เลือกตั้งและการเมือง

"พรรคประชาชน" ชวนประชาชน จับตา 22 ก.พ. เลือกตั้งใหม่บางหน่วย กกต.ใช้ "บัตรบาร์โค้ด" หรือไม่

4 ชั่วโมงที่แล้ว

30 views

เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2569 เวลา 10.30 น. ชั้น 7 อาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรคประชาชน นายกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และ ผอ.กองอำนวยการเลือกตั้งของพรรค และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบการจัดการเลือกตั้ง 2569 ของกกต. พร้อมร้องให้กกต. ตอบคำถามประชาชนให้สิ้นข้อสงสัย

โดย นายพริษฐ์ กล่าวว่า กรณีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ย้ำจุดยืนของพรรคอีกรอบ อยากให้ประชาชนจับตาการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 22 ก.พ.นี้ วันนี้ประจักษ์ชัดแล้วว่าในบัตรเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ เป็นบาร์โค้ดรหัสบัตร พูดง่าย ๆ ตรวจย้อนกลับไปได้ว่าประชาชนแต่ละคนที่ลงคะแนนเสียงกาให้กับใคร คำถามที่ถกเถียงในสังคมคือ การมีอยู่ของบาร์โค้ดจะทำให้การออกเสียงในวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ไม่ลับจริงหรือไม่

ปัจจุบันเราจะเห็นว่ามี 2 กลุ่มความเห็น โดยความเห็นแรก พรรคประชาชนเห็นด้วยคือ 1.เรามองว่าออกเสียงลับหรือไม่ คือการตั้งคำถามว่า สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้หรือไม่ ว่ากาอะไร ไม่ว่าจะเข้าถึงข้อมูลใดก็ตาม ดังนั้นถ้าเกิดว่าการออกเสียงจะลับ ต้องตรวจสอบกลับไม่ได้ ไม่ว่าเชิงทฤษฎี หรือปฏิบัติ สอดคล้องกับจุดยืนพรรคประชาชนเท่ากับว่าการออกเสียงครั้งนี้ไม่ลับ เพราะในเชิงทฤษฎีการมีอยู่ของบาร์โค้ด ทำให้เช็คได้ว่ากาให้กับใคร

2.นิยาม กกต.เป็นอีกแบบหนึ่ง นิยามว่าการออกเสียงถือว่าลับ แม้ว่าตรวจสอบย้อนกลับไปได้ในเชิงทฤษฎี แต่ตรวจสอบย้อนกลับไปได้ยากในเชิงปฏิบัติ โดย กกต.พยายามบอกว่า นิยามแบบนี้ เลือกตั้ง 8 ก.พ.ยังลับอยู่ โดยให้เหตุผลว่า บัตรลงคะแนน และต้นขั้วในที่ปลอดภัย แม้เรายอมรับนิยามคำว่าลับของ กกต. แต่การตรวจใครกาให้กับใครไม่ได้ยากขนาดนั้น ไม่เกี่ยวข้องเลยว่า กกต.เก็บบัตรเลือกตั้ง หรือต้นขั้วไว้อย่างปลอดภัยหรือไม่ เพราะมีกระบวนการตรวจสอบได้ว่า ใครกาให้กับใคร โดยไม่ต้องเข้าถึงบัตรเลือกตั้ง หรือต้นขั้วดังกล่าว

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ดังนั้นทั้งหมดตนไม่ได้บอกว่ากระบวนการแบบนี้เกิดขึ้น 8 ก.พ. แต่การมีอยู่ของบาร์โค้ดบนบัตรเปิดช่องโหว่ ทำให้การออกเสียงไม่ลับ หากผู้สมัครรู้ระบบบาร์โค้ดก่อน สามารถใช้ช่องโหว่ตรงนี้เช็กได้ว่าใครกาให้กับใคร ประเด็นที่เราคุยกันอยู่นี้ จะถูกทดสอบ และสังเกตการณ์อีกครั้งในการเลือกตั้งใหม่บางหน่วยในวันที่ 22 ก.พ. เข้าใจว่าใน กทม.เอง มีเขตเลือกตั้งที่ 15 มีการเลือกตั้งใหม่ 1 หน่วย


“อยากสื่อสารว่า หาก กกต.ยืนยันว่าบัตรออกเสียง หรือบัตรเลือกตั้งตัวเองไม่มีปัญหาจริง เราควรเห็น 2 อย่างคือ 1.กกต.ใช้บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดอยู่ในวันที่ 22 ก.พ. 2.เราควรเห็นการนับคะแนนไม่มีความพยายามปกปิดบาร์โค้ด สิ่งที่ตนกังวลใจว่า กกต.อาจออกแนวปฏิบัติปกปิดบาร์โค้ด ถ้าทำเช่นนั้นเท่ากับยอมรับแล้วว่าบาร์โค้ดมีปัญหา เพราะเป็นการออกแนวปฏิบัติแตกต่างไปจากวันที่ 8 ก.พ. ย้ำว่าหาก กกต.ยืนยันว่าบัตรเลือกตั้งตัวเองไม่มีปัญหา กกต.ต้องใช้บัตรเลือกตั้งแบบเดิม และต้องไม่มีการออกคำสั่งใด ๆ ทำให้กระบวนการนับคะแนนมีความพยายามปิดบาร์โค้ด หรือทำอะไรที่ต่างไปจาก 8 ก.พ.” นายพริษฐ์ กล่าว

โฆษกพรรคประชาชน กล่าวด้วยว่า ข้อเรียกร้องของพรรคประชาชนให้เปิดเผยข้อมูลบางหน่วย วานนี้ กกต.ออกเอกสารข่าวว่าเปิดเผยผลรายหน่วยครบ 400 เขต มีการเผยแพร่เอกสาร 5/18 ที่รายงานผลรายหน่วยในเว็บไซต์ บอกว่าครบทุกหน่วยแล้ว ยกเว้นหน่วยที่นับใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่ เมื่อไปตรวจสอบมาพรรคประชาชนมี 3 ข้อเรียกร้อง

1.อยากให้ กกต.ยืนยันว่าปัจจุบันหากไม่นับหน่วยที่นับใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่ มีการเปิดเผย 5/18 ครบทุกหน่วยแล้วหรือไม่ เพราะพรรคประชาชนยังได้รับข้อร้องเรียนจากภาคประชาชนว่า มีบางหน่วยยังไม่อัปโหลดเอกสาร 5/18 และบางเขตเลือกตั้งมีครบทุกหน่วยในพื้นที่ แต่ขาดผลการนับคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต หรือนอกราชอาณาจักร

2.เรียกร้องให้ กกต.เปิดเผยเอกสาร 5/18 หรือผลรายงานนับคะแนนรายหน่วย ในรูปแบบที่มันสะดวกต่อประชาชนในการวิเคราะห์ หรือตรวจสอบต่อได้ เพราะปัจจุบันการเผยแพร่ข้อมูลนี้อยู่ใน Google Drive เป็นการสแกนภาพ ทำให้ประชาชนไปบวกตัวเลขทำได้ยาก กกต.ควรเผยแพร่แบบตาราง Excel เชื่อว่า กกต.มีข้อมูลแบบนี้ในมืออยู่แล้ว

3.ให้ กกต.พิจารณาเปิดใบขีดคะแนนรายหน่วย หรือ 5/11 ให้ครบทุกหน่วย แม้กฎหมายไม่ได้บังคับ แต่ถ้า กกต.เปิดเผยตรงนี้ ทำให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัยมากขึ้น เพราะเอกสารใบขีดนับคะแนน เป็นเอกสารที่ประชาชนสังเกตการณ์ สามารถโต้แย้งถ้ามีการขีดคลาดเคลื่อน เราค้นพบว่ามีหลายกรณีที่ภาพของใบขีดคะแนน 5/11 ที่ตัวแทนเราถ่าย หรือประชาชนถ่ายในวันนับคะแนน 8 ก.พ. มีคะแนนไม่ตรงกันกับเอกสาร 5/18 ในหน่วยเดียวกัน

ขณะที่ นายกิตติชัย กล่าวว่า ในการเปิดเผยแบบ 5/11 มีความสำคัญ สอดคล้องกับการประกาศผลในแบบ 5/18 วันนี้ตนเตรียมตัวอย่างมา 8-9 เคสให้ดู ว่ามีปัญหาจริง ๆ ขณะนี้เราได้รับเรื่องร้องเรียนมากกว่า 100 เรื่อง ในเรื่องแบบขีด และแบบ 5/18 ไม่ตรงกัน เช่น จ.เชียงใหม่ เขต 6 เห็นได้ชัดว่า ผลคะแนน 5/11 ผู้สมัครของพรรคประชาชนได้เบอร์ 2 มีคะแนนที่ 59 คะแนน แต่พอ กกต.เปิดเผยตัวเลขในใบ 5/18 เห็นว่าคะแนนของผู้สมัคร พรรคประชาชนลดลงไป 10 คะแนน เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างให้เห็นว่า ทำไมเรียกร้องให้ กกต.เร่งเปิดเผยแบบ 5/11 เพราะเป็นการรวบรวมผลนับคะแนนหน้าหน่วย ณ วันนั้น มีภาคประชาชนที่ได้เก็บข้อมูลมา

ถ้า กกต.อยากทำให้เรื่องเลือกตั้งหายข้อสงสัยต่าง ๆ เร่งให้เปิด 5/11 เพื่อให้มีการตรวจสอบ ให้ข้อสงสัยนี้หมดไป นอกจากนี้ บางหน่วยรายชื่อคณะกรรมการประจำหน่วย (กปน.) ไม่ตรงกันในใบ 5/11 และ 5/18 ไม่รู้ใบไหนถูกต้อง ขณะเดียวคะแนนของผู้สมัคร สส.บางหน่วยในใบ 5/11 ได้คะแนนน้อยกว่า แต่ในใบ 5/18 กลับได้คะแนนมากกว่า

นายกิตติชัย กล่าวอีกว่า อีกเรื่องหนึ่งคือกรณี จ.สมุทรปราการ เขต 6 เข้าใจว่า กกต.ได้ส่งข่าวไปแล้วว่า ทุกอย่างจบสิ้นกระบวนการไปแล้ว จะไม่ได้มีการสั่งนับคะแนนหรือลงคะแนนใหม่แต่อย่างไร แต่ในส่วนของระเบียบ กกต.ระบุไว้ชัดเจนว่า กกต.หรือ กปน.เมื่อเสร็จจากการลงคะแนนแล้ว ต้องเก็บอุปกรณ์ทุกอย่าง รวมถึงแบบขีด และบัตรเลือกตั้งลงในหีบบัตร พร้อมทั้งใส่สายรัดอย่างแน่นหนา สัมพันธ์กับเมื่อสัปดาห์ก่อนที่ กกต.แถลงข่าวทำให้พวกเราเห็นว่า หีบบัตรหลังลงคะแนนแล้วต้องเก็บใส่ถุงใส แล้วรัดสายรัด จัดเก็บที่ปลอดภัย แต่ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏมีแบบขีด 5/11 ไปอยู่ที่บ่อขยะ ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า แบบ 5/11 เกิดขึ้นมาได้อย่างไร อยากเรียกร้องให้ กกต.เร่งตรวจสอบกรณีนี้ ในส่วนผู้สมัคร สส.ปชน.ของเรา จะได้ไปฟ้อง และดำเนินคดีทางอาญากับ ผอ.กกต.ประจำจังหวัด ในฐานะที่ต้องดูแลจัดการเลือกตั้งสมุทปราการ

ปัจจุบันเรารวบรวมเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ ไม่ว่าผู้สมัครของเรา หรือประชาชนส่งเข้ามา เราได้ร้อง กกต. หรือ กกต.จังหวัด ไปแล้ว 58 เรื่อง แบ่งเป็น บัตรเขย่ง หรือจำนวนผู้มีสิทธิและผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกัน 16 เรื่อง จำนวนผู้มาใช้สิทธิแบบเขต และบัญชีรายชื่อไม่ตรงกัน 1 เรื่อง พฤติกรรมของ กปน.ไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบ 17 เรื่อง พฤติกรรมการซื้อเสียง 1 เรื่อง และการใส่ร้ายด้วยความอันเป็นเท็จ 23 เรื่อง

เมื่อถามถึงกรณี กกต.ชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องสมุทรปราการไปแล้ว นายกิตติชัย กล่าวว่า ในส่วนของระเบียบกำหนดไว้ชัดว่า เอกสารหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องเก็บในที่ปลอดภัย และเก็บในหีบบัตร เรื่องชำรุดหรือไม่ เป็นสิ่งที่เกิดแล้วอาจชำรุดได้ แต่ประเด็นคือแบบ 5/11 หลุดจากหีบได้อย่างไร แล้วไปอยู่ในบ่อขยะด้วย เรื่องนี้ กกต.ต้องเร่งดำเนินการตรวจสอบว่า มีแบบ 5/11 หลุดออกมานอกหีบได้อย่างไร อย่างที่เรียกร้องไปว่า มีความจำเป็น และในสิ่งที่ กกต.ทำให้หายข้อสงสัยได้จากหลักฐานทุกอย่าง ถ้าเปิดได้เราอยากเรียกร้องให้เปิดทุกเขต ขณะนี้มีประชาชนได้เก็บข้อมูลมาวันหน้าหน่วยนับคะแนนจริง ส่งมาให้เรา เราอยากให้ กกต.เปิดทั้งหมด 100% เช่นเดียวกับ 5/18 ที่ยังไม่เปิดครบทุกหน่วย อยากเร่งให้มีการเปิดเผยเรื่องนี้โดยเร็ว

ขณะที่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ต้องย้ำว่าเอกสาร 5/11 ไม่ใช่เอกสารหลัก เป็นใบขีดคะแนนที่ประชาชนถ่ายได้ เป็นสิทธิประชาชนที่จะถ่ายได้ มีคนถ่ายแล้วจริง ๆ แต่ ณ วันที่นับคะแนนประชาชนอาจไม่ได้ไปครบทุกหน่วยกว่า 1 แสนหน่วย มันไม่ได้เป็นเอกสารลับอะไร แม้กฎหมายไม่ได้บังคับ สามารถเปิดเผยได้ไม่ผิดกฎหมายอะไร

นายพริษฐ์  ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคประชาชนขออนุญาตการใช้ข้อมูล และเชื่อมต่อ Laser ID จากกรมการปกครอง ว่า พรรคมีแถลงการณ์ไปแล้ววานนี้ (18 ก.พ.) โดยสรุปสาระสำคัญ 1.พรรคไม่มีการกระทำใด ๆ ที่ผิดกฎหมายหรือฝ่าฝืนกรมการปกครอง 2.พรรคไม่เคยขอ Laser ID โดยไม่ได้รับความยินยอม และไม่ได้บันทึกเก็บไว้ที่พรรค 3.พรรคต้องการเชื่อมข้อมูลกรมการปกครองเพื่อตรวจสอบ ป้องกันไม่ให้ใครสวมสิทธิมาสมัครสมาชิก 4.พรรคดำเนินการขออนุญาตเชื่อมข้อมูลไปแล้ว อยู่ขั้นตอนท้าย ๆ ก่อนเสร็จสมบูรณ์ 5.พรรคได้นำการสมัครด้วย Laser ID ออกจากการสมัครชั่วคราว

เมื่อถามว่า การเอา Laser ID ออกจากขั้นตอน กระทบสมัครสมาชิกหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า การสมัครสมาชิกพรรค พรรคต้องออกแบบกระบวนการให้รัดกุม มีชุดข้อมูลบางอย่างเป็นขั้นต่ำ บังคับกับทุกพรรค นอกเหนือจากนั้นแต่ละพรรคมีสิทธิออกแบบได้อย่างไร แม้ว่าตอนนี้เราต้องเอาการกรอก Laser ID ออกจากพรรคชั่วคราว แต่เชื่อว่ากระบวนการอื่นที่เราเสริมมา เช่น การให้ถ่ายภาพตนเอง กับหน้าบัตรประชาชนของเขา ให้มั่นใจว่าเป็นคนเดียวกัน ทำให้กระบวนการยังรัดกุมอยู่

เมื่อถามอีกว่า กรณี Laser ID ขณะนี้กรมการปกครองบอกว่ายังไม่ได้อนุญาตให้กับทางพรรคในการเก็บ ขณะที่แถลงการณ์ของพรรคยอมรับว่าเกิดช่องโหว่เกิดขึ้นแล้ว ช่องโหว่นี้อาจนำไปสู่คำร้องยื่นยุบพรรคประชาชนอีกครั้งหรือไม่ นายพริษฐ์ ยืนยันว่า ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ในการตัดสินใจของพรรคประชาชนในเรื่องนี้ ไม่มีการกระทำใด ๆ ขัดต่อกฎหมาย ความเห็นยุบพรรค ตนและจากการหารือฝ่ายกฎหมาย ไม่ได้มีความเสี่ยง เราไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย เรื่องการขออนุญาตกรมการปกครอง ย้ำว่าไม่ได้ขออนุญาตกรมการปกครองว่า ให้ประชาชนกรอก Laser ID เข้ามา แต่การประชาชนกรอกเข้ามา เราต้องขอความยินยอมจากประชาชนทุกประการ ส่วนการขออนุญาตกรมการปกครองเคยทำสำเร็จแล้วในพรรคอนาคตใหม่ และก้าวไกล คือการขออนุญาตเชื่อมต่อกับระบบ เมื่อประชาชนกรอก Laser ID มา คือการขอว่าเอาข้อมูลนั้นยิงไปที่ระบบของกรมการปกครอง เพื่อให้เขาเช็คในฐานข้อมูลว่าถูกต้องหรือไม่

“ที่ผ่านมาและปัจจุบันพรรคเป็นทางผ่านของข้อมูลที่ขอจากประชาชนเข้าสู่ระบบกรมการปกครอง เช่น สมัยก้าวไกลที่เชื่อมต่อสมบูรณ์แบบ ข้อมูลไหลไปที่กรมการปกครอง และแจ้งเตือนกลับมาที่เราว่าถูกต้องหรือไม่ ช่วงเปลี่ยนผ่านยิงไป แต่ส่งสัญญาณกลับมาที่เราไม่ได้ แต่ยืนยันไม่ว่าช่วงสมบูรณ์ หรือเปลี่ยนผ่าน พรรคไม่ได้บันทึก Laser ID ไว้ น้อมรับข้อทักท้วง เราได้นำช่องที่เคยขอให้ประชาชนกรอกออกชั่วคราว จะนำกลับมาเมื่อเชื่อมกับกรมการปกครองเสร็จโดยสมบูรณ์” นายพริษฐ์ กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง  พรรคประชาชน ,Laser ID ,บัตรบาร์โค้ด

คุณอาจสนใจ

Related News