เลือกตั้งและการเมือง
"เสรีพิศุทธ์" ซัด “ภูมิใจไทย” ไร้มารยาท ยันไม่โหวต “อนุทิน” นั่งนายกฯ เหน็บ“รังษี”ยังไม่ทันปราบโกงก็ไปเข้าร่วมแล้ว
5 ชั่วโมงที่แล้ว
112 views
วันนี้ (6 มี.ค. 2569) ที่รัฐสภา พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะสส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคเสรีรวมไทย เดินทางเข้ารายงานตัว โดยก่อนการรายงานตัว ว่า ไม่ได้เข้าสภามา 2 ปีแล้ว เสียสละให้คนอื่นมาทำแทน ไม่ได้ขี้เกียจ อยู่ข้างนอกก็ทำงาน
พร้อมกล่าวถึงการยื่นหนังสือที่ศาลฎีกาเพื่อขอให้ประธานศาลฎีกาตั้งองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาเพื่อไต่สวนข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย กรณีกลุ่มบุคคลถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่นักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร ด้วยการฝ่าฝืนกฎหมาย โดยอ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้พิพากษาจำคุกนายทักษิณ จากกรณีรักษาตัวชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ไม่ได้เป็นไปตามระเบียบของกฎหมาย ในฐานะอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หยิบยกเรื่องการแต่งตั้งตำรวจที่เรียกว่าตั๋วช้าง หรือการแต่งตั้งพลตำรวจเอกต่อศักดิ์ สุขวิมล จากตำแหน่งสารวัตรเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงได้มีการตรวจสอบระบบตั๋วช้าง และพบว่ามีกระบวนการนำตัวนายทักษิณ กลับประเทศไทย มีผลประโยชน์ตอบแทนที่เรียกกันว่าตั๋วช้าง
ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการยื่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ให้มีการตรวจสอบ นายทักษิณ , นายวิษณุ เครืองาม , พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ,นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ , นายเศรษฐา ทวีสิน และวันนี้จะไปยื่นศาลฎีกา ให้แต่งตั้งองค์คณะไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีมีกลุ่มบุคคลร่วมกันขอพระราชทานอภัยโทษ ให้แก่นายทักษิณเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ เพราะกระบวนการขอพระราชทานอภัยโทษไม่ชอบด้วยกฎหมาย
และอ้างอิงว่า ความจริงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในยุคนั้นจะต้องรู้กระบวนการ และเป็นผู้ถวายความเห็น ว่าสมควรพระราชทานอภัยโทษหรือไม่ ตามประมวลกฎหมายอาญาวิธีพิจารณาความอาญา แต่เหตุใดนายวิษณุเบิกความต่อศาลว่าการขอพระราชทานอภัยโทษ ไม่ได้ผ่านตนเอง จึงอยากให้ศาลเรียกนายวิษณุและนายทักษิณมาไต่สวนและหากกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายมีโทษจำคุก
"ละเมิดอำนาจพระมหากษัตริย์ ในฐานะที่ตนเองนอกจากเป็นตำรวจแล้ว ยังเป็นคนที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฯ มีความจำเป็นที่จะต้องปกป้องสถาบัน พระมหากษัตริย์ไม่ให้ใครมาละเมิด" พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์กล่าว
พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ กล่าวถึงความตั้งใจในการเข้ามาทำหน้าที่ผลักดันกฎหมาย เพื่อสร้างความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม แต่มีเสียงเดียวก็ไม่รู้ว่าจะผลักดันกฎหมาย ในการเข้าชื่อเสนอกฎหมายได้หรือไม่ และปฏิเสธกระแสข่าวการเทียบเชิญร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย และท้วงติงว่าไม่มีมารยาทนำชื่อไปใส่
"คนอย่างนี้พอได้ 190 กว่า ก็คิดว่าจะต้องจัดรัฐบาล ต้องบริหารประเทศให้ได้ จะเป็นนายกรัฐมนตรีให้ได้ มี 190 กว่าก็ไปเอาพรรคเพื่อไทยมา 70กว่า ก็เป็น 200 กว่า 200 เศษเป็นรัฐบาลไม่ได้ เอาพรรค 1 1 1 2 3 4 5 ใส่เข้าไปให้ดูเยอะ ให้ได้ 300 เสียง เพื่อตั้งรัฐบาลให้ได้ เพื่อบีบพรรคนู้นบีบพรรคนี้ เข้ามาโดยไม่มีข้อต่อรอง เพราะมีเสียง 300 แล้ว ไปร่วมกับคนโกงไม่ได้หรอก" พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์กล่าว
พร้อมเปรียบเทียบกับพรรคน้องใหม่ ไม่เหมือนกับพรรคเศรษฐกิจ ของพลเอก รังษี กิติญาณทรัพย์ บอกจะปราบโกงใครโกงจะประหารชีวิต แต่ยังไม่ทันทำงาน ไปมอบตัวกับคนโกง และยืนยันไม่โหวตให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมอธิบายคุณสมบัติของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแต่ละคนของพรรคที่มีสมาชิกเกิน 20 เสียง แต่ไม่ได้บอกว่าจะเลือกใคร
แท็กที่เกี่ยวข้อง