได้ประมาณ 1 และขนานกันวันนี้ได้มีการหารือกัน ทั้งเลขาฯกฤษฎีกา ได้มีการเตรียมการเอาไว้แล้วการดำเนินการที่ต้องออกพระราชกำหนดให้กระทรวงการคลังค้ำเงินกู้ ได้ดำเนินการมาแล้ว 1 ครั้ง เพราะฉะนั้นคณะกรรมการที่จะพิจารณาเรื่องพวกนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมไว้ทั้งหมดแล้ว
ส่วนประเมินสถานการณ์ราคาน้ำมัน นายอรรถพล ยืนยันว่า ขึ้นอยู่กับสงคราม ในระดับนี้เป็นไปได้ทั้งบวกและลบ เนื่องจากตัวน้ำมันดิบขึ้นมาเป็น 100 เหรียญ และน้ำมันสำเร็จรูปขึ้นมา 150 เหรียญ มันดีเซลขึ้นมาสูง อาจจะมีข่าวดีตรงที่ขณะนี้ประเทศที่มีสำรองน้ำมันจำนวน มากเริ่มที่จะมีการทยอยประกาศว่าจะนำน้ำมันสำรองออกมาใช้
จึงจะช่วยพยุงความผันผวนของราคาได้ซึ่งหากให้มองทางปัจจัยไม่ดี คือยังรบกันต่อ แต่ปัจจัยดีก็คือเริ่มที่จะมีการปล่อยน้ำมันจากช่องทางอื่น เข้ามาสงครามหยุดเมื่อไหร่น้ำมันรถลงแน่นอน
เมื่อถามว่าสุดท้ายแล้วหากพิจารณาซื้อไม่ได้จะพิจารณาจากรัสเซียหรือไม่ นายอรรถพล ยืนยันว่า ขณะนี้งานเทรดดิ้ง โดยเฉพาะของปตท. พยายามหาจากหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นจากอเมริกา แอฟริกา มาเลเซีย ออสเตรเลีย ซึ่งรัสเซียถือเป็นอีกแหล่งหนึ่งแต่ต้องดูดีๆเพราะมาตรการคว่ำบาตรอาจจะต้องเช็คดูน่าจะมีความเสี่ยง หาซื้อจากรัสเซียเพราะหากโอนเงินไปแล้วเงินโดนกักก็จะเป็นความเสี่ยงของผู้ซื้อ ซึ่งต้องดูให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น แต่ทางอเมริกาก็เริ่มที่จะผ่อนคลายเรื่องมาตรการในคร่อมบัตรรัสเซียแล้ว
เมื่อถามว่าที่บอกว่าราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นไปได้ใช่หรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า เป็นไปได้ทั้งหมด แต่จะไม่หยุดถาวร อาจจะเป็นการกระชากไปในช่วงหนึ่งและอาจจะลงมา ซึ่งสถานการณ์น้ำมันทั้งราคาและปริมาณขึ้นอยู่กับสงครามโดยตรงซึ่งต้องติดตามสถานะสงครามอย่างใกล้ชิดเป็นรายชั่วโมง
ด้านนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิช กล่าวถึงการกักตุนสินค้า ว่ามีบทลงโทษจำคุก 7ปี ปรับ 140,000 บาทหรือทั้งจำ ทั้งปรับ โดยยืนยันว่ายังขณะนี้ยังไม่มีการปรับขึ้นราคา เนื่องจากเป็นสินค้าควบคุม ดังนั้นหากผู้ประกอบการจะมีการปรับขึ้นราคา จะต้องมีการยื่นข้อมูลมายังกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้เห็นโครงสร้างราคาว่าส่วนไหนที่มีการเปลี่ยนไป ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการยื่นมาเพื่อขอปรับขึ้นราคา
แท็กที่เกี่ยวข้อง พ.ร.ก.กู้เงิน ,กองทุนน้ำมัน ,อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ,ราคาน้ำมัน