เลือกตั้งและการเมือง
'สมชัย-ดร.เรือบิน' แฉพิรุธบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เตรียมจัดเลือกตั้งจำลองพุธหน้า
9 ชั่วโมงที่แล้ว
15 views
เมื่อวานนี้ (25 ก.พ.69) คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) จัดประชุมองค์กรประชาธิปไตย นักวิชาการ และเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง 69 โดยตั้งประเด็นต่อการตรวจสอบสัญลักษณ์พิเศษ คือ บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ที่สามารถตรวจสอบการใช้สิทธิ์เลือกตั้งของประชาชน ว่าลงคะแนนเลือกใครได้
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงข่าวหลังการประชุม ว่า การพบรหัสบาร์โค้ด และ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง คือเครื่องมือสำคัญที่ใช้ตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งแต่ละคน ลงคะแนนให้ใคร ซึ่งถือเป็นการละเมิดหลักการพื้นฐานที่การเลือกตั้งต้องเป็นความลับ ซึ่งเราไม่ได้จะเปิดเผยชื่อว่าใครเลือกใคร เพราะนั่นจะผิดกฎหมาย แต่กำลังชี้ให้เห็นว่า กระบวนการที่ออกแบบมานี้ สามารถรู้ตัวตนคนเลือกได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะ 10 คน 20 คน 100 คน หรือ 300 คน
จากการสังเกตพบว่าบัตรสีชมพูมีบาร์โค้ด สามารถสแกนด้วยสมาร์ทโฟนทั่วไปก็เข้าถึงรหัสได้ ส่วนบัตรสีเขียวใช้ QR Code รหัสเดียวกันทั้งเล่ม 20 ใบ เพื่อย้อนไปยังเล่มบัตร และเพื่อพิสูจน์ว่าเรื่องนี้ “ง่ายมาก” ทางเครือข่ายฯ จะจัดกิจกรรม “สาธิตการเลือกตั้งจำลอง” ในวันพุธที่ 4 มี.ค.69 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมชั้นล่าง อาคารรัฐสภา โดยใช้บัตรเลือกตั้งจำลอง ที่มีหน้าตาคล้ายบัตรเลือกตั้งของ กกต. ให้ตัวแทนซึ่งเป็นสื่อมวลชน 10 คน ลองลงคะแนนในคูหาจำลอง แล้วให้ทีมอาสา 5 ทีม ซึ่งมีทั้งกลุ่มเด็กประถม มัธยม มหาวิทยาลัย และประชาชน ใช้เทคโนโลยีถอดรหัสแข่งกันภายใน 30 นาที ว่าสื่อมวลชนทั้ง 10 คน ใครเลือกใคร ถ้าแม้แต่เด็กประถมยังถอดรหัสได้ แสดงว่าการออกแบบบัตรของ กกต. ล้มเหลว และมีข้อบกพร่องอย่างร้ายแรง
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา จะส่งหนังสือเชิญอัครราชทูตของแต่ละประเทศ และนักวิชาการที่ให้ความเห็นว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 เป็นความลับ มาเป็นสักขีพยานในการจำลองครั้งนี้ด้วย ซึ่งตนอยากจะเชิญชวน กกต. มาร่วมสังเกตการณ์ด้วย
ด้าน ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม หรือ ดร.เรือบิน เปิดเผยผลการลงพื้นที่สังเกตการณ์การลงคะแนนใหม่ เมื่อวันที่ 22 ก.พ.69 จากการตั้งกล้องบันทึกภาพหน้าคูหาตลอดทั้งวัน จากนั้นใช้ AI ช่วยคำนวณคาดเดาการเลือกของผู้มาใช้สิทธิในช่วงนับคะแนนถ่ายบัตรสีเขียวและชมพูทุกใบ ซึ่งหากนำมาเปรียบกับภาพในช่วงเริ่มใช้สิทธิ จะเห็นคนที่ลงชื่อคนที่ 1 และคนลำดับต่อ ๆ ไป ก็จะสามารถจับคู่คนที่มาใช้สิทธิให้ตรงกับลำดับบาร์โค้ดได้ ก็สามารถพิสูจน์ทราบได้ว่าบัตรใบไหน เป็นของบุคคลที่มาใช้สิทธิคนที่เท่าไหร่ แค่มีกล้องสมัยใหม่ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพา “ของวิเศษ 3 อย่าง” ที่ กกต. บอก คือ ต้นขั้วบัตรที่มีรหัส, บัญชีรายชื่อ, บัตรลงคะแนน ซึ่ง กกต. เคยอ้างว่าการตรวจสอบทำได้ยาก แต่เพียงแค่มีการบันทึกลำดับการเข้าคูหา ควบคู่ไปกับรหัสบาร์โค้ด 8 หลักที่ปรากฏบนบัตร ซึ่งขึ้นต้นด้วยตัว A ก็สามารถระบุตัวตนผู้ลงคะแนนได้อย่างแม่นยำ
ดังนั้นจากการออกแบบกระบวนการ ทำให้ผู้ตั้งใจทุจริตการเลือกตั้งสามารถตรวจสอบได้ว่า การซื้อเสียงนั้นเกิดผลสำเร็จหรือไม่ แม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ถูกต้องใกล้เคียง 100% และหากผู้มีอำนาจได้ข้อมูลนี้ไป สั่งการบุคคลในองค์กรอิสระและหน่วยงานราชการ อาจนำข้อมูลที่มีสร้างเป็น Big Data เพื่อวางแผนจัดการให้เกิดผลสำเร็จทางการเมืองในอนาคตได้
ดร.ธรรม์ธีร์ ยังเชื่อว่า การเลือกตั้งครั้งต่อไปน่าจะไม่มีบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดแล้ว แต่ในเมื่อมีแล้ว กกต. อ้างว่าใช้เพื่อตรวจสอบบัตรปลอมบัตรเขย่ง ถ้าวันนี้เราลองนับใหม่ทั่วประเทศ ก็จะทราบว่ามีคะแนนคลาดเคลื่อนไปเท่าไหร่
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/ejuzenPdVYk
แท็กที่เกี่ยวข้อง