เลือกตั้งและการเมือง
“ภูมิใจไทย” 2 จิต 2 ใจ ยังลังเลเก็บ “กล้าธรรม” ไว้ใกล้ตัวดีหรือไม่ หวั่นซ้ำรอยจริยธรรม “เศรษฐา”
6 ชั่วโมงที่แล้ว
348 views
วันนี้ (17 ก.พ.69) ความเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทย ผู้สื่อข่าวยังคงปักหลักเกาะติด ความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ หลังยังไม่ชัดเจนว่า พรรคกล้าธรรม จะได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่
รายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทย เรื่องความชัดเจน กรณีพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาล ล่าสุดแหล่งข่าวเปิดเผยว่า มองได้ 2 อย่างคือ เก็บพรรคกล้าธรรมไว้ใกล้ตัวดีกว่าให้อยู่ไกลตัว แต่ในอีกมุมหนึ่ง ก็มีความกังวลเรื่องคุณสมบัติของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่าว่า หากมีการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีแล้วเกิดมีเรื่องกระทบต่อคุณสมบัติของ ร.อ.ธรรมนัส จะส่งผลกระทบต่อผู้แต่งตั้งคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซ้ำรอยกับกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เคยแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งที่ขาดคุณสมบัติ
ส่วนที่หลายคนมองว่า ก่อนหน้ามีการแต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส เนื่องจากขณะนั้นเป็นรัฐบาลระยะสั้น และยังไม่มีการร้องเรียนเรื่องคุณสมบัติของร.อ.ธรรมนัส ขณะเดียวกันการร่วมรัฐบาลครั้งที่แล้วนั่น พรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรม มีความจำใจต้องรวมกัน เพราะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย แต่ครั้งไม่ได้มีความจำเป็นแล้ว
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสำคัญคือ พรรคกล้าธรรมเข้ามาเจาะฐานบ้านใหญ่ในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นฐานดั้งเดิมของพรรคภูมิใจไทย ทั้งสุพรรณบุรี นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี ทำให้เกิดวามไม่พอใจ หากปล่อยให้พรรคกล้าธรรมเติบโตต่อไป อาจส่งผลกระทบต่อผลการเลือกตั้งครั้งหน้า
สำหรับความคืบหน้าในการวางตัวรัฐมนตรีนั้น สำหรับพรรคภูมิใจไทย โดยโควตาเก้าอี้รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยจะได้ 19 ที่นั่ง ซึ่ง 4 เก้าอี้ที่ชัดเจนแล้ว คือ รัฐมนตรีคนนอกเดิม อาทิ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ส่วนสัดส่วนคนนอกอื่น ๆ ที่จะมารับตำแหน่งรัฐมนตรี มีชื่อของนายปรีดี ดาวฉาย ที่จะมานั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แทนนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่ไม่ได้ไปต่อ เช่นเดียวกับ พล.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มีแนวโน้มที่จะไม่ได้ไปต่อเหมือนกัน
เพราะฉะนั้นจะเหลืออีก 15 เก้าอี้ ที่พรรคภูมิใจไทยจะต้องเกลี่ย และจัดสรร ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะพรรคภูมิใจไทย จะยึดกระทรวงเดิม เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการทำงาน อาทิ นายอนุทิน จะนั่งนายกรัฐมนตรี ควบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีคมนาคม, นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
ส่วนนายสุชาติ ชมกลิ่น มีรายชื่อติดโผรัฐมนตรี แต่จะไม่ได้นั่งกระทรวงแรงงาน เนื่องจากพรรคภูมิใจไทย ไม่ต้องการท้าทายประชาชน
ทั้งนี้หากพิจารณาสัดส่วน สส. 10 คน ต่อ 1 รัฐมนตรี สำหรับพรรคเพื่อไทยน่าจะได้รัฐมนตรีประมาณ 8 คน โดยจะได้โควตากระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงแรงงาน
ซึ่งพรรคเพื่อไทย มีรายงานว่า มีความพยายามจะไม่ส่งนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ มานั่งตำแหน่งรัฐมนตรี เนื่องจากจะเก็บตัวไว้สำหรับการเลือกตั้งรอบหน้า เพราะกังวลว่าจะเจ็บตัว
อย่างไรก็ตามรายงานข่าวว่า รัฐมนตรีที่จะมานั่งจะต้องเป็นคนรุ่นใหม่ที่เป็นคนมีความรู้ ความสามารถ และไม่เทา รีแบรนด์ และเสริมภาพลักษณ์ “รัฐบาลอนุทิน 2” ไม่ให้ขัดต่อเจตนารมณ์ของประชาชน ที่เลือกภูมิใจไทยอย่างล้นหลาม
แท็กที่เกี่ยวข้อง