เลือกตั้งและการเมือง
“เท้ง” ไม่ปิดกั้น เสนอชื่อชิง “ปธ.สภาฯ” ย้ำการทำงานฝ่ายค้านไม่จำเป็นต้องจุดยืนเดียวกัน
5 ชั่วโมงที่แล้ว
57 views
“เท้ง” ไม่ปิดกั้น เสนอชื่อชิง “ปธ.สภาฯ” ย้ำการทำงานฝ่ายค้านไม่จำเป็นต้องจุดยืนเดียวกัน พร้อมทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ซัด “อนุทิน” สองมาตราฐาน ไม่ตั้ง “ธรรมนัส” นั่งรมว. ชี้เป็นเหตุผลทางการเมืองไม่ใช่มาตรฐานทางจริยธรรม
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ เท้ง หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้ารายงานตัว กรณีที่รัฐบาลฟอร์มทีมเกือบ 100% และอาจไม่มีพรรคกล้าธรรมและพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมรัฐบาล ว่า เป็นกระบวนการปกติในสภาพรรคที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาลต้องมาทำหน้าที่ฝ่ายค้าน จึงไม่ได้มีการปรับกระบวนการทำงานอะไรมาก เพราะมีกลไกลวิปฝ่ายค้านอยู่แล้ว การทำงานฝ่ายค้านไม่จำเป็นต้องมีจุดยืนหรือการทำงานที่ตรงกัน โดยยืนยันว่ากระบวนการตรวจสอบในสภาสามารถทำงานร่วมได้กับทุกฝ่าย
นายณัฐพงษ์ยอมรับว่าในระดับสมาชิกของแต่ละพรรคมีการหารือพูดคุยกัน แต่ระดับแกนนำยังไม่มีการหารือหรือพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ และเห็นว่าตอนนี้สัญญาณจากพรรคภูมิใจไทยค่อนข้างนิ่ง แต่ต้องรอกระบวนการอย่างเป็นทางการก่อน ทั้งการเลือกประธานสภาและการโหวตนายกรัฐมนตรีและครม. จะเข้ามาทำหน้าที่อย่างเป็นทางการยังมีอีกหลายขั้นตอน ก่อนที่ผู้นำฝ่ายค้าน จะได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการถึงจะตั้งวิปฝ่ายค้านได้
เมื่อถามถึงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านจะเอาไว้ให้พรรคประชาชนหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในฐานะพรรคการเมืองอันดับ 1 ที่ทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภา ในตำแหน่งที่ให้คนสำคัญพรรคพร้อมจะทำหน้าที่ตรงนี้อย่างเต็มที่ แต่ไม่ได้กังวลหรือประมาทกับคดี 44 สส. ที่อาจจะกระทบต่อตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน เพราะยังคงยืนยันในความบริสุทธิ์ในการทำหน้าที่ สส.ในการยื่นร่างแก้ไขกฎหมาย ไม่ควรที่จะทำให้โดนคดี
“ภายในสัปดาห์นี้จะหารือในที่ประชุมสส. เพื่อให้เห็นภาพตรงกัน ถึงฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด สมมุติว่าถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ทั้ง 10 คน เราจะเดินหน้าทำงานต่อในสภาอย่างไร เพื่อทำให้การทำหน้าที่สส.ไม่ได้สะดุดลง” นายณัฐพงษ์กล่าว
เมื่อถามว่าเตรียมคนไว้แล้วใช่หรือไม่หากต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในชื่อบุคคลขอเป็นกระบวนการภายใน ขอหารือที่ประชุม สส. ก่อนหากต้องออกจากตำแหน่งผู้บริหารพรรค ต้องมาจากที่ประชุมใหญ่ซึ่งวางแผนไว้จะประชุมในช่วงเดือนเมษายนนี้
เมื่อถามว่าเป็นนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ใช่หรือไม่นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เพื่อความเป็นธรรมแก่นายวีรยุทธกับตนเอง คงไม่สามารถบอกแทนสมาชิกได้ ซึ่งเราพยายามออกแบบกระบวนการโดยไม่ยึดติดกับตัวบุคคล ทั้งนี้จะออกมาเป็นชื่อใคร ทั้งนี้ต้องมาจากการตัดสินใจของสมาชิกพรรคทุกคน
เมื่อถามว่าการมารายงานตัววันนี้ตรงกับวันที่ป.ป.ช.ต้องยื่นคำร้องส่งศาลฎีกา เป็นความบังเอิญหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่ได้ตั้งใจที่จะเลือกเฉพาะเจาะจงวันนี้ แต่เรารอให้การรับรอง สส.แบบบัญชีรายชื่อเสร็จก่อน
เมื่อถามว่าบางคนอาจสับสนที่พรรคประชาชนบอกว่าการเลือกตั้งมีปัญหาแต่ก็พา สส. มารายงานตัว นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนได้สื่อสารมาตลอดว่าอยากได้การเลือกตั้งที่โปร่งใสบริสุทธิ์ ยุติธรรม และให้ประชาชนเชื่อมั่นซึ่งพรรคยอมรับผลการเลือกตั้ง การมารายงานตัวเพื่อยืนยันพร้อมทำหน้าที่ก่อน แต่กระบวนการการตรวจสอบการเลือกตั้งก็ต้องเดินหน้าคู่ขนาน
นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวถึง การโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า เป็นเรื่องที่เตรียมหารือกับสส.ในที่ประชุม และย้ำว่าพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเข้มแข็งในสภา ซึ่งตำแหน่งสำคัญคือผู้นำฝ่ายค้าน ที่ตามกฎหมายตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านเป็นพร้อมกับตำแหน่งประธานสภาและรองประธานสภาไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นที่จะมีการเสนอชื่อเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ในสภา โดยยกในอดีตที่ผ่านมาที่เคยมีการเสนอ แต่ยืนยันว่าจะมีความชัดเจนก่อนเรียกประชุมสภานัดแรก
ส่วนโฉมหน้ารัฐบาลที่ปรากฏออกมากับการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนเป็นอย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า รอให้กระบวนการหลายอย่างเสร็จสิ้นก่อน หลังจากนั้นพรรคประชาชนก็พร้อมทำหน้าที่ตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา และยังกล่าวถึงหลักการเลือกครม.ที่จะต้องอยู่ภายใต้หลักจริยธรรมตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่า การแต่งตั้งร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในอดีตแต่เหตุใดตอนนั้นมาตรฐานหนึ่งแต่ตอนนี้มาตรฐานหนึ่งจึงมองว่าอาจเป็นเหตุผลทางการเมืองมากกว่า ที่จะมองเรื่องมาตรฐานทางจริยธรรม
เมื่อถามถึงกรณีนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส. สงขลา เขตเลือกตั้งที่ 4 พรรคกล้าธรรม มีความเห็นเรื่องนี้อย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ ขอยังไม่ให้ความเห็นในเรื่องนี้
ทั้งนี้ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชนฝ่ายกฎหมาย อธิบายเพิ่มเติมถึงกรอบเวลา 9 มีนาคม ในการส่งคำร้องคดี 44 สส. ของ ป.ป.ช. ต่อศาลฎีกาว่า ความจริงแล้วไม่ใช่วันที่ 9 มีนาคม
นพ.วาโยอธิบายว่า กรอบเวลา 1 เดือน และ 30 วัน ในทางกฎหมายนั้นแตกต่าง การนับ 1 เดือนนั้น ต้องไม่ลืมว่าเดือนกุมภาพันธ์มีเพียง 28 วัน หากนับ 30 วัน กรอบเวลาของการยื่นคำร้องย่อมตรงกับวันที่ 11 มีนาคม
อย่างไรก็ตาม นพ.วาโยยังระบุว่า ตามกฎหมายเกี่ยวกับ ป.ป.ช. สามารถขยายเวลายื่นคำร้องได้ต่อไปเรื่อยๆ หากมีเหตุผลรองรับ
แท็กที่เกี่ยวข้อง เท้งณัฐพงษ์ ,ปธ.สภาฯ ,ฝ่ายค้าน